เป็นเจ้าของพื้นที่ เปิด 7-Eleven คืนทุนเมื่อไหร่?

สำหรับใครสนใจอยากลงทุนเปิดแฟรนไชส์ 7-Eleven โดยเฉพาะคนที่มีพื้นที่หรือเป็นเจ้าของพื้นที่เอง บทความนี้จะพาไปวิเคราะห์ข้อมูลการลงทุนแฟรนไชส์จากนักลงทุนตัวจริงๆ ว่าถ้าเป็นเจ้าของพื้นที่แล้วเปิดแฟรนไชส์ 7-Eleven ในพื้นที่ของตัวเองจะมีรายได้และสามารถคืนทุนได้เมื่อไหร่ ก่อนอื่นมาดูโมเดลการลงทุนเปิดร้าน 7-Eleven มีกี่รูปแบบ


📌การเปิดแฟรนไชส์ร้าน 7-Eleven หรือการเป็น Store Business Partner มีให้เลือก 2 รูปแบบ

รูปแบบที่1
✅ ใช้เงินลงทุนประมาณ 4.8 แสนบาท
✅ เงินประกัน 1 ล้านบาท

รวมแล้วต้องมีเงินลงทุนให้กับทาง 7-Eleven ประมาณ 1.48 ล้านบาท อายุสัญญา 6 ปี
โดยผู้ลงทุน หรือ Store Business Partner เข้าไปเป็นผู้จัดการร้าน มีเงินเดือน 29,000 บาท
ต้องบริหารค่าใช้จ่ายให้ได้ตามงบ ย้ำว่าค่าใช้จ่ายไม่ใช่ยอดขาย ค่าใช้จ่ายก็มี ค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟฟ้า ค่าโทรศัพท์หลัก และอื่นๆ
ถ้าบริหารร้านได้ตามเป้าของงบค่าใช้จ่าย จะได้รับเงินปันผลกำไรจากการขายประมาณ 20-30% ในส่วนที่มียอดขายเกินเป้า

รูปแบบที่ 2
✅ ใช้เงินลงทุนประมาณ 1.73 ล้านบาท
✅ เงินประกัน 9 แสนบาท
รวมแล้วต้องมีเงินให้กับทาง 7-Eleven ประมาณ 2.63 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี
Store Business Partner จะได้ส่วนแบ่งจากกำไร 54% (ยังไม่ได้หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ ในร้าน)
อย่างไรก็ตาม การเป็น Store Business Partner ทั้ง 2 รูปแบบ ผู้ลงทุนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า วัสดุอุปกรณ์ และการก่อสร้างออกแบบตกแต่งร้าน ทางซีพีออลล์เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด รวมถึงค่าเช่า ภาษีป้าย ภาษีที่ดิน และอื่นๆ

📌เปิดร้าน 7-Eleven จำนวน 1 สาขา คืนทุนเมื่อไหร่ กรณีเป็นเจ้าของที่ดินเอง

ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ ได้ทำการสอบถามไปยัง Store Business Partner รายหนึ่งที่ลงทุนเปิดร้านแฟรนไชส์ 7-Eleven ในพื้นที่ต่างจังหวัด เขาใช้เงินลงทุนเปิดร้าน 7-Eleven ในรูปแบบที่ 2 รวมแล้วประมาณ 3,900,000 บาท เป็นตัวเลขการลงทุนที่สูงกว่าตัวเลขที่ทางซีพีออลล์ระบุเอาไว้ในเว็บไซต์ที่ประมาณ 2.63 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี

✅ ได้ส่วนแบ่งจากกำไร 54% ยังไม่ได้หักค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ ในร้าน
✅ ได้รับค่าเช่าจากทาง 7-Eleven ประมาณ 60,000 บาท/เดือน (ขนาดพื้นที่ 822.5 ตร.ม.) มีพื้นที่จอดรถหน้าร้าน  

ต่อมามาดูสถิติยอดขายร้าน 7-Eleven โดยเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 81,339 บาท
เมื่อนำมามาคำนวณยอดขายต่อเดือนจะได้ประมาณ 2,440,170 บาท
ประมาณการกำไรของธุรกิจค้าปลีกอยู่ที่ราวๆ 15%
เมื่อนำยอดขายมาหัก 15% ออกก็จะเหลือรายได้ประมาณ 366,025 บาท/เดือน/สาขา (ยังไม่หักค่าจ้างพนักงาน และค่าใช้จ่ายส่วนอื่นๆ)

ค่าใช้จ่ายในร้าน
✅ ค่าจ้างพนักงาน 12 คน ค่าจ้างเฉลี่ย 13,000 บาท/คน รวมประมาณ 156,000 บาท/เดือน  
✅ ค่าน้ำ+ค่าไฟ ประมาณ 50,000 บาท/เดือน
✅ ค่าสินค้าหมดอายุ+อุปกรณ์ต่างๆ ชำรุด 20,000 บาท/เดือน

รวมค่าใช้จ่ายในร้านเฉลี่ยต่อเดือน ประมาณ 226,000 บาท/เดือน
#เหลือกำไรสุทธิต่อเดือน 366,025 – 226,000 = 140,025 บาท/เดือน
#Store Business Partner มีส่วนแบ่งจากกำไร 54% ประมาณ 75,613 บาท/เดือน (ยังไม่หักเงินเดือนตัวเอง)

Store Business Partner เป็นเจ้าของที่ดิน ได้รับค่าเช่าประมาณ 60,000 บาท/เดือน  

สรุปก็คือ Store Business Partner ที่เป็นเจ้าของที่ดิน จะมีรายได้ต่อเดือน 75,613 + 60,000 = 135,613 บาท/เดือน

Store Business Partner รูปแบบที่ 2 จะมีระยะเวลาสัญญา 10 ปี
#งบลงทุนแฟรนไชส์รูปแบบที่ 2 ประมาณ 3,900,000 บาท หารด้วยรายได้สุทธิต่อเดือน 135,613 = 28.7 เดือน  

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการเป็น SBP ร้าน 7-Eleven กว่าจะได้รับสิทธิต้องใช้เวลาเป็นปี เริ่มจากนำเสนอพื้นที่ ถ้าทางซีพีออลล์ประเมินว่าได้ เขาต้องเช็คก่อนว่ามีคนในพื้นที่หรือร้านเดิมทำไหม แต่ถ้าพื้นที่ใหม่เป็นของตัวเองและขอเป็น Store Business Partner ด้วย จึงจะได้รับสิทธิเร็วขึ้น

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจมองว่า การเปิดแฟรนไชส์ร้าน 7-Eleven สร้างรายได้ดีขนาดนี้เลยเหรอ จากข้อมูลที่ได้มาเป็นเพียงยอดขายโดยเฉลี่ยของแต่ละสาขาทั่วประเทศ จากข้อมูลจริงพบว่าบางสาขารายได้เมื่อหักค่าใช้จ่าย เหลือกำไรแค่หลักหมื่น
แต่บางสาขาที่อยู่ในทำเลดีๆ ลูกค้าใช้บริการเป็นพันคนต่อวัน อาจจะได้กำไรมากกว่าสาขาอื่นตกอยู่ที่ 1 แสนบาท/เดือน

อย่างไรก็ตาม ปัญหาของการเปิดร้าน 7-Eleven ที่หลายคนเจอ คือ ถ้าสาขาไหนมียอดขายดี ลูกค้าเยอะ อาจจะมีร้าน 7-Eleven มาเปิดสาขาใกล้ๆ กับร้านของคุณ

เหตุผลก็เพราะทาง 7-Eleven มองว่าพื้นที่นั้นมีความเจริญ จำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ทำให้การบริการของสาขาเดิมไม่ทันกับความต้องการของลูกค้า จึงทำให้ทางซีพีออลล์ต้องมาเปิดร้าน 7-Eleven ในพื้นเดียวกัน เพื่อให้บริการลูกค้าได้รวดเร็ว

แต่อย่างไรก่อนเปิดสาขาใหม่ใกล้สาขาเดิม บริษัทฯ จะให้สิทธิ Store Business Partner เจ้าเดิมพิจารณาความพร้อมในการเปิดสาขาใหม่
ถ้าพร้อมก็สามารถใช้สิทธิบริหารร้านใหม่ได้เลย แต่ถ้าไม่พร้อม บริษัทฯ จะเปิดร้านรอไว้ เพื่อให้ Store Business Partner เจ้าเดิมมารับโอนไปเมื่อมีความพร้อม ซึ่งในระหว่างนั้นบริษัทฯ อาจจะมีการประกันรายได้ให้สาขาเดิมด้วย
.
.
ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์ รวบรวมข้อมูล
Cr : https://www.facebook.com/share/p/1HgbkxDXVa/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่