*แค่มาบ่นให้ฟังนะคะ*
พอดีแม่เราวีดีโอคอลมา บอกว่ามีลูกแมวจรหลงมาที่บ้าน แม่เลยต้องกันหมาที่บ้านเลี้ยงเข้ามาในร้าน ไม่งั้นมันจะกัดแมว เราเลยบอกแม่ว่า ให้อุ้มลูกแมวมาไว้ในห้องนอนเราเลย พรุ่งนี้เช้าค่อยประกาศตามหาบ้าน แต่แม่ไม่ยอม ไม่ยอมแบบเด็ดขาดเลยที่จะให้หมาหรือแมวเข้ามาในตัวบ้าน
เราขอเป็นสิบครั้งแล้ว แม่ก็ไม่ให้ เราก็บอกแม่จะให้ทำยังไง ข้างบ้านก็มีหมาเยอะมาก ถัดไปก็เป็นป่า มีหมาอีก บ้านเราก็มีหมา ยังไงก็ต้องปล่อยมันออกไปนอกบ้าน (แม่ไม่ยอมให้หมานอนในบ้าน) แม่ก็บอกก็ให้น้องจับแมวไปไว้ในป่า เราบอกเดี๋ยวมันก็ตายหรอก ให้มานอนในห้องเรา(ไม่มีใครอยู่ ตัวเราอยู่กทม) คืนนึง แล้วประกาศหาบ้านเอา แม่ไม่ยอม ด่าเราอีก เราท้อมาก
ปกติแล้วเรารักสัตว์ เมตตาสัตว์มาก ส่วนแม่ก็เหมือนจะเมตตา(หมาที่เลี้ยงก็เป็นหมาจร ทีแรกเข้ารั้วบ้านไม่ได้ แม่ไม่ยอม ผ่านไปสองปี ถึงจะเข้ามาในตัวบ้านบริเวณด้านนอกได้) คือยากมากกว่าแม่จะเปิดใจ
เราเหนื่อยกับตัวเอง ที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อแมวได้เลย ตัวเราอยู่กทม คุยก็คุยผ่านโทรศัพท์ แม่ก็ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่ไม่มีความเมตตาต่อสัตว์เลย ซึ่งเราพูดไรมากไม่ได้ เพราะบ้าน มันก็คือบ้านแม่
เรื่องค่าใช้จ่าย กลัวจะเปนภาระหรือเปล่า อันนี้ไม่เลย เพราะเราจ่ายค่าเลี้ยงดูสัตว์เองหมด ติดที่ว่า ห้ามสัตว์เข้าบ้าน ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวทางการเลี้ยงของเรา สำหรับเรา สัตว์คือคนในครอบครัว แต่สำหรับแม่ สัตว์ก็คือสัตว์
ส่วนลูกแมวตัวนั้น เราก็ไม่รู้ชะตาชีวิตแมวแล้ว เพราะเราทะเลาะกับแม่เรื่องให้แมวมานอนในห้องเราคืนนึง เดี๋ยวเราบินกลับไปจัดการต่อเอง แม่ไม่ยอม เราเลยบอกงั้นไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ละตัดสายทิ้ง เราก็แอบยังคิดมากเรื่องแมวอยู่เลย ปล.ปลงแล้ว
มาแค่บ่นเฉยๆ คือเหนื่อยใจกับคนที่บ้าน เราพูดดีก็แล้ว ขอร้องดีๆก็แล้ว ให้หาลังใหญ่ๆ ให้มันอยู่ก็ได้ ไม่ต้องเดินเพ่นพ่าน แม่ไม่ยอม มีการหัวเราะบอกกับเราว่า เดี๋ยวจะปล่อยหมาให้เราดูอาการของหมาตอนเจอแมวว่าหมามันดุยังไง ตอนนั้นเราห้ามทัน คือทำเพื่ออะไรอะ เราเครียดมาก เราไม่โอเค แต่เราทำไรไม่ได้เลย
เคยทะเลาะกับแม่หนักเรื่องพาหมาเข้ามาในบ้าน (ในบ้านที่ว่าคือตรงรั้วที่ปูกระเบื้อง ไม่ใช่ตัวบ้านด้านใน ทะเลาะหนักไปหนึ่งอาทิตย์ จนเราบินกลับกทม เราเหนื่อย
ลูกแมวจรหลงมา แม่ไม่ช่วยเหลือ ปล่อยตามยถากรรม
พอดีแม่เราวีดีโอคอลมา บอกว่ามีลูกแมวจรหลงมาที่บ้าน แม่เลยต้องกันหมาที่บ้านเลี้ยงเข้ามาในร้าน ไม่งั้นมันจะกัดแมว เราเลยบอกแม่ว่า ให้อุ้มลูกแมวมาไว้ในห้องนอนเราเลย พรุ่งนี้เช้าค่อยประกาศตามหาบ้าน แต่แม่ไม่ยอม ไม่ยอมแบบเด็ดขาดเลยที่จะให้หมาหรือแมวเข้ามาในตัวบ้าน
เราขอเป็นสิบครั้งแล้ว แม่ก็ไม่ให้ เราก็บอกแม่จะให้ทำยังไง ข้างบ้านก็มีหมาเยอะมาก ถัดไปก็เป็นป่า มีหมาอีก บ้านเราก็มีหมา ยังไงก็ต้องปล่อยมันออกไปนอกบ้าน (แม่ไม่ยอมให้หมานอนในบ้าน) แม่ก็บอกก็ให้น้องจับแมวไปไว้ในป่า เราบอกเดี๋ยวมันก็ตายหรอก ให้มานอนในห้องเรา(ไม่มีใครอยู่ ตัวเราอยู่กทม) คืนนึง แล้วประกาศหาบ้านเอา แม่ไม่ยอม ด่าเราอีก เราท้อมาก
ปกติแล้วเรารักสัตว์ เมตตาสัตว์มาก ส่วนแม่ก็เหมือนจะเมตตา(หมาที่เลี้ยงก็เป็นหมาจร ทีแรกเข้ารั้วบ้านไม่ได้ แม่ไม่ยอม ผ่านไปสองปี ถึงจะเข้ามาในตัวบ้านบริเวณด้านนอกได้) คือยากมากกว่าแม่จะเปิดใจ
เราเหนื่อยกับตัวเอง ที่ไม่สามารถทำอะไรเพื่อแมวได้เลย ตัวเราอยู่กทม คุยก็คุยผ่านโทรศัพท์ แม่ก็ชอบเข้าวัดทำบุญ แต่ไม่มีความเมตตาต่อสัตว์เลย ซึ่งเราพูดไรมากไม่ได้ เพราะบ้าน มันก็คือบ้านแม่
เรื่องค่าใช้จ่าย กลัวจะเปนภาระหรือเปล่า อันนี้ไม่เลย เพราะเราจ่ายค่าเลี้ยงดูสัตว์เองหมด ติดที่ว่า ห้ามสัตว์เข้าบ้าน ซึ่งมันก็ไม่ใช่แนวทางการเลี้ยงของเรา สำหรับเรา สัตว์คือคนในครอบครัว แต่สำหรับแม่ สัตว์ก็คือสัตว์
ส่วนลูกแมวตัวนั้น เราก็ไม่รู้ชะตาชีวิตแมวแล้ว เพราะเราทะเลาะกับแม่เรื่องให้แมวมานอนในห้องเราคืนนึง เดี๋ยวเราบินกลับไปจัดการต่อเอง แม่ไม่ยอม เราเลยบอกงั้นไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ละตัดสายทิ้ง เราก็แอบยังคิดมากเรื่องแมวอยู่เลย ปล.ปลงแล้ว
มาแค่บ่นเฉยๆ คือเหนื่อยใจกับคนที่บ้าน เราพูดดีก็แล้ว ขอร้องดีๆก็แล้ว ให้หาลังใหญ่ๆ ให้มันอยู่ก็ได้ ไม่ต้องเดินเพ่นพ่าน แม่ไม่ยอม มีการหัวเราะบอกกับเราว่า เดี๋ยวจะปล่อยหมาให้เราดูอาการของหมาตอนเจอแมวว่าหมามันดุยังไง ตอนนั้นเราห้ามทัน คือทำเพื่ออะไรอะ เราเครียดมาก เราไม่โอเค แต่เราทำไรไม่ได้เลย
เคยทะเลาะกับแม่หนักเรื่องพาหมาเข้ามาในบ้าน (ในบ้านที่ว่าคือตรงรั้วที่ปูกระเบื้อง ไม่ใช่ตัวบ้านด้านใน ทะเลาะหนักไปหนึ่งอาทิตย์ จนเราบินกลับกทม เราเหนื่อย