สวัสดีครับชาวพันทิป
ขออนุญาตมาเล่าเรื่องความรักของผู้ชายออฟฟิศธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ไม่ได้หวือหวา ไม่ดราม่า แต่เป็นความหวานแบบค่อย ๆ ซึม
เผื่อใครอ่านตอนพักเที่ยงแล้วจะยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว
ผมทำงานออฟฟิศแถวราชดำริ
ตึกสูง กระจกใส แอร์เย็นทั้งวัน
แต่มันกลับทำให้ร่างกายผม “อึดอัด” แบบบอกไม่ถูก
นั่งเก้าอี้ตัวเดิม
จ้องหน้าจอจอเดิม
ยกกาแฟขึ้นจิบด้วยมือข้างเดิม
ทุกอย่างมันซ้ำ จนร่างกายเริ่มประท้วง
เริ่มจากปวดคอ
ลามไปไหล่
แล้วก็หลังช่วงบน
ตื่นเช้ามาเหมือนนอนไม่พอ ทั้งที่หลับครบ
ผมคิดแค่ว่า
“เดี๋ยวก็ชิน”
จนวันที่เธอย้ายเข้ามาในทีม
เธอไม่ใช่คนพูดเก่ง
แต่เป็นคนฟังเก่ง
เวลาประชุม เธอจะเงียบ ๆ
แต่จำได้หมดว่าใครพูดอะไร
สิ่งแรกที่เธอพูดกับผม ไม่ใช่เรื่องงาน
แต่เป็นประโยคสั้น ๆ ระหว่างยืนรอลิฟต์
“พี่ชอบจับคอตัวเองบ่อยนะ”
ผมชะงักไปนิดหนึ่ง
ไม่คิดว่าจะมีใครสังเกตเรื่องแบบนี้
“พี่นั่งเกร็งทั้งวันเลยรู้ไหม”
ตั้งแต่วันนั้น
ผมเริ่มรู้ตัวว่า ทุกครั้งที่เธอเดินผ่าน
เธอมักจะวางแก้วน้ำไว้ใกล้ผม
หรือถามว่า
“ลุกไปยืดเส้นยืดสายบ้างหรือยัง”
มันไม่ใช่คำหวาน
แต่มันอบอุ่นแบบแปลก ๆ
เย็นวันหนึ่ง ผมนั่งทำงานจนดึก
เธอเดินกลับมาหยิบของ
เห็นผมนั่งหลังงอ ไหล่ยก
เธอถอนหายใจเบา ๆ
แล้วพูดเหมือนบ่น
“พี่ทำร้ายตัวเองเก่งจังเลยนะ”
คืนนั้นผมปวดหัวจนต้องหยุดงาน
เธอทักไลน์มาถาม
ไม่ได้ถามเรื่องเดดไลน์
แต่ถามว่า
“วันนี้ปวดมากไหม”
ผมไม่รู้ทำไม
แค่ประโยคนี้
มันทำให้ผมอยากดูแลตัวเองขึ้นมา
สุดสัปดาห์นั้น
ผมลองเดินเข้าไปที่คลินิกแถวบิ๊กซีราชดำริ
ที่เธอเคยพูดถึงแบบผ่าน ๆ
ไม่คิดอะไรมาก แค่อยากให้หายปวด
หมอให้ผมเล่าว่าทำงานยังไง
ใช้ชีวิตแบบไหน
นั่งนานแค่ไหน
ครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า
มีคน “ฟัง” ร่างกายของผมจริง ๆ
หลังจากนั้นไม่กี่ครั้ง
อาการปวดคอที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท
ค่อย ๆ หายไป
ไหล่ที่เคยตึงก็เบาลง
เช้าวันจันทร์
เธอมองผมแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้พี่ดูสูงขึ้นนะ”
ผมหัวเราะ
แต่ในใจรู้ดี
ว่ามันไม่ใช่เพราะผมสูงขึ้น
แค่ผมยืนตรงขึ้นเท่านั้นเอง
เรายังไม่ได้เรียกว่า “คบกัน”
ยังไม่ได้มีสถานะอะไร
แค่กินข้าวเที่ยงโต๊ะเดียวกัน
เดินกลับลานจอดรถพร้อมกันบ้าง
บางวันเธอจะเตือน
“อย่านั่งท่าเดิมนานนะ”
บางวันผมจะเตือนกลับ
“อย่าลืมพักสายตาบ้าง”
มันเป็นความห่วงใยเล็ก ๆ
ที่ไม่มีใครประกาศให้โลกรู้
แต่ชัดเจนในใจเราสองคน
ผมเพิ่งเข้าใจตอนนั้นเองว่า
ความรัก
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำสารภาพ
แต่อาจเริ่มจากการอยากให้ใครสักคน
ไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนเดิมอีก
ทุกวันนี้
อาการออฟฟิศซินโดรมของผมดีขึ้นมาก
และความรู้สึกบางอย่าง
ก็ค่อย ๆ ชัดขึ้นเหมือนกัน
ถ้าใครกำลังปวด
ทั้งกายหรือใจ
ลองหยุดฟังตัวเองดูสักนิดนะครับ
เพราะบางที…
การดูแลร่างกาย
อาจพาเราไปเจอความรัก
แบบไม่ทันตั้งตัวเลยก็ได้ 🤍
#ผู้ชายหลังเลิกงาน#
ความรักของผู้ชายออฟฟิศธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ขออนุญาตมาเล่าเรื่องความรักของผู้ชายออฟฟิศธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ไม่ได้หวือหวา ไม่ดราม่า แต่เป็นความหวานแบบค่อย ๆ ซึม
เผื่อใครอ่านตอนพักเที่ยงแล้วจะยิ้มมุมปากโดยไม่รู้ตัว
ผมทำงานออฟฟิศแถวราชดำริ
ตึกสูง กระจกใส แอร์เย็นทั้งวัน
แต่มันกลับทำให้ร่างกายผม “อึดอัด” แบบบอกไม่ถูก
นั่งเก้าอี้ตัวเดิม
จ้องหน้าจอจอเดิม
ยกกาแฟขึ้นจิบด้วยมือข้างเดิม
ทุกอย่างมันซ้ำ จนร่างกายเริ่มประท้วง
เริ่มจากปวดคอ
ลามไปไหล่
แล้วก็หลังช่วงบน
ตื่นเช้ามาเหมือนนอนไม่พอ ทั้งที่หลับครบ
ผมคิดแค่ว่า
“เดี๋ยวก็ชิน”
จนวันที่เธอย้ายเข้ามาในทีม
เธอไม่ใช่คนพูดเก่ง
แต่เป็นคนฟังเก่ง
เวลาประชุม เธอจะเงียบ ๆ
แต่จำได้หมดว่าใครพูดอะไร
สิ่งแรกที่เธอพูดกับผม ไม่ใช่เรื่องงาน
แต่เป็นประโยคสั้น ๆ ระหว่างยืนรอลิฟต์
“พี่ชอบจับคอตัวเองบ่อยนะ”
ผมชะงักไปนิดหนึ่ง
ไม่คิดว่าจะมีใครสังเกตเรื่องแบบนี้
“พี่นั่งเกร็งทั้งวันเลยรู้ไหม”
ตั้งแต่วันนั้น
ผมเริ่มรู้ตัวว่า ทุกครั้งที่เธอเดินผ่าน
เธอมักจะวางแก้วน้ำไว้ใกล้ผม
หรือถามว่า
“ลุกไปยืดเส้นยืดสายบ้างหรือยัง”
มันไม่ใช่คำหวาน
แต่มันอบอุ่นแบบแปลก ๆ
เย็นวันหนึ่ง ผมนั่งทำงานจนดึก
เธอเดินกลับมาหยิบของ
เห็นผมนั่งหลังงอ ไหล่ยก
เธอถอนหายใจเบา ๆ
แล้วพูดเหมือนบ่น
“พี่ทำร้ายตัวเองเก่งจังเลยนะ”
คืนนั้นผมปวดหัวจนต้องหยุดงาน
เธอทักไลน์มาถาม
ไม่ได้ถามเรื่องเดดไลน์
แต่ถามว่า
“วันนี้ปวดมากไหม”
ผมไม่รู้ทำไม
แค่ประโยคนี้
มันทำให้ผมอยากดูแลตัวเองขึ้นมา
สุดสัปดาห์นั้น
ผมลองเดินเข้าไปที่คลินิกแถวบิ๊กซีราชดำริ
ที่เธอเคยพูดถึงแบบผ่าน ๆ
ไม่คิดอะไรมาก แค่อยากให้หายปวด
หมอให้ผมเล่าว่าทำงานยังไง
ใช้ชีวิตแบบไหน
นั่งนานแค่ไหน
ครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า
มีคน “ฟัง” ร่างกายของผมจริง ๆ
หลังจากนั้นไม่กี่ครั้ง
อาการปวดคอที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิท
ค่อย ๆ หายไป
ไหล่ที่เคยตึงก็เบาลง
เช้าวันจันทร์
เธอมองผมแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
“วันนี้พี่ดูสูงขึ้นนะ”
ผมหัวเราะ
แต่ในใจรู้ดี
ว่ามันไม่ใช่เพราะผมสูงขึ้น
แค่ผมยืนตรงขึ้นเท่านั้นเอง
เรายังไม่ได้เรียกว่า “คบกัน”
ยังไม่ได้มีสถานะอะไร
แค่กินข้าวเที่ยงโต๊ะเดียวกัน
เดินกลับลานจอดรถพร้อมกันบ้าง
บางวันเธอจะเตือน
“อย่านั่งท่าเดิมนานนะ”
บางวันผมจะเตือนกลับ
“อย่าลืมพักสายตาบ้าง”
มันเป็นความห่วงใยเล็ก ๆ
ที่ไม่มีใครประกาศให้โลกรู้
แต่ชัดเจนในใจเราสองคน
ผมเพิ่งเข้าใจตอนนั้นเองว่า
ความรัก
ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากคำสารภาพ
แต่อาจเริ่มจากการอยากให้ใครสักคน
ไม่ต้องเจ็บปวดเหมือนเดิมอีก
ทุกวันนี้
อาการออฟฟิศซินโดรมของผมดีขึ้นมาก
และความรู้สึกบางอย่าง
ก็ค่อย ๆ ชัดขึ้นเหมือนกัน
ถ้าใครกำลังปวด
ทั้งกายหรือใจ
ลองหยุดฟังตัวเองดูสักนิดนะครับ
เพราะบางที…
การดูแลร่างกาย
อาจพาเราไปเจอความรัก
แบบไม่ทันตั้งตัวเลยก็ได้ 🤍
#ผู้ชายหลังเลิกงาน#