JJNY : 5in1 อีสานโพลเผยคนอีสานอยากเห็น│วิโรจน์โต้อ.เจษฎ์│ภคมนตอกหน้าพิพัฒน์│นาวิกโยธินพบคลังอาวุธ│ชี้ปี 69 เผชิญพายุ ศก.

อีสานโพล เผย คนอีสานอยากเห็น รัฐบาลผสมร่วม ภท.-พท.มากกว่า ภท.-ปชช.
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5535020
.

.
อีสานโพล เผย คนอีสานอยากเห็นรัฐบาลผสม ร่วม ภท.-พท.มากกว่า ภท.-ปชช. แต่ยังคงตัดสินใจเลือก ปชช.เช่นเดิม ขณะที่คะแนนนิยมของ กธ.ยังรั้งท้าย
.
เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2568 อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง การเมืองสามก๊กภาคอีสานท้ายปี 2568 โดยผลสำรวจพบว่า คะแนนนิยมพรรคการเมืองผ่านแนวโน้มการจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ชี้ชัดว่าเกิดสภาวะสามก๊กที่คะแนนค่อนข้างสูสีกันใน 3 พรรคการเมืองใหญ่ประกอบด้วยประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย
.
ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พรรคเพื่อไทยมีคะแนนลดลง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสูตรการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่าง 2
.
พรรคใหญ่ทั้ง 3 สูตร ไม่ว่าจะเป็น ส้ม+แดง แดง+น้ำเงิน หรือ น้ำเงิน+ส้ม มีความสูสีกัน และเกิดภาวะที่กองเชียร์สนับสนุนการตั้งรัฐบาลร่วมโดยสองพรรคหลักที่ไม่มีจุดลงตัว
.
รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ในฐานะ หัวหน้าโครงการอีสาน โพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจความคิดเห็นของคนอีสานกับแนวโน้มการเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลของ 3 พรรคใหญ่ โดยทำการสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,151 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด โดยเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรคใด
.
พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน ร้อยละ 34.4 รองลงมา ร้อยละ 26.7 พรรคเพื่อไทย และอันดับ 3 ตามมาติดๆ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 26.4 อันดับ 4 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 4.3 อันดับ 5 พรรคประชาธิปัตย์ร้อยละ 3.1 อันดับ 6 พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.8 อันดับ 7 พรรครวมไทยสร้างชาติ และ
พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.0 เท่ากัน อันดับ 9 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 0.8 อันดับ 10 พรรคไทยก้าวใหม่ และอื่นๆ ร้อยละ 0.4
.
เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน ในการเลือกตั้ง ปี 2566 จะ พบว่า พรรคประชาชนมีความนิยมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 34.4 ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 26.7 ส่วนพรรคภูมิใจไทยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 26.4
.
เมื่อสอบถามว่า ท่านต้องการให้พรรคการเมืองหลักใดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่า เสียงค่อนข้างสูสีระหว่าง 3 สูตร โดยสูตรที่ 1 เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 31.0 สูตรที่ 2 ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 28.7 และสูตรที่ 3 ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 28.7
.
ขณะที่กว่าร้อยละ 10.1อยากได้สูตรอื่นๆ ที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็น
.
รศ.ดร.สุทิน กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียดพบว่า ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 60.4 ต้องการให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย
.
ขณะที่ ร้อยละ 32.0 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ในส่วนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 70.3 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีเพียงร้อยละ 25.1 ที่อยากให้ตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน
.
และในส่วนของผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 61.5 อยากให้พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ขณะที่ ร้อยละ 35.5 อยากให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ที่กองเชียร์ส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคมีความต้องการร่วมรัฐบาลที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลสูตรผสมใด ก็จะเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ของกองเชียร์ที่ไม่ถูกใจในการร่วมรัฐบาล
.

.
“วิโรจน์” โต้กลับ “อ.เจษฎ์” หมดเวลาผลักไสเพื่อนร่วมชาติ ลั่น คนทำงานบ้านเมืองต้องสำนึกบุญคุณ “ประชาชน”
.
“วิโรจน์” ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ซัดกลับ “อ.เจษฎ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรครักชาติ ลั่น จะพัฒนาประเทศต้องโอบรับความเห็นต่าง ไม่ใช่ผลักไสเพื่อนร่วมชาติ คนที่อาสาเข้ามาทำงานบ้านเมือง ต้องสำนึกบุญคุณมากสุดคือ “ประชาชน” ยกเคส “ทหารชั้นผู้น้อย” ผู้ซ้อมทรมานในค่ายทหาร ก็นับเป็นประชาชนที่ต้องสำนึกบุญคุณ
.
จากกรณีที่ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ ออกมาให้สัมภาษณ์ปม “มีทหารไว้ทำไม” หลังจากที่ “วิโรจน์” ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ชวนเจ้ากรมข่าวทหารบก “ปฏิรูปกองทัพ” โดยระบุว่า คนแซะนั้นยังไม่สำนึกบุญคุณทหาร คงอยู่ร่วมชาติกันลำบาก บ้านเมืองเจริญยากถ้าไม่เปลี่ยนพฤติกรรม
.
ล่าสุด วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 99 พรรค ประชาชน ได้โพสต์ข้อความโต้กลับถึงประเด็นดังกล่าว ระบุว่า
.
สำหรับผม ผมคิดต่างจาก อ.เจษฎ์ อย่างมากเลยครับ ต่อให้ อ.เจษฎ์ จะมีอคติต่อผมอย่างไร ผมยังคงนับ อ.เจษฎ์ เป็นเพื่อนร่วมชาติของผมอยู่ดี การพัฒนาประเทศไปข้างหน้า เราจำเป็นต้องโอบรับความแตกต่าง ไม่ใช่แบ่งแยก ผลักไสให้เพื่อนร่วมชาติที่คิดต่างจากเราไปเป็นศัตรู
.
ส่วนเรื่องการสำนึกบุญคุณ สิ่งที่คนที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมือง ต้องสำนึกบุญคุณมากที่สุด ก็คือ "ประชาชน" ครับ ยิ่งเวลาที่พบว่าประชาชนกลุ่มใดถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม หันไปทางไหนก็ไม่มีที่พึ่ง การแสดงออกถึงความสำนึกบุญคุณที่ดีที่สุด ก็คือ ความกล้าหาญที่จะเป็นผู้แทนของพวกเขา ในการเผชิญหน้ากับความอยุติธรรม เพื่อให้พวกเขาได้รับความเป็นธรรมต่อนโยบาย และความเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย
.
อย่างในกรณีที่พลทหารถูกซ้อมทรมานในค่ายทหาร  หรือปัญหาหนี้สินที่ทหารจำนวนไม่น้อยมีรายได้เหลือไม่ถึงร้อยละ 30 ผมก็ถือว่าทหารชั้นผู้น้อยเหล่านี้ คือ ประชาชนที่ผมต้องสำนึกบุญคุณ และต้องตอบแทนบุญคุณพวกเขา ด้วยการใช้อำนาจที่เขามอบให้ มาคลี่คลาย หรือทุเลาปัญหาให้กับพวกเขา
.
อ.เจษฎ์ จะร่วมชาติกับผม หรือกับใครไม่ได้ ผมคงไปบังคับอาจารย์ไม่ได้ แต่สำหรับผมยังคงเป็นเพื่อนร่วมชาติกับอาจารย์เสมอ ต่อให้อาจารย์ท้าต่อยกับผม ผมก็คงไม่ต่อยกับอาจารย์หรอกครับ
.
.

.
“ภคมน” ตอกหน้า “พิพัฒน์” หลังขอทวงคืน 30 ปีที่เสียไปในภาคใต้ สุดย้อนแย้ง “ตระกูล-พรรค” นั่งกระทรวงเกรดเอ
.
“ภคมน” รองโฆษก และผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ตอกหน้า “พิพัฒน์” หลังขอทวงคืน 30 ปีที่เสียไปใน “ภาคใต้” ลั่น สุดย้อนแย้ง ความจริง 15 ปีตระกูล “รัชกิจประการ” คุมอำนาจรัฐ-นั่งกระทรวงเกรด A แต่เพิ่งมาอยากพัฒนาช่วงหาเสียงปี 69 เชื่อ ประชาชนจำได้ใคร “ทำ” หรือใคร “ทิ้ง”
.
5 ม.ค. 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ รองโฆษกพรรคประชาชน และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก แสดงความเห็น กรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองหัวหน้าพรรคประชาชน หาเสียงประกาศทวงคืน 30 ปีที่เสียไปในภาคใต้ ว่า
.
ค่ะ!!!! ทวงคืน 30 ปีที่เสียไป ช่างดูย้อนแย้งกับความจริงเหลือเกินค่ะ เพราะหากย้อนไปอย่างน้อย 15-17 ปีที่ผ่านมา ตระกูลรัชกิจประการและพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้เป็น "คนนอก" ที่กำลังรอโอกาส แต่พวกท่านคือ "คนใน" ที่ถืออำนาจรัฐมาโดยตลอด
.
พรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาลมาตั้งแต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ (ปี 2551), ยุคพลเอกประยุทธ์ (ปี 2562), ยุคนายเศรษฐา (ปี 2566) จนถึงปัจจุบัน
.
คุมกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงท่องเที่ยวฯ และกระทรวงแรงงาน ซึ่งล้วนเป็น กระทรวงหลักในการพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตคนใต้ได้ทั้งสิ้น
.
คำถามคือ ในระยะเวลา 30 ปีที่ท่านบอกว่าเสียไปนั้น มีช่วงเวลาที่พวกท่านเป็นรัฐบาลและมีอำนาจเต็มมืออยู่ถึงครึ่งหนึ่ง (15 ปี) เป็นอย่างน้อย แล้วทำไมความเจริญถึงเพิ่งจะมา “อยากทวงคืน” ในวันที่ต้องขอคะแนนเสียงเลือกตั้งปี 69 ประวัติศาสตร์มีไว้ให้ย้ำเตือนว่าใครมีส่วนพัฒนาและใครมีส่วนละเลย
.
วันนี้ทุกพรรคพูดเหมือนกันหมดว่าจะฟื้นความเจริญให้ภาคใต้ เชื่อว่าประชาชนค้นข้อมูลได้ว่าใครเคยมีโอกาสแล้ว "ทำ" หรือใครมีโอกาสแล้ว "ทิ้ง"
.
.

.
นาวิกโยธิน พบคลังอาวุธกัมพูชา ซุกกาสิโนทมอดา เครื่องยิงจรวด-เครื่องยิงลูกระเบิด-กระสุนเพียบ.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5535004
.
ทหารช่างนย. พบคลังอาวุธกัมพูชา ซุกกาสิโนทมอดา เครื่องยิงจรวด RPG -เครื่องยิงลูกระเบิด พร้อมกระสุนอีกนับ 10,000 นัด
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยทหารช่างนาวิกโยธิน กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) ได้เข้าปฏิบัติการ หลังจากควบคุมพื้นที่สําคัญ ที่ได้เปรียบทางยุทธภูมิ เข้าตรวจสอบ กาสิโนทมอดาและพื้นที่ใกล้เคียงบ้านหนองรี ซึ่งกัมพูชาใช้เป็นฐานทหาร และเป็นจุดเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์ สำหรับใช้โจมตีฝ่ายไทยในช่วงก่อนหน้านี้
.
ล่าสุด กรมสรรพาวุธทหารเรือ ร่วมกับทหารช่างนาวิกโยธิน ได้เข้าดำเนินการเคลียร์พื้นที่ภายในกาสิโนทมอดา พบคลังอาวุธขนาดใหญ่ซุกซ่อนอยู่ภายในอาคาร จึงทำการตรวจยึดอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมากดังกล่าวไว้ อาทิ เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง PF-89 ขนาด 80 มิลลิเมตร, เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มิลลิเมตร ,เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง RPG-2 และ RPG-7 ลูกปืนไร้แรงสะท้อนขนาด 75 มิลลิเมตร, รวมถึงลูกจรวดต่อสู้รถถังแบบ B-40
.
นอกจากนี้ ยังพบกระสุนปืนหลายขนาดรวมนับ 10,000 นัด ลูกระเบิดขว้างหลายชนิด รวมถึงกระสุนปืนต่อสู้อากาศยานขนาด 12.7 มิลลิเมตร ทั้งแบบเก่าและใหม่เป็นจำนวนมาก
.
ทั้งนี้ กรมสรรพาวุธทหารเรือจะนำอาวุธบางส่วนไปเก็บรักษาเพื่อการศึกษาและตรวจสอบเข้าคลัง ขณะที่อาวุธอีกส่วนหนึ่งจะนำไปดำเนินการทำลายตามขั้นตอนต่อไป
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่