รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของแฟน

สวัสดีค่ะ นี่เป็นกระทู้แรกที่เขียนขึ้นมาเพราะรู้สึกอัดอั้นใจ และอยากรับทราบความคิดเห็นเผื่อมีเพื่อนๆ ในที่นี้เคยประสบเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน
ตอนนี้เรากับแฟนคบกันมาได้ 3 ปีกว่าแล้วค่ะ เป็นความสัมพันธ์แบบ LDR หรือรักทางไกล ซึ่งการไปมาหาสู่กันค่อนข้างลำบากตัวเราอยู่กรุงเทพ
แต่ตัวแฟนเราอยู่เหนือ ก็จะหาโอกาสไปเที่ยวด้วยกันช่วงเทศกาลแต่ในส่วนนี้เราก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากค่ะ แต่ปัญหาคือตัวเราไม่ชอบเวลาที่แฟนไปดื่มซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีปัญหากันมาด้วยเรื่องที่ว่าเวลาเขาดื่มก็ดื่มเมาแล้วหลับไปเลย จากครั้งนั้นก็พูดคุยและเขาปรับเปลี่ยนตัวเองให้ค่ะ เวลาไปแต่ยังมีการแชทบอกตลอดเวลาไม่มีการหายไปเหมือนครั้งที่ผ่านมา แต่ก็มาเป็นที่เราอีกที่ไม่พอใจ เวลาเขาบอกจะกลับไม่เกินเท่านั้น เท่านี้ แต่สุดท้ายก็เกินเวลาที่บอกไว้ตลอด (ในส่วนนี้เราพยายามที่จะเข้าใจว่าคนดื่ม ติดลมเป็นปกติ) แต่ภายในใจเรามันเริ่มขุ่นมัวสะสมเรื่อยๆ เราไม่โทษแฟนและไม่อยากให้เขามาเปลี่ยนตัวเองเพื่อเราอีกแล้ว ก็เลยไม่พูดในเรื่องของการดื่มแล้ว..

แต่ปัญหาก็ไม่ได้มีแค่เรื่องนี้ค่ะ ช่วงปลายปีที่ผ่านมาในตอนแรกเราไม่ได้มีแพลนว่าจะไปหาแฟนค่ะเพราะสภาพการเงินยังไม่คล่องเลยอยากพักไว้ก่อน แต่แฟนเราอยากให้เราไปโดยเขาบอกว่าจะออกค่าตั๋วให้ซึ่งเราก็ช่างใจอยู่เพราะถ้าซื้อในช่วงนี้ตั๋วจะมีราคาที่สูงมากๆ เราเลยคิดว่าขาไปนั่งรถทัวร์และขากลับนั่งเครื่องเอาค่ะประหยัดไปได้นิดหน่อยก็ยังดี ไม่อยากให้เขาเสียเงินเยอะ ค่าใช้จ่ายค่ากิน ค่าเดินทางไปเที่ยวที่ต่างๆส่วนใหญ่ก็เป็นเขาค่ะที่จ่ายให้ จนมื้อเย็นเราอยากกินชาบูกันค่ะเลยหาร้านแล้วไปกินกันระหว่างที่จะเตรียมจ่ายเงิน แฟนเราพูดขึ้นมาว่า "ถ้าเธอเงินเดือนพอๆกับเค้า เค้าจะหารแล้วนะเนี่ย" ประมาณนี้ค่ะ ซึ่งมื้อนี้เราก็ไม่ได้จะไม่ช่วยเขานะคะว่าจะให้หลังจากเขาจ่ายเสร็จพอเขาพูดมาแบบนั้นเราเลยคิดว่าเราเห็นแก่ตัวกับแฟนมาก เราไม่สามารถซัพพอตท์แฟนได้อย่างที่เขาทำให้เราเลยค่ะ กลายเป็นว่าเหมือนตัวเรากลายเป็นหนึ่งในภาระที่เขาต้องแบกไว้ด้วยทั้งที่ตัวเขาก็มีภาระหน้าที่อีกหลายอย่างที่ต้องรับผิดชอบ และความคิดจะเลิกกับแฟนก็ผุดขึ้นมาในหัวค่ะ เขาดีกับมากจนเราไม่อยากรั้งเขาไว้กับเราค่ะชีวิตเขาน่าจะไปได้ดีมากกว่านี้ถ้าไม่มีเรา

ทั้งในเรื่องดื่มก็เป็นที่เราเองที่ไม่โอเคถึงตัวเราพยายามเข้าใจแล้ว แต่มันก็ได้แค่พยายามค่ะเราไม่ได้เข้าใจว่าทำไมไม่กลับตามเวลาที่ตัวเขาเองพูดมา ขออีกนิด ขออีกหน่อยจนเลยเวลาไปเรื่อยๆ เราไม่อยากมานั่งตามเขาในอนาคตเพราะรู้ตัวเองดีว่าไม่ชอบเรื่องแบบนี้ และในตอนนี้เราไม่สามารถช่วยซัพพอร์ตเขาในเรื่องของการเงินได้เท่าที่เขาซัพพอร์ตเราค่ะ จนถึงตอนนี้ก็ยังสับสนว่าจะบอกเลิกเขาไปเลยดีไหม หรือพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาดี

อยากสอบถามเพื่อนๆค่ะว่าเราควรทำอย่างไรดีคะ หรือใครมีประสบการณ์ลักษณะนี้บ้างไหมคะ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่