JJNY : ปชน.เปิดตัวมุนินทร์ พงศาปาน│เผยเหตุ 3 ประการตอบรับร่วมทีม ปชน.│วีระยุทธชู“หวยใบเสร็จ”│“ไหม”เจอถาม มีทหารไว้ทำไม

ปชน.เปิดตัว มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีนิติศาสตร์ มธ. วางตัว รมว.ยุติธรรม เดินหน้าปฏิรูปกม.
.

.
พรรคประชาชน เปิดชื่อ ‘มุนินทร์ พงศาปาน’ อดีตคณบดีนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ว่าที่ รมว.ยุติธรรม พร้อมปฏิรูปกฎหมาย พาประเทศพ้นภาวะวิกฤต
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชนเป็นคนแรกแล้ว ได้แก่ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเป็น ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หากพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
.
พรรคประชาชนได้ปล่อยรายการพิเศษ The Professionals ทีมบริหารประชาชน EP1 เป็นการเปิดตัวว่าที่รัฐมนตรีของรัฐบาลพรรคประชาชนทุกวัน วันละคน ตั้งแต่วันที่ 5-15 มกราคม 2569 โดยวันที่ 11 ม.ค. พรรคประชาชนจะเปิดเวทีแสดงวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน ที่สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 เวลา 14.00 น.เป็นต้นไป
.
รศ.ดร.มุนินทร์ระบุในรายการ The Professionals ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน EP.1 ตอนหนึ่งว่า พร้อมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนวาระที่อยากเห็น เกี่ยวข้องกับกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงาน นักการเมือง ประชาชน ในการขับเคลื่อน
.
รศ.ดร.มุนินทร์กล่าวว่า คิดว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญมากที่ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมทางการเมืองในบทบาทที่ตนถนัด หรือช่วยได้ ตั้งแต่การเลือกตั้ง เป็น ส.ส. มีส่วนในการบริหาร ขับเคลื่อนสิ่งที่อยากเห็นเกิดขึ้นจริงได้
.
รศ.ดร.มุนินทร์กล่าวอีกว่า เป็นคำถามที่ถูกถามบ่อยๆ เวลาให้สัมภาษณ์สื่อว่า เวลาสอนลูกศิษย์จะสอนยังไง บ้านเมืองเป็นแบบนี้ ต้องยอมรับตรงๆ ว่าเห็นปัญหาค่อนข้างชัด เนื่องจากแบ๊กกราวด์สนใจ เชี่ยวชาญกฎหมายเปรียบเทียบ รวมทั้งศึกษากฎหมายต่างประเทศ ระบบต่างๆ เห็นหลักการทางกฎหมายประเทศนั้นนี้ ทุกครั้งก็ย้อนกลับมาดูไทยเองว่าเราเอาหลักการกฎหมายต่างประเทศมาส่วนใหญ่ เป็นนักประวัติศาสตร์กฎหมายด้วย จะเห็นการเคลื่อนไหว พัฒนาการกฎหมายของไทยตั้งแต่ 100 กว่าปีที่แล้วจนตอนนี้
.
นี่เป็นช่วงเวลาที่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมถึงจุดที่ย่ำแย่ที่สุด เรียกว่าย้อนไป 20-30 ปี ตั้งแต่เป็นนักศึกษากฎหมาย เป็นอาจารย์กฎหมาย เป็นผู้บริหาร คิดว่าเรากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่วิกฤตที่สุดของกฎหมาย ของกระบวนการยุติธรรม ของหลักนิติรัฐ และหลักประชาธิปไตย
.
แน่นอน การสอน การพูดในห้องเรียนก็มีความจำเป็น การให้ความรู้แลกเปลี่ยนกับสังคมสาธารณะก็มีความจำเป็น แต่คิดว่าการเมืองก็ต้องการคนที่พร้อมเข้ามาช่วย ขับเคลื่อนในเรื่องการปฏิรูปกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ให้พ้นจากสภาวะวิกฤตนี้ และถ้ามีโอกาสก็ยินดีที่จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง” รศ.ดร.มุนินทร์กล่าว
.
รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อาจารย์กฎหมาย ผู้ส่งเสียงเบรก ‘ความพยายามในการล่วงละเมิดเสรีภาพทางวิชาการ’
.
สำหรับ รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน เป็นคณบดีคนที่ 22 ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (พ.ศ.2562-2565) เกิดวันที่ 15 สิงหาคม พ.ศ.2522 ที่ จ.พัทลุง สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียน ภ.ป.ร. ราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จ.นครปฐม ได้เข้าศึกษาในระดับชั้นปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ พ.ศ.2541 ได้รับรางวัลเรียนดีทุนสัญญา ธรรมศักดิ์ สำหรับนักศึกษากฎหมายชั้นปีที่ 3 ที่มีคะแนนสูงสุด สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับ 1 และมีคะแนนเป็นลำดับที่ 1 ของผู้ที่สำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.2545 จึงได้รับพระราชทานรางวัลเรียนดีทุนภูมิพลและรางวัลพระยานิติศาสตร์ไพศาล ทันทีหลังจากที่สำเร็จการศึกษาได้เข้าทำงานเป็นทนายความในแผนกว่าคดี (litigation) ของ Clifford Chance (Thailand) ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายอังกฤษที่เคยฝึกงานในขณะที่เป็นนักศึกษา
.
พ.ศ.2546 ลาออกจากสำนักงานทนายความเพื่อเข้าเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในช่วงต้นของการปฏิบัติหน้าที่อาจารย์ประจำ รศ.ดร.มุนินทร ได้รับมอบหมายให้เป็นอาจารย์ประจำศูนย์รังสิต ปฏิบัติหน้าที่อาจารย์สัมมนาวิชากฎหมายแพ่ง : หลักทั่วไป (วิชาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับกฎหมายและระบบกฎหมายในปัจจุบัน) กฎหมายลักษณะนิติกรรมและสัญญา กฎหมายลักษณะหนี้ : หลักทั่วไป เอกเทศสัญญา 1 และกฎหมายลักษณะพยาน การทำหน้าที่อาจารย์สัมมนาให้กับนักศึกษากฎหมายปีแรก ทำให้มีโอกาสคลุกคลีกับนักศึกษาและได้พัฒนาแนวทางในการเขียนตอบข้อสอบกฎหมายจนต่อมาได้ตีพิมพ์เป็นหนังสือ “แนวทางในการเขียนตอบข้อสอบกฎหมายสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษากฎหมาย” (ตีพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2550 ปัจจุบันครั้งที่ 13)
.
พ.ศ.2549 เข้าศึกษาระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) ด้วยทุนพัฒนาอาจารย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี พ.ศ.2552 ได้เข้าศึกษา ณ มหาวิทยาลัยเอดินบะระ (University of Edinburgh) เขียนดุษฎีนิพนธ์ในหัวข้อ “The Reception of Foreign Private Law in Thailand: A Case Study of Specific Performance” ภายใต้คำปรึกษาของ Professor J Paul du Plessis และ Professor Laura Macgregor โดยสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ.2556.
.

.
มุนินทร์ เผยเหตุ 3 ประการ ตอบรับร่วมทีมบริหาร ปชน. ได้เวลาคืนความปกติ กระบวนการยุติธรรมไทย
.
มุนินทร์ เผยเหตุผล 3 ประการ ตอบรับร่วมทีมบริหาร พรรคประชาชน เผยได้เวลาคืนความปกติ ให้กระบวนการยุติธรรมไทย
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หากพรรคประชาชนเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ระบุภายหลังพรรคประชาชนเปิดตัวรายการพิเศษ The Professionals ทีมบริหารประชาชน EP.1 เกี่ยวกับการเปิดตัว รศ.ดร.มุนินทร์ ว่า ได้เวลาคืน ‘ความปกติ’ ให้กระบวนการยุติธรรมไทย
.
ในวัย 46 ปี ผมโตทันได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและระบบกฎหมายทั้งช่วงก่อนและหลังยุครัฐธรรมนูญ 2540
.
ผมเรียนปริญญาตรีกฎหมายที่ธรรมศาสตร์เมื่อปี 2541 จบแล้วเป็นทนายความในสำนักงานกฎหมายของอังกฤษช่วงสั้นๆ ก่อนเข้าเป็นอาจารย์ประจำที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2546
.
ช่วงที่เป็นนักศึกษากฎหมายจนถึงตอนเป็นอาจารย์สอนกฎหมายใหม่ๆ เคสที่สอนกันในห้องเรียนเป็นปัญหาการใช้การตีความกฎหมายทั่วๆ ไป แต่ไม่ใช่ปัญหาร้ายแรงเกินความสามารถของกระบวนการยุติธรรมไทยในเวลานั้นที่จะจัดการ
.
ระบบการเมืองและกฎหมายเข้าสู่สภาวะถดถอยภายหลังการรัฐประหารปี 2549 ความกระเหี้ยนกระหือรือที่จะแก้ไขวิกฤตการณ์ทางการเมืองด้วยอำนาจพิเศษและกลไกทางกฎหมายที่พิสดาร รวมถึงความไม่เชื่อมั่นในความเป็น ‘คนเท่ากัน’ ของคนไทยว่าจะมีความสามารถและเจตจำนงที่จะฝ่าฟันจากวิกฤตการณ์ต่างๆ ได้ ทำให้ระบบกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมที่ปกติของไทยถูกตัดแต่งพันธุกรรมครั้งใหญ่ตั้งแต่รัฐธรรมนูญไปจนถึงระบบกฎหมายที่เกี่ยวข้องจนมีสภาพพิกลพิการมาจนถึงทุกวันนี้ การรัฐประหารปี 2557 และรัฐธรรมนูญ 2560 ซ้ำเติมการเมืองและกฎหมายไทยให้ยิ่งจมดิ่งลงไปในเหวลึก
.
ตอนเป็นอาจารย์ใหม่ๆ ผมเคยคิดว่า การเมืองกับกฎหมายเป็นเรื่องที่แยกกันได้ ไม่ว่าการเมืองจะดีเลวอย่างไร นักกฎหมายก็ยังสามารถทำหน้าที่ปกติต่อไปได้ หลังจากไปเรียนต่อปริญญาโทและปริญญาเอกที่สหราชอาณาจักรในด้านกฎหมายเปรียบเทียบและประวัติศาสตร์กฎหมาย เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกที่เกี่ยวกับการรับกฎหมายต่างประเทศ (legal transplation) ก็เริ่มตกผลึกว่า สังคมจะดี ทั้งการเมืองและกฎหมายต้องดีไปด้วยกัน
.
การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ประชาชนเป็นใหญ่ ส่วนกฎหมายที่ดีคือกฎเกณฑ์ที่เกิดจากเจตจำนงของประชาชน และนี่เป็นหลักการพื้นฐานของประชาธิปไตยง่ายๆ ที่ใครๆ ก็รู้กัน แต่ถึงเวลานี้คนไทยส่วนใหญ่คงตระหนักเหมือนผมว่า หลักการง่ายๆ เหล่านี้กลายเป็นความเพ้อฝันสำหรับสังคมไทยมากขึ้นทุกขณะ
.
ผมกลับมาจากต่างประเทศเมื่อปี 2556 ทำงานสอนกฎหมายต่อที่ธรรมศาสตร์ ได้รับมอบหมายงานบริหารจัดการหลักสูตรปริญญาตรีกฎหมายเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งในเวลานั้นคนจำนวนมากคิดว่ายากที่จะทำให้สำเร็จ ต่อมาเป็นรองคณบดี และเป็นคณบดีคณะนิติศาสตร์เมื่อปี 2562
.
เริ่มงานคณบดีได้ไม่กี่เดือนก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีบอสกระทิงแดง ทำให้ได้รู้เห็นปัญหาของกระบวนการยุติธรรมไทยที่น่าตกใจด้วยตาตัวเอง ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันสังคมไทยก็เผชิญกับโรคระบาดโควิดและการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยของคนรุ่นใหม่ คนส่วนใหญ่ในสังคมคงเห็นไม่ต่างกันว่าถ้าการเมืองดี สังคมไทยคงไม่ต้องสูญเสียขนาดนั้น ถ้าบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยและมีความหวัง คงไม่มีใครออกมาชุมนุมเรียกร้องกันใหญ่โตขนาดนั้น
.
หลังรัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ ผมเฝ้ามองและวิพากษ์วิจารณ์ผลลัพธ์อันพิสดารของรัฐธรรมนูญและหายนะที่เกิดขึ้นกับระบบกฎหมายและกระบวนยุติธรรม เราเห็นการเลือกและปลดนายกรัฐมนตรี การยุบพรรคตัดสิทธินักการเมืองด้วยกลไกทางกฎหมายที่พิสดารไม่เหมือนใครในโลก เพื่อความสงบเรียบร้อยที่ฉาบฉวยซึ่งถูกใช้หลอกล่อผู้คนให้โหวตรับรัฐธรรมนูญ โดยไม่รู้ว่าต้องจ่ายราคาค่าตอบแทนที่สูงลิ่วในเวลาต่อมา
.
ทั้งหมดนี้คือความอ่อนแออย่างที่สุดของระบบการเมืองและกฎหมาย ซึ่งแน่นอนถึงตอนนี้ แม้แต่ชาวบ้านทั่วไปก็ไม่สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำแล้วว่ามันเป็นแค่ปัญหาของนักการเมืองและนักกฎหมาย ความอ่อนแอของการเมืองและกฎหมายไทยส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนทั่วไปที่สามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยและปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกหย่อมหญ้า
.
หลักการกฎหมายที่สอนในกันในมหาวิทยาลัยไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ความเป็นจริงของการเมืองและกฎหมายของไทยห่างไกลจากสิ่งที่สอนมากขึ้นทุกขณะ จนทำให้หลักการที่สอนกลายเป็นเพียงความเพ้อฝัน
.
แต่ความเพ้อฝันเหล่านี้เป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงความหวังของคนเป็นอาจารย์ ความหวังที่จะเห็นการเมืองและกฎหมายที่ดีกว่านี้
.
เมื่อผมได้รับการทาบทามจากพรรคประชาชนให้เข้าร่วมทีมบริหารเพื่อขับเคลื่อนนโยบายด้านกระบวนการยุติธรรม หากพรรคชนะการเลือกตั้งและมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาล ผมตัดสินใจตอบตกลงด้วยเหตุผลสามประการ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่