โพสต์นี้จะเป็นโพสต์เดียวและโพสต์สุดท้ายแต่จะเป็นแบบเต็มรูปแบบนะ แต่จะเป็นแบบสรุปเพราะว่าถ้าเต็มเรื่องมันจะยาวกว่◌านี้...
ย้อนไปตั้งแต่เดือน มี.ค. 68 เกิดเหตุการณ์ผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งรวมหัวกับพี่ซีเนียร์คนนึง ขโมยเงินจากธนาคารไปใช้ชีวิตส่วนตัว เบ็ดเสร็จ ทั้ง 2 คน รวมแล้วเอาเงินจากธนาคารไปประมาณ 3 ล้านบาท HR ได้ถามรุ่นพี่ซีเนียร์ว่าเอาเงินไปทำอะไร รุ่นพี่ซีเนียร์ตอบว่า "เอาเงินไปรักษาลูก" ส่วนผู้จัดการให้คำตอบว่า "จำเป็นต้องใช้เงิน" แต่ผลกระทบคือแผนกที่ผู้จัดการ(ขโมยเงิน) ทั้งแผนกต้องรับผิดชอบร่วมกัน เนื่องจากมี "ลายเซ็น" การปิดยอดในเอกสารในแต่ละวันก็บริษัทต้องกฏมาพนักงานทุกท่านต้องเซ็นปิดยอดพนักงานเลยจำเป็นต้องเซ็น พนักงานทั้งแผนกไม่ได้รับเงินเดือนตลอดตั้งแต่มีนาคมจนถึงปตุลาคมปี 68 เชื่อหรือไม่ ได้เงินเดือนรวมแล้ว 24,000 บาท มีแค่ 2 เดือนนะที่ได้ 12,000 บาท 2 เดือน จากเงินเดือนของทุกคนคือ 20,000 UP ขึ้นไป ที่ควรจะได้ทุกเดือนแต่กลับโดนหักหมดทั้งบริษัทแจ้งว่าเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งๆที่ทั้งแผนกไม่ได้มีส่วนรู้เห็นไม่ได้เอาเงินไปแม้แต่บาทเดียว แต่ผู้จัดการเป็นคนถือเงินคนสุดท้ายเพื่อส่งต่อแต่กลับเป็นคนเอาเงินไปซะเอง...
ทั้งแผนกที่โดนระงับเงินเดือนมีภาระ,มีครอบครัวที่ต้องดูแล ,ต้องไปกู้เงินเพื่อมาประทังชีวิตให้กับครอบครัว ทั้งๆที่ปัญหาเหล่านี้พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นมาแต่เพราะพวกเขาต้องเอาเงินส่งลูกไปโรงเรียนเป็นค่าเทอมลูกบ้างเป็นค่านมลูกบ้างใช้จ่ายหนี้เพื่อไม่ให้ติดบูโรแต่สุดท้ายนี่ก็ก้อนโตแต่ละคนเป็นหนี้หลักแสน
แถมยังมีเงินตกเบิกที่คุณระงับก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาผลตัดสินออกมาด้วย โดนระงับตั้งแต่เมษายน 68 เป็นต้นมาลากยาวมาถึงตุลาคมก็ยังไม่ได้รับเงินเดือน แม้แต่เบิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่ให้เบิกไม่ให้ถอนบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบริษัทต้องมีอายุงาน 15 ปีขึ้นไปถึงจะถอนได้ ส่วนผู้บริหารได้มีการเรียกพนักงานธนาคารทุกท่านที่อยู่สำนักงานใหญ่นะประชุมบอกว่าธนาคารเราไปไม่รอดแล้วเนื่องจากหนี้เสียเยอะเกินไปแต่ให้ทางเลือกพนักงานถ้ามีการควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นจัดส่งรถเงินเดือน ส่วนทางเลือกที่ 2 ให้พนักงานสมัครใจลาออกและเอาเงินกองทุนไปตั้งต้นชีวิตใหม่ ก็มีพนักงานทำงานต่อแม้จะยอมลดเงินเดือน และอีกกลุ่มนึง สมัครใจเราออกเพราะว่ากองทุนที่สะสมมาก็ 400,000 บาทขึ้นไปบางคนล้านกว่าบาทก็ไปตั้งต้นและใช้หนี้ใช้สินและหางานใหม่ได้แล้ว จนเดือนพฤศจิกายน 68 ได้เงินเดือนก้อนแรกหลังจากไม่ได้รับเงินเดือนมานาน แต่สุดท้ายสหกรณ์แห่งประเทศไทยส่งอีเมลมาว่า เนื่องจากพนักงานจะลาออกพนักงานจะต้องมีการเซ็นสัญญาปรับปรุงโครงสร้างการใช้หนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวนเต็มๆ 16,000 บาท (คิดเป็นตัวเลขกลมๆ) พนักงานส่วนใหญ่ยอมจ่ายเพราะถ้าไม่จ่ายสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยจะหักเงินจากกองทุน เกือบ 200,000 บาท เพื่อปิดหนี้สหกรณ์จนหมดแล้วจะไม่มีสหกรณ์ให้เลย แล้วต้องจ่ายในวันเงินเดือนออกเท่านั้นด้วยนะ ถ้าเลยวันถือว่ายินยอมให้สหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยหักเงินเต็มจำนวนจนปิดหนี้ของสหกรณ์ได้ จนรอถึงเดือนธันวาคม 68 ได้เงินเดือนแต่แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งธนาคารแจ้งว่าจะไปรวมให้พร้อมกันทีเดียวกับกองทุนในวันที่ 5 มกราคมปี 69
พนักงานหลายคนยอมจ่ายเพราะไม่อยากให้สหกรณ์ออมทรัพย์หักเงินเป็นแสนเพราะว่าเสียดายเงิน หลายคนยอมลำบาก 1 เดือนยอมกู้หนี้ยืมสินอีกครั้งเพราะหวังว่าเงินกองทุนที่ธนาคารแจ้งว่าจะจ่ายให้วันที่ 5 มกราคมปี 69 จะได้...ผลสรุปคืออะไรรู้ไหม
ไม่ได้‼️เหมือนเดิม!!!
เนื่องจาก ธปท. แจ้งว่าจะกอบกู้ธนาคารแห่งนี้ขึ้นมาให้เพราะว่าธนาคารยังไปได้อยู่ โดยเงื่อนไข คือ เรียกพนักงานที่ลาออกให้กลับมาทำงานทุกคนและห้ามพนักงานลาออกเป็นจำนวน 365 วันโดยไม่มีเงื่อนไข พนักงานส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ทำงานต่อและส่วนใหญ่เสียใจที่ไม่ได้เงินกองทุนไปใช้หนี้ ตอนนี้ธนาคารแห่งนั้นถูกบริหารโดย ธปท. เรียบร้อยแล้ว ผมได้ฟังเรื่องราวผมรู้สึกเห็นใจกับแผนกนั้นที่เราต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นเข้าใจคนที่มีลูกเข้าใจคนที่มีภาระ ว่าพวกเขาต้องลำบากขนาดไหน อยากให้ ธปท.ตรวจสอบการทำงานของผู้บริหาร และ ช่วยเห็นใจและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่ไม่ได้รับเงินเดือนโดยเร็วที่สุดเพราะตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาหลายๆท่านพังพินาศจากสิ่งที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมาเลย...ธนาคารแห่งนั้นเป็นธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง คงบอกชื่อธนาคารไม่ได้เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะโดนฟ้องได้แต่นี่คือเรื่องราวที่อยากให้ทุกท่านได้รับรู้เท่านั้นครับ ขอบคุณครับ🙏 ผมไม่ได้เป็นพนักงานหรอกแต่ผมได้ฟังเรื่องราวของพนักงานธนาคารมาจากหลายท่านเลยแหละแต่พวกเขาไม่กล้าโพสต์เพราะกลัวธนาคารแห่งนั้นจะไล่ออกโดยไม่ได้รับเงินเดือนอีกอย่างพวกเขาเหล่านั้นอายุเยอะแล้วจึงหางานค่อนข้างยากผมเลยมาโพสต์แทนเท่านั้นครับ จะตำหนิผมก็เชิญผมจะไม่ตอบโต้ใดๆทั้งสิ้นครับ แล้วผมก็ไม่ค่อยได้เล่น pantip เพราะมันไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก pantip ไม่ได้ให้เงินผมใช้แต่อยากระบายแทนพนักงานเหล่านั้นครับ
เรื่องราวธนาคารแห่งหนึ่งที่ทำกับพนักงาน...
ย้อนไปตั้งแต่เดือน มี.ค. 68 เกิดเหตุการณ์ผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งรวมหัวกับพี่ซีเนียร์คนนึง ขโมยเงินจากธนาคารไปใช้ชีวิตส่วนตัว เบ็ดเสร็จ ทั้ง 2 คน รวมแล้วเอาเงินจากธนาคารไปประมาณ 3 ล้านบาท HR ได้ถามรุ่นพี่ซีเนียร์ว่าเอาเงินไปทำอะไร รุ่นพี่ซีเนียร์ตอบว่า "เอาเงินไปรักษาลูก" ส่วนผู้จัดการให้คำตอบว่า "จำเป็นต้องใช้เงิน" แต่ผลกระทบคือแผนกที่ผู้จัดการ(ขโมยเงิน) ทั้งแผนกต้องรับผิดชอบร่วมกัน เนื่องจากมี "ลายเซ็น" การปิดยอดในเอกสารในแต่ละวันก็บริษัทต้องกฏมาพนักงานทุกท่านต้องเซ็นปิดยอดพนักงานเลยจำเป็นต้องเซ็น พนักงานทั้งแผนกไม่ได้รับเงินเดือนตลอดตั้งแต่มีนาคมจนถึงปตุลาคมปี 68 เชื่อหรือไม่ ได้เงินเดือนรวมแล้ว 24,000 บาท มีแค่ 2 เดือนนะที่ได้ 12,000 บาท 2 เดือน จากเงินเดือนของทุกคนคือ 20,000 UP ขึ้นไป ที่ควรจะได้ทุกเดือนแต่กลับโดนหักหมดทั้งบริษัทแจ้งว่าเป็นคำสั่งของศาลชั้นต้นทั้งๆที่ทั้งแผนกไม่ได้มีส่วนรู้เห็นไม่ได้เอาเงินไปแม้แต่บาทเดียว แต่ผู้จัดการเป็นคนถือเงินคนสุดท้ายเพื่อส่งต่อแต่กลับเป็นคนเอาเงินไปซะเอง...
ทั้งแผนกที่โดนระงับเงินเดือนมีภาระ,มีครอบครัวที่ต้องดูแล ,ต้องไปกู้เงินเพื่อมาประทังชีวิตให้กับครอบครัว ทั้งๆที่ปัญหาเหล่านี้พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นมาแต่เพราะพวกเขาต้องเอาเงินส่งลูกไปโรงเรียนเป็นค่าเทอมลูกบ้างเป็นค่านมลูกบ้างใช้จ่ายหนี้เพื่อไม่ให้ติดบูโรแต่สุดท้ายนี่ก็ก้อนโตแต่ละคนเป็นหนี้หลักแสน
แถมยังมีเงินตกเบิกที่คุณระงับก่อนที่ศาลชั้นต้นจะพิจารณาผลตัดสินออกมาด้วย โดนระงับตั้งแต่เมษายน 68 เป็นต้นมาลากยาวมาถึงตุลาคมก็ยังไม่ได้รับเงินเดือน แม้แต่เบิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพก็ไม่ให้เบิกไม่ให้ถอนบอกว่ามีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบริษัทต้องมีอายุงาน 15 ปีขึ้นไปถึงจะถอนได้ ส่วนผู้บริหารได้มีการเรียกพนักงานธนาคารทุกท่านที่อยู่สำนักงานใหญ่นะประชุมบอกว่าธนาคารเราไปไม่รอดแล้วเนื่องจากหนี้เสียเยอะเกินไปแต่ให้ทางเลือกพนักงานถ้ามีการควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นจัดส่งรถเงินเดือน ส่วนทางเลือกที่ 2 ให้พนักงานสมัครใจลาออกและเอาเงินกองทุนไปตั้งต้นชีวิตใหม่ ก็มีพนักงานทำงานต่อแม้จะยอมลดเงินเดือน และอีกกลุ่มนึง สมัครใจเราออกเพราะว่ากองทุนที่สะสมมาก็ 400,000 บาทขึ้นไปบางคนล้านกว่าบาทก็ไปตั้งต้นและใช้หนี้ใช้สินและหางานใหม่ได้แล้ว จนเดือนพฤศจิกายน 68 ได้เงินเดือนก้อนแรกหลังจากไม่ได้รับเงินเดือนมานาน แต่สุดท้ายสหกรณ์แห่งประเทศไทยส่งอีเมลมาว่า เนื่องจากพนักงานจะลาออกพนักงานจะต้องมีการเซ็นสัญญาปรับปรุงโครงสร้างการใช้หนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยจำนวนเต็มๆ 16,000 บาท (คิดเป็นตัวเลขกลมๆ) พนักงานส่วนใหญ่ยอมจ่ายเพราะถ้าไม่จ่ายสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยจะหักเงินจากกองทุน เกือบ 200,000 บาท เพื่อปิดหนี้สหกรณ์จนหมดแล้วจะไม่มีสหกรณ์ให้เลย แล้วต้องจ่ายในวันเงินเดือนออกเท่านั้นด้วยนะ ถ้าเลยวันถือว่ายินยอมให้สหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทยหักเงินเต็มจำนวนจนปิดหนี้ของสหกรณ์ได้ จนรอถึงเดือนธันวาคม 68 ได้เงินเดือนแต่แค่ครึ่งเดียว อีกครึ่งธนาคารแจ้งว่าจะไปรวมให้พร้อมกันทีเดียวกับกองทุนในวันที่ 5 มกราคมปี 69
พนักงานหลายคนยอมจ่ายเพราะไม่อยากให้สหกรณ์ออมทรัพย์หักเงินเป็นแสนเพราะว่าเสียดายเงิน หลายคนยอมลำบาก 1 เดือนยอมกู้หนี้ยืมสินอีกครั้งเพราะหวังว่าเงินกองทุนที่ธนาคารแจ้งว่าจะจ่ายให้วันที่ 5 มกราคมปี 69 จะได้...ผลสรุปคืออะไรรู้ไหม
ไม่ได้‼️เหมือนเดิม!!!
เนื่องจาก ธปท. แจ้งว่าจะกอบกู้ธนาคารแห่งนี้ขึ้นมาให้เพราะว่าธนาคารยังไปได้อยู่ โดยเงื่อนไข คือ เรียกพนักงานที่ลาออกให้กลับมาทำงานทุกคนและห้ามพนักงานลาออกเป็นจำนวน 365 วันโดยไม่มีเงื่อนไข พนักงานส่วนใหญ่ดีใจที่ได้ทำงานต่อและส่วนใหญ่เสียใจที่ไม่ได้เงินกองทุนไปใช้หนี้ ตอนนี้ธนาคารแห่งนั้นถูกบริหารโดย ธปท. เรียบร้อยแล้ว ผมได้ฟังเรื่องราวผมรู้สึกเห็นใจกับแผนกนั้นที่เราต้องมารับผิดชอบในสิ่งที่เราไม่ได้เป็นคนก่อขึ้นเข้าใจคนที่มีลูกเข้าใจคนที่มีภาระ ว่าพวกเขาต้องลำบากขนาดไหน อยากให้ ธปท.ตรวจสอบการทำงานของผู้บริหาร และ ช่วยเห็นใจและให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานที่ไม่ได้รับเงินเดือนโดยเร็วที่สุดเพราะตอนนี้ครอบครัวของพวกเขาหลายๆท่านพังพินาศจากสิ่งที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนสร้างปัญหาขึ้นมาเลย...ธนาคารแห่งนั้นเป็นธนาคารใหญ่แห่งหนึ่ง คงบอกชื่อธนาคารไม่ได้เพราะว่าเดี๋ยวอาจจะโดนฟ้องได้แต่นี่คือเรื่องราวที่อยากให้ทุกท่านได้รับรู้เท่านั้นครับ ขอบคุณครับ🙏 ผมไม่ได้เป็นพนักงานหรอกแต่ผมได้ฟังเรื่องราวของพนักงานธนาคารมาจากหลายท่านเลยแหละแต่พวกเขาไม่กล้าโพสต์เพราะกลัวธนาคารแห่งนั้นจะไล่ออกโดยไม่ได้รับเงินเดือนอีกอย่างพวกเขาเหล่านั้นอายุเยอะแล้วจึงหางานค่อนข้างยากผมเลยมาโพสต์แทนเท่านั้นครับ จะตำหนิผมก็เชิญผมจะไม่ตอบโต้ใดๆทั้งสิ้นครับ แล้วผมก็ไม่ค่อยได้เล่น pantip เพราะมันไม่ได้มีความสำคัญอะไรมาก pantip ไม่ได้ให้เงินผมใช้แต่อยากระบายแทนพนักงานเหล่านั้นครับ