พรรคประชาชน เปิดตัว “พิศาล มาณวพัฒน์” นั่งเก้าอี้แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ


พรรคประชาชน เผยโฉมทีมบริหารคนที่ 2 “พิศาล มาณวพัฒน์” อดีต 250 สว. ยุค คสช. และอดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ นั่งเก้าอี้แคนดิเดต รมว.ต่างประเทศ

วันที่ 6 ม.ค. 2568 พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดเผยทีมบริหารรัฐบาลประชาชน The Professionals หากพรรค ปชน. เป็นรัฐบาล โดยวันนี้เป็นการเปิดตัวคนที่ 2 ในตำแหน่งว่าที่ รมว.ต่างประเทศ ได้แก่ นายพิศาล มาณวพัฒน์ อดีต 250 สว. อดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ

โดยพรรค ปชน.ระบุว่า ถึงเวลาปลดล็อกปฏิรูประบบราชการเดินหน้าสู่ “การทูตกินได้” หลายคนคงแปลกใจเมื่อได้ยินชื่อของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่าง พิศาล มาณวพัฒน์ อยู่ในทีมคณะผู้บริหารของพรรคประชาชน แต่เป็นที่ทราบกันดีเช่นกันว่า ทูตพิศาลคือหนึ่งใน 13 สว. ที่โหวตรับรองนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 2566 และตำแหน่งแห่งที่ของนายพิศาลหากพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องถือว่าตรงสายงาน นั่นคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ

อดีตนักการทูตผู้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย รวมถึงหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป และเคยเป็นกรรมการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แทนที่จะเลือกการหยุดพักจากงานรับราชการตลอดเกือบ 40 ปี หรืออยู่ในฐานะผู้ให้ความคิดเห็นจากประสบการณ์ด้านการต่างประเทศอันยาวนาน เขากลับเลือกเส้นทางสุดหิน เพราะอยากเห็นประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของโลก หลังสัญญาณจากนานาชาติไม่ตอบรับมานานกว่าทศวรรษตั้งแต่รัฐประหารปี 2557

งานใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศที่มากกว่าการแก้ไขความขัดแย้งพรมแดนคือ การรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งพิศาลบอกว่า ไทยไม่จำเป็นต้องกลัวและมีท่าทีเป็นกลางขนาดนั้น

“ถ้าเราใกล้กับใครและได้ผลประโยชน์มากขึ้น ให้เข้าไปใกล้เลย ส่วนถ้าไกลจากใครและไม่เสียผลประโยชน์ รักษาระยะห่างไว้หน่อยก็ดี เพราะฉะนั้น อย่าโปรข้างใดข้างหนึ่ง โปรประเทศไทยประเทศเดียว” นายพิศาล ระบุ

พรรคประชาชน ระบุด้วยว่า นี่คือก้าวย่างสำคัญของนายพิศาล มาณวพัฒน์ สู่วงการเมืองเต็มตัว หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล ทูตพิศาลจะร่วมทีมบริหารด้านต่างประเทศ เพื่อปลดล็อกระบบราชการ สะสางปัญหาประเทศไทยถึงต้นตอ ทำ “การทูตกินได้” ที่ไม่อยู่ภายใต้ความกลัว ทั้งยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ พรรคประชาชน ระบุถึงภารกิจสำคัญของ รมว.ต่างประเทศ ว่า ภาษีทรัมป์ ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา สงครามในเมียนมา ปัญหาสแกมเมอร์ ทั้งหมดนี้ ทำให้การต่างประเทศไทยได้รับความสนใจและกระทบกับชีวิตประชาชนมากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ 20 ปีที่ผ่านมา กลับเรียกได้ว่าเป็น “ทศวรรษที่สูญเปล่า” ของการต่างประเทศ เรากลายเป็นจุดหมายที่ถูกมองข้าม เกียรติภูมิของไทยถดถอยเจือจางในเวทีโลก

แต่เราไม่ใช่ประเทศเล็ก หากดำเนินการต่างประเทศอย่างสง่างาม ยึดหลักการ กล้าต่อรอง สร้างการทูตที่ “โปรไทย” ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติ ไม่ต้องโปรมหาอำนาจฝ่ายใด นี่จะเป็นการกลับมายืนอย่างมีศักดิ์ศรีบนเวทีโลกของไทยอีกครั้ง ในรอบ 2 ทศวรรษ นี่คือภารกิจของกระทรวงการต่างประเทศ ภายใต้การบริหารของรัฐบาลประชาชน
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่