JJNY : ปชน. เปิดตัวว่าที่รมว.ต่างประเทศ│“บก.ลายจุด–ไอลอว์” บุกถาม “แสวง”│โฆษก ทบ. เตือนเขมร│ศก.เวียดนามโต 8% ปี 2568

ปชน. เปิดตัวว่าที่รมว.ต่างประเทศ อดีตนักการทูตดัง สว.เสียงข้างน้อยโหวตพิธา นายกฯ.
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5535361
.

.
ปชน. เปิดตัวว่าที่รมว.ต่างประเทศ อดีตนักการทูตดัง สว.เสียงข้างน้อยโหวตพิธา นายกฯ
.
จากกรณี พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชนเป็นคนแรกแล้ว ได้แก่ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเป็น ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หากพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา
.
วันที่ 6 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชนเป็นคนที่สอง คือ พิศาล มาณวพัฒน์ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และอดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐ
.
โดยระบุว่า หลายคนคงแปลกใจเมื่อได้ยินชื่อของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อย่าง พิศาล มาณวพัฒน์ อยู่ในทีมคณะผู้บริหารของพรรคประชาชน แต่เป็นที่ทราบกันดีเช่นกันว่า ทูตพิศาลคือหนึ่งใน 13 สว. ที่โหวตรับรอง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี หลังการเลือกตั้งปี 2566
.
และตำแหน่งแห่งที่ของพิศาลหากพรรคประชาชนตั้งรัฐบาลได้ก็ต้องถือว่าตรงสายงาน นั่นคือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ
.
อดีตนักการทูตผู้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา แคนาดา อินเดีย รวมถึงหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป และเคยเป็นกรรมการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) แทนที่จะเลือกการหยุดพักจากงานรับราชการตลอดเกือบ 40 ปี หรืออยู่ในฐานะผู้ให้ความคิดเห็นจากประสบการณ์ด้านการต่างประเทศอันยาวนาน เขากลับเลือกเส้นทางสุดหิน เพราะอยากเห็นประเทศไทยกลับสู่จอเรดาร์ของโลก หลังสัญญาณจากนานาชาติไม่ตอบรับมานานกว่าทศวรรษตั้งแต่รัฐประหารปี 2557
.
งานใหญ่ของกระทรวงการต่างประเทศที่มากกว่าการแก้ไขความขัดแย้งพรมแดนคือ การรักษาสมดุลระหว่างมหาอำนาจ ซึ่งพิศาลบอกว่า ไทยไม่จำเป็นต้องกลัวและมีท่าทีเป็นกลางขนาดนั้น
.
ถ้าเราใกล้กับใครและได้ผลประโยชน์มากขึ้น ให้เข้าไปใกล้เลย ส่วนถ้าไกลจากใครและไม่เสียผลประโยชน์ รักษาระยะห่างไว้หน่อยก็ดี เพราะฉะนั้น อย่าโปรข้างใดข้างหนึ่ง โปรประเทศไทยประเทศเดียว
.
นี่คือก้าวย่างสำคัญของ พิศาล มาณวพัฒน์ สู่วงการเมืองเต็มตัว หากพรรคประชาชนได้จัดตั้งรัฐบาล ทูตพิศาลจะร่วมทีมบริหารด้านต่างประเทศ เพื่อปลดล็อกระบบราชการ สะสางปัญหาประเทศไทยถึงต้นตอ ทำ ‘การทูตกินได้’ ที่ไม่อยู่ภายใต้ความกลัว ทั้งยังเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตคนไทยอย่างแท้จริง
.
อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ตัดสินใจร่วมทีมคณะผู้บริหารของพรรคประชาชน
.
เพราะผมเห็นด้วยกับแนวนโยบายของพรรคประชาชน ‘ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก’ ผมมองว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศแน่นอน และคิดว่าโอกาสที่การต่างประเทศจะมาสนับสนุนให้นโยบายหลักๆ ประสบผลสำเร็จมีสูง นี่คือโอกาสและเป็นความหวังของประเทศไทยที่คนเริ่มจะหมดหวังหลังจากที่เห็นการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา ทุกอย่างมีแต่ตกต่ำลง รวมทั้งการต่างประเทศด้วย
.
มองว่าสาเหตุที่การต่างประเทศตกต่ำลงเป็นเพราะอะไร
.
มาจากเรื่องการเมืองภายใน การไม่มีเสถียรภาพ ไปจนถึงการปฏิวัติรัฐประหาร ที่ทำให้ฝ่ายทหารถึงแม้ว่าอยากมีความใกล้ชิดกับฝ่ายสหรัฐฯ เหมือนเดิม แต่ในเมื่อฝั่งนั้นเย็นชา ก็เท่ากับผลักให้ฝ่ายทหารหันไปหาความอบอุ่นที่จีนให้อย่างเต็มที่
.
นั่นแปลว่าการเมืองมหาอำนาจหรือภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) โลกใหม่จะเป็นตัวกำหนดสำคัญมากสำหรับนโยบายต่างประเทศหลังการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่
.
ใช่ครับ ในนโยบายต่างประเทศ ผมไม่อยากใช้คำว่า จะต้องเป็นกลางที่ไม่เลือกข้าง การประกาศว่า ‘เป็นกลาง’ ต่อเมื่อโลกกำลังจะประกาศสงครามโลกระหว่างกัน ซึ่งเราได้ทำแล้วในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะฉะนั้นผมว่าอย่าพูดเลยว่าเป็นกลาง หรือให้ระยะห่างเท่ากัน
.
ถ้าเราใกล้กับใครและได้ผลประโยชน์มากขึ้น ให้เข้าไปใกล้เลย ส่วนถ้าไกลจากใครและไม่เสียผลประโยชน์ รักษาระยะห่างไว้หน่อยก็ดี เพราะฉะนั้น อย่าโปรข้างใดข้างหนึ่ง โปรประเทศไทยประเทศเดียว 
.
นั่นคือดูแลผลประโยชน์ของเราให้ชัดที่สุด และต้องรักษาระยะที่เหมาะสมกับสถานการณ์ไม่ว่ากับฝ่ายใด ไม่ได้หมายความว่าเป็นกลางคือห่างจากทั้งสองฝ่ายเท่ากัน แบบนี้หรือเปล่า
.
ถ้าจังหวะที่ผลประโยชน์ของการส่งออกในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดจะได้รับผลกระทบ เราย่อมจำเป็นต้องเร่งเพิ่มความสัมพันธ์ สร้างความใกล้ชิดกับผู้นำสหรัฐฯ หรือถ้าเราได้รับผลกระทบจากจีน ก็จำเป็นต้องกล้าที่จะยกขึ้นมาพูดกับเขา
.
ถ้าไทยกล้าเดินตามผลประโยชน์ของเราเอง จะทำให้การต่างประเทศเราสง่างาม ได้รับการนับถือ เขาอาจจะไม่ได้พูดออกมา แต่ในใจจะนับถือเรามากขึ้น
.
จากนโยบายต่างประเทศที่ผ่านมาหลายสิบปีทำให้เราไม่เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ เมื่อสักครู่บอกว่ามีส่วนจากการเมืองภายในด้วย แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถของรัฐบาลในการบริหาร โดยหลายรัฐบาลที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศน้อยมาก หรือเรียกว่าอยู่เกรดซี แทบไม่มีพรรคการเมืองไหนแย่งกัน ถ้าหากทูตพิศาลมีบทบาทในรัฐบาลจากพรรคประชาชน แล้วมาช่วยเรื่องการต่างประเทศ จะทำอย่างไรให้กระทรวงต่างประเทศกลับมาเป็นกระทรวงเกรดเอ?
.
แกนนำพรรคประชาชนพูดชัดเจนว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศจะเป็นกระทรวงสำคัญที่ไม่มีการต่อรองกับพรรคการเมืองใด เป็นกระทรวงสำคัญที่สุดที่ต้องอยู่ควบคู่กับแผนการปฏิรูปประเทศ
.
ส่วนตัวผมเชื่อว่าการต่างประเทศมีส่วนสำคัญที่จะสนับสนุนการปฏิรูปในด้านต่างๆ ของประเทศ และผมก็อยากให้เป็นอย่างนั้น
.
แต่ที่ผ่านมาบรรดานักการเมืองจะมองว่ากระทรวงนี้เป็นกระทรวงเกรดซี ได้งบประมาณน้อย โอกาสที่จะมาทำมาหากินในกระทรวงนี้มีน้อยมาก จึงไม่ค่อยสนใจ ถ้าหากทูตพิศาลมาบริหารกระทรวงการต่างประเทศ แต่นักการเมืองยังคิดอย่างนี้อยู่ จะไปเปลี่ยนความคิดนักการเมืองได้อย่างไร
.
ผมไม่ต้องการเปลี่ยนความคิดนักการเมือง แต่มองว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยราชการต่างๆ ที่ทำงานในต่างประเทศ รวมถึงปรับเปลี่ยนให้น้ำหนักของภารกิจการต่างประเทศที่จำเป็นต้องมีความมั่นคง ผสมผสานด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยีต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ นี่จะทำให้ทุกคนเห็นว่าการต่างประเทศกินได้ ประชาชนเชื่อมโยงได้ว่ามีความอยู่ดีกินดีเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวคุณภาพมาเที่ยวเมืองรองมากขึ้น นักลงทุนคุณภาพมาลงทุนโรงงานที่ได้มาตรฐานมากขึ้น เทคโนโลยีที่เป็นที่ต้องการจะมาสู่อุตสาหกรรมของเรามากขึ้น นี่เป็นเรื่องการทูตและการต่างประเทศทั้งนั้นเลย
.
แต่ที่ผ่านมาในระยะหลัง นักการทูตไม่ได้ทำหน้าที่ทางด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง หรือด้านสังคมสักเท่าไร ดูเหมือนติดอยู่กับความเชื่อที่ว่า เมื่อพูดถึงกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นลักษณะการจัดงานค็อกเทล งานวันชาติ จัดอีเวนต์ พบปะคนนั้นคนนี้แล้วถ่ายรูปกันเท่านั้นเอง แล้วคำว่า ‘การทูตที่กินได้’ จะทำให้จับต้องได้อย่างไรบ้าง
.
ตลอดชีวิต 36 ปีในราชการของผมทุกตำแหน่ง โดยเฉพาะในการเป็นทูต 4 ประเทศสุดท้าย ผมทำเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องปากท้อง พูดง่ายๆ คือเรื่องการต่างประเทศควบคู่กับการอยู่ดีกินดี และการประกอบธุรกิจของนักธุรกิจตลอด
.
เพราะฉะนั้นในสถานะที่ทำได้ ผมพยายามทำและประสบผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จึงมั่นใจว่าถ้าเรามีโอกาสกำหนดนโยบาย เราสามารถให้แนวทาง หรือบอกได้ว่างานลักษณะนี้ควรไปต่อไหม ผมเคยแทงงานนะ กระทรวงสั่งมา ผมแทงว่าเอาไปทิ้ง คืออย่าไปทำอะไรตามที่กระทรวงสั่งทุกเรื่อง เพราะไม่มีประโยชน์
.
หมายถึงแทงงานตอนที่เป็นทูตใช่ไหม
.
ครับ ตอนเป็นทูต ผมแทงบ่อยว่าเอาไปทิ้ง หรือแทงว่าไม่ต้องรายงาน เพราะเป็นการสร้างงานโดยไม่จำเป็น ผมต้องการให้มีการจัดลำดับความสำคัญ ตอนอยู่วอชิงตัน มีเวลา 2 ปีเศษๆ เกือบ 3 ปี ผมตั้งเป้าหมายพร้อมกับทุกคนไว้ 2 เรื่องเท่านั้น คือ หนึ่ง ปรับความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐฯ ให้เป็นปกติ เพราะเขาเย็นชากับเราหลังจากการปฏิวัติ 2557 และ สอง สหรัฐฯ จัดอันดับการค้ามนุษย์ ไทยเราตกลงจากเทียร์ 2 เป็นเทียร์ 3
.
เพราะฉะนั้นผมจึงตั้งเป้าหมายว่า ความสัมพันธ์ควรกลับมาสู่ปกติ และเทียร์ 3 ขึ้นมาเป็นเทียร์ 2  ผมยึดสองเรื่องนี้เป็นเรื่องเพื่อพิจารณาในระเบียบวาระการประชุมทุกเดือน เรื่องอื่นใครจะเสนออะไรไม่เป็นไร แต่ทุกคนตกลงกันแล้วว่าจะทำสองเรื่องนี้ มีการแลกเปลี่ยน วางแผน และวันสุดท้ายที่ผมอยู่ในราชการก่อนเกษียณ เราประสบผลสำเร็จทั้งสองข้อ
.
ถ้าสมมติว่าได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ คุณพร้อมไหม แล้วพอยกตัวอย่างได้ไหมว่าจะทำอย่างไรให้การทูตกินได้จริงๆ
.
ผมพร้อมครับ ผมจะไม่พูดว่าเราต้องมีการทูตเชิงรุก แต่ผมจะทำ ทุกเรื่องสามารถเปลี่ยนแปลงจากที่ผ่านมาได้
.
ขอยกตัวอย่าง เหตุการณ์ที่มีอาวุธในกัมพูชาเข้ามาโจมตีไทย และผลิตโดยประเทศหนึ่งที่เรามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด ผมจะยกขึ้นพูดกับเขาว่าทำแบบนี้ไม่ถูก ขอให้ไปบอกผู้นำกัมพูชาว่าอย่าใช้อาวุธที่เขาเป็นคนจัดให้ในการโจมตี โดยเฉพาะเป้าหมายพลเรือน ไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เป็นมิตรกับประเทศไทย ผมจะพูดแบบนั้น แทนที่จะพูดว่าอาวุธที่เขาให้มาเป็นอาวุธล้าสมัยที่ส่งมานานแล้ว นั่นเป็นหน้าที่ของสถานทูตจีน แต่ผมจะบอกทูตจีนอีกแบบว่าทำแบบนี้ ถ้ามันลงเป้าหมายพลเรือน ไม่เป็นมิตร
.
อีกตัวอย่างเป็นเรื่องปากท้องเลยคือ ประเทศหนึ่งบอกว่าทุเรียนเรามีสารเจือปน ขอให้ไทยตรวจสอบดีๆ เราตกอกตกใจรีบตรวจสอบเพราะกลัวว่าจะขายไม่ได้ แต่ประเทศนั้นส่งผักผลไม้มา เวลา อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ไปตรวจตามตลาดมีสารปนเปื้อนทั้งนั้น แต่เราไม่กล้าบอกเขาว่า ช่วยตรวจสอบให้ดีก่อนจะส่งมา เพราะมันกระทบสุขภาพอนามัยของเรา
.
เพราะเรารู้สึกว่าตัวเล็กและไม่มีอำนาจต่อรองหรือเปล่า จะไปกล้ากับเขาได้อย่างไร เดี๋ยวเขาลงโทษ หรือสั่งนักท่องเที่ยวให้ไม่มา ไม่กลัวเรื่องนี้หรือ
.
เราเป็นประเทศเศรษฐกิจ 30 อันดับแรกของโลก มีขนาดพื้นที่ประเทศ รวมทั้งประชากรพอๆ กับอังกฤษและฝรั่งเศส ถือว่าไม่เล็ก ส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมด ประเทศที่มหาอำนาจเห็นว่าสำคัญที่สุดคือเรา แต่เราไม่เคยแสดงความสำคัญนั้นเพื่อเป็นไพ่ต่อรอง
.
เพราะอะไรเราจึงไม่ใช้ไพ่ใบนี้ แล้วการทูตที่ดีควรเป็นอย่างไร ทำให้คนอื่นโกรธถือเป็นการทูตที่ดีได้ไหม
.
20 ปีที่ผ่านมาเรากลัวว่าเขาจะโกรธ สำหรับผม การทูตที่ดีอาจทำให้เขาโกรธ แต่ลึกๆ จะนับถือเรา และถ้าเราใช้ผลประโยชน์ของประเทศ ที่ตั้ง สถานะความสัมพันธ์กับประเทศอื่นเป็นไพ่ต่อรอง เขาจะเห็นความสำคัญ และอยากมาร่วมกับเรา
.
การทูตที่สง่างาม คือการทูตที่คนอื่นอยากมาเป็นเพื่อน ผู้นำอยากมาเยือน  20 ปีที่ผ่านมาถ้าไม่นับการประชุมสุดยอด APEC หรืองานอะไรที่จำเป็นต้องมาอยู่แล้ว เกือบจะไม่มีผู้นำระดับท็อปของโลกมาเยือนไทยเลย
.
ขณะที่ผมตามข่าวนายกฯ สิงคโปร์กับประธานาธิบดีสิงคโปร์ทางสื่อออนไลน์ทุกวัน ปรากฏว่ามีผู้นำต่างประเทศไปเยี่ยมแทบจะสัปดาห์เว้นสัปดาห์ หรือถ้าเขาไม่มา ทางสิงคโปร์ก็ไปเยี่ยม เช่น เวลาประธานาธิบดีสิงคโปร์ไปเยือนอียิปต์ทำให้ผมมองภาพออกเลยว่า เขาไม่ได้สื่อเฉพาะกับคนอาหรับในอียิปต์ เขายังสื่อกับปาเลสไตน์ รวมถึงกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับทั้งหมดว่าเขาช่วยปาเลสไตน์อย่างไรบ้าง นั่นคือการทูตสง่างาม เป็นการทูตที่ทำให้กลุ่มประเทศอาหรับทั้งหมดอยากร่วมมือกับสิงคโปร์ เพราะเห็นความสำคัญและคุณค่าในการร่วมมือกับสิงคโปร์
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่