‘พิธา’ เสนอ กกต. ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้ง-ประชามตินอกราชอาณาจักรถึง 8 ม.ค. 69 ชี้ทำได้ตามกฎหมาย
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5534133
.

.
‘พิธา’ เสนอ กกต. ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้ง-ประชามตินอกราชอาณาจักรถึง 8 ม.ค. 69 ชี้ทำได้ตามกฎหมาย ไม่กระทบกระบวนการ
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวช่วงหนึ่งในกิจกรรมสนทนารูปแบบออนไลน์ “
Global Town Hall: คนไทยไกลบ้าน” เพื่อเชิญชวนและให้ข้อมูลแก่คนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศในการลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งจัดขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยพิธาเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรออกไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะคนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเผชิญข้อจำกัดด้านเขตเวลา การเดินทาง และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
.
พิธาระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวสามารถดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมายและไม่กระทบต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 188 และระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ข้อ 23 ได้กำหนดหลักการไว้อย่างชัดเจนว่าการลงทะเบียนต้องดำเนินการก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวเปิดช่องให้ กกต. สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนได้ ตราบใดที่ยังอยู่ภายในกรอบ “
ไม่น้อยกว่า 30 วัน” ซึ่งในกรณีของการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรสามารถขยายได้ถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 เช่นเดียวกับกรณีการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
.
พิธากล่าวว่า การขยายเวลาลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องของความได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมือง
แต่เป็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
.
“การเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบ คือการปกป้องเสียงของประชาชน ประชาชนไม่ควรเสียสิทธิเพียงเพราะปัญหาเชิงธุรการที่พวกเขาไม่ใช่ต้นเหตุและไม่ใช่ความต้องการของเขาเอง กกต. ต้องให้น้ำหนักกับสิทธิของประชาชนมากกว่านี้”
พิธากล่าว
.
พิธาย้ำว่า หาก กกต. ยึดการคุ้มครองสิทธิของประชาชนเป็นที่ตั้ง การขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 จะเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าประเทศไทยพร้อมจัดการเลือกตั้งที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
.
.
พิธา-กุลธิดา ชวนคนไทยต่างแดนลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งเป้าทำลายสถิติผู้ใช้สิทธิปี66
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5534116
.
พิธา-กุลธิดา แท็กทีมจัด Global Town Hall ชวนคนไทยต่างแดนลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งเป้าทำลายสถิติผู้ใช้สิทธิปี 2566
.
วันที่ 4 มกราคม 2569
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรมสนทนาในรูปแบบออนไลน์ “
Global Town Hall: คนไทยไกลบ้าน” เพื่อเชิญชวนและให้ข้อมูลแก่คนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศในการลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้สิทธิให้สูงกว่าสถิติการเลือกตั้งปี 2566
.
พิธาเปิดเผยว่า ตนทราบว่าในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศรวมทั้งสิ้นประมาณ 115,000 คะแนนจากคนไทยทั่วโลก โดยคาดว่า 5 เมืองที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ ซิดนีย์, ลอนดอน, แคนเบอร์รา, ลอสแอนเจลิส และโตเกียว ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทบไม่มีการรณรงค์หรือการสื่อสารอย่างเป็นระบบไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศโดยตรง
.
พิธาเปิดเผยว่า ตนทราบว่าในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศรวมทั้งสิ้นประมาณ 115,000 คะแนนจากคนไทยทั่วโลก โดยคาดว่า 5 เมืองที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ ซิดนีย์, ลอนดอน, แคนเบอร์รา, ลอสแอนเจลิส และโตเกียว ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทบไม่มีการรณรงค์หรือการสื่อสารอย่างเป็นระบบไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศโดยตรง
.
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ร่วมสนทนา ได้แก่
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ครู
จุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่และนักการศึกษา,
มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017,
ศรัณย์ มหาสุภาพ (เต้ ไกลบ้าน) ตัวแทนคนไทยในต่างแดนและผู้ดำเนินรายการ โดยกิจกรรมได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมเกินกว่าจำนวนที่เปิดรับ สะท้อนถึงความตื่นตัวของคนไทยในต่างประเทศที่ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
.
.
‘ไอซ์’ ยัน ไม่มีปชน.โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯอีก ซัดขบวนการปั่นหัวคนให้หลงเชื่อพรรคส้มแก้แต่ 112 ด้อยค่าทหาร
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5534143
.
‘ไอซ์’ ยัน ไม่มีปชน.โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯอีก ซัดขบวนการปั่นหัวคนให้หลงเชื่อพรรคส้มแก้แต่ 112 ด้อยค่าทหาร ท้า ดูดิจิทัลฟุตพรินต์ พรรคไหนกันแน่ทิ้งทหารชั้นผู้น้อย
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่เขตสายไหม น.ส.
รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การหาเสียงที่มีคนตั้งคำถามรุนแรงระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เรามักจะเจอกับเหตุการณ์นี้ แต่ใน 1 วันไม่ได้มีเยอะ เช่น ไปตลาดอาจจะมีสัก 1 คนที่เข้ามาถามเราว่าทหารมีไว้ทำไม หรือตั้งคำถามว่าทำไมเราแก้แต่มาตรา 112 แก้แต่รัฐธรรมนูญ แน่นอนว่าเรายินดีที่จะตอบ เป็นเรื่องปกติของการหาเสียง ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนอย่างเดียว ทุกพรรคก็น่าจะเจอเหมือนกัน แต่ความรุนแรงอาจจะมากน้อยต่างกันไป
.
น.ส.
รักชนก กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา มีคำถามว่าในสภาเราทำงานบ้างหรือไม่ ทำไมแก้แต่มาตรา 112 เอาหรือไม่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราต้องยืนยันว่าเรื่องมาตรา 112 ที่เราถูกโจมตี แทบไม่มีใครพูดถึงเลย และไม่ใช่พรรคประชาชนด้วยซ้ำที่เริ่มพูดถึงเรื่องนี้ มีแต่คนอื่นเอาป้ายนี้มาแปะเรา ถามว่าในสภาพวกเราทำอะไรบ้าง พวกเราพยายามผลักดันกฎหมายแรงงาน ลาคลอดที่จากเดิม 90 วันเป็น 180 วัน แต่สุดท้ายได้มา 120 วันและให้ผู้ชายสามารถลาเลี้ยงดูลูกได้ด้วย พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด เราก็ผลักดัน แต่ก็เกิดการยุบสภาก่อน อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอีกมากมาย เราทำเยอะมาก
.
“
ดิฉันต้องบอกว่ามันเป็นขบวนการข้อมูลข่าวสารที่ต้องเรียกว่าเขาทำสำเร็จจริงๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพวกเราแก้แต่มาตรา 112 และด้อยค่าทหาร ทั้งที่พรรคประชาชนแทบจะเป็นพรรคเดียวในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เวลามีทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม โดนกระทำในแบบที่ลดทอนศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในค่ายทหาร แล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต มีพรรคการเมืองไหนบ้าง ในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม แล้วไปยืนเคียงข้างเขา ที่ดิฉันเห็นมีแต่วันนี้ที่ออกมาโจมตีพรรคประชาชนในช่วงเลือกตั้ง บอกว่าพวกเราด้อยค่าทหาร ทหารมีไว้ทำไม ดิฉันถามดีกว่าว่าในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนกระทืบ หลายคนต้องเสียชีวิต ล่าสุดอาจจะเป็นการอำพรางด้วยซ้ำ ท่านอยู่ที่ไหน มีนี่แหละ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีกรรมาธิการการทหาร ตามล่าหาความจริงกับเรื่องเหล่านี้” น.ส.
รักชนก กล่าว
.
เมื่อถามว่า ครั้งนี้กองทัพเป็นคนมาเล่นด้วยมองว่ากองทัพทำร้ายพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.
รักชนก หันไปหาผู้สมัครคนอื่นให้ตอบแทน โดยนาย
กิตติพงษ์ ปิยวัณโณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร และได้เข้าไปให้คำปรึกษาหลายเรื่อง ซึ่งทหารส่วนมากก็ให้การสนับสนุนพรรคประชาชน เห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2566 ในพื้นที่ทหาร ก็ให้ความไว้วางใจกับพรรคก้าวไกล มีเพียงทหารบางส่วนที่พยายามสร้างกระแส สร้างความแตกแยกระหว่างพรรคประชาชนกับพี่น้องทหาร ข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคประชาชนเป็นปฏิปักษ์กับกองทัพ ไม่มีมูลความจริงเลย ไปดูข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านการทำงานของคณะกรรมาธิการการทหารและนโยบายของประชาชน
.
จากนั้น น.ส.
รักชนก กล่าวว่า “
ถ้าจะดูความจริงใจจากนักการเมืองเวลาที่เขาพูดว่าเขารักชาติ รักพ่อแม่พี่น้องทหาร ดูจากไหน ท่านดูได้จากตอนที่โหวตกฎหมาย พรรคประชาชนยื่นกฎหมายที่จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพหรือการให้กองทัพต้องมาขึ้นศาลพลเรือน นักการเมืองที่ทุกวันนี้ออกมาโจมตีพวกเรา ว่าพวกเราด้อยค่ากองทัพ ด้อยค่าทหาร พวกเขาโหวตอย่างไร เรามีดิจิทัลฟุตพรินต์”
.
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนถูกทำร้ายโดยผู้มีอำนาจหรือไม่ น.ส.
รักชนก กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนคิดมากเกินไปหรือไม่ แต่ก่อนการรัฐประหารในรัฐบาล น.ส.
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีการส่งสัญญาณ กองทัพก็สื่อสารกับประชาชนเพิ่มมากขึ้น สื่อมวลชนถามพล.อ.
ประยุทธ์ว่าจะทำรัฐประหารหรือไม่ ก็ตอบไม่ทำ แต่สุดท้ายก็เสียสัตย์และทำให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งมา 10 กว่าปี จนทุกวันนี้ ตัวเขาไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาทำไว้ยังอยู่ และดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยอันดับก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ มีมรดกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
.
เมื่อถามว่า จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ น.ส.
รักชนก กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดชัดเจนว่าต่อจากนี้จะไม่มี ส.ส.จากพรรคประชาชนคนไหน ไม่ว่าเราจะชนะเลือกตั้งจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม แต่จะไม่มี ส.ส.จากพรรคคนไหนไปขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
.
เมื่อถามว่า พรรคไหนเข้าข่ายสีเทา น.ส.
รักชนก กล่าวว่า ต้องถามแกนนำ ตนตอบไม่ได้ ส่วนนโยบาย 112 ศาลรัฐคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าไม่ให้เอามาพูดในการหาเสียง หรือไม่ให้เอามาใช้ในการรณรงค์หาเสียง ตนขอความร่วมมือสื่อมวลชนจริงๆ ท่านกำลังจะทำให้พวกเราผิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและอาจจะโดนยุบพรรคอีกรอบก็ได้ ถ้าเราตอบเรื่องนี้
.
เมื่อถามว่า รักทหารหรือไม่ น.ส.
รักชนก กล่าวว่า ก็เหมือนกับคำถามอื่นว่าตนรักสื่อมวลชนหรือไม่ รักอาชีพหมอ อาชีพพยาบาลหรือไม่ แน่นอนว่ามันก็มีคนที่ดีและคนไม่ดีอยู่ในแต่ละอาชีพ ดังนั้น ตนคิดว่าตนยืนอยู่เคียงข้างพ่อแม่พี่น้องทหารที่ถูกกระทำ ใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรักหรือไม่รักตนก็ตาม
JJNY : ‘พิธา’เสนอกกต.ขยายเวลา│พิธา-กุลธิดาชวนคนไทยต่างแดนลงทะเบียน│‘ไอซ์’ยันไม่มีปชน.โหวต‘อนุทิน’│เตือน “ทรัมป์” หยุดขู่
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5534133
.
.
‘พิธา’ เสนอ กกต. ขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้ง-ประชามตินอกราชอาณาจักรถึง 8 ม.ค. 69 ชี้ทำได้ตามกฎหมาย ไม่กระทบกระบวนการ
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวช่วงหนึ่งในกิจกรรมสนทนารูปแบบออนไลน์ “Global Town Hall: คนไทยไกลบ้าน” เพื่อเชิญชวนและให้ข้อมูลแก่คนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศในการลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร ซึ่งจัดขึ้นเมื่อคืนนี้ (4 ม.ค. ตามเวลาในประเทศไทย) โดยพิธาเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาขยายระยะเวลาการลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรออกไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยเฉพาะคนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งเผชิญข้อจำกัดด้านเขตเวลา การเดินทาง และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
.
พิธาระบุว่า ข้อเสนอดังกล่าวสามารถดำเนินการได้โดยชอบด้วยกฎหมายและไม่กระทบต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อ 188 และระเบียบ กกต. ว่าด้วยการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ข้อ 23 ได้กำหนดหลักการไว้อย่างชัดเจนว่าการลงทะเบียนต้องดำเนินการก่อนวันออกเสียงไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ ระเบียบดังกล่าวเปิดช่องให้ กกต. สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนได้ ตราบใดที่ยังอยู่ภายในกรอบ “ไม่น้อยกว่า 30 วัน” ซึ่งในกรณีของการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรสามารถขยายได้ถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 เช่นเดียวกับกรณีการลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร
.
พิธากล่าวว่า การขยายเวลาลงทะเบียนไม่ใช่เรื่องของความได้เปรียบหรือเสียเปรียบทางการเมือง
แต่เป็นเรื่องของการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน
.
“การเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับระบบ คือการปกป้องเสียงของประชาชน ประชาชนไม่ควรเสียสิทธิเพียงเพราะปัญหาเชิงธุรการที่พวกเขาไม่ใช่ต้นเหตุและไม่ใช่ความต้องการของเขาเอง กกต. ต้องให้น้ำหนักกับสิทธิของประชาชนมากกว่านี้” พิธากล่าว
.
พิธาย้ำว่า หาก กกต. ยึดการคุ้มครองสิทธิของประชาชนเป็นที่ตั้ง การขยายเวลาลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรไปจนถึงวันที่ 8 มกราคม 2569 จะเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกว่าประเทศไทยพร้อมจัดการเลือกตั้งที่เปิดกว้าง เป็นธรรม และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
.
.
พิธา-กุลธิดา ชวนคนไทยต่างแดนลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งเป้าทำลายสถิติผู้ใช้สิทธิปี66
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5534116
.
พิธา-กุลธิดา แท็กทีมจัด Global Town Hall ชวนคนไทยต่างแดนลงทะเบียนเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ตั้งเป้าทำลายสถิติผู้ใช้สิทธิปี 2566
.
วันที่ 4 มกราคม 2569 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล จัดกิจกรรมสนทนาในรูปแบบออนไลน์ “Global Town Hall: คนไทยไกลบ้าน” เพื่อเชิญชวนและให้ข้อมูลแก่คนไทยที่พำนักอยู่ในต่างประเทศในการลงทะเบียนเลือกตั้งและออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวนผู้ใช้สิทธิให้สูงกว่าสถิติการเลือกตั้งปี 2566
.
พิธาเปิดเผยว่า ตนทราบว่าในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศรวมทั้งสิ้นประมาณ 115,000 คะแนนจากคนไทยทั่วโลก โดยคาดว่า 5 เมืองที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ ซิดนีย์, ลอนดอน, แคนเบอร์รา, ลอสแอนเจลิส และโตเกียว ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทบไม่มีการรณรงค์หรือการสื่อสารอย่างเป็นระบบไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศโดยตรง
.
พิธาเปิดเผยว่า ตนทราบว่าในการเลือกตั้งทั่วไปปี 2566 คะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศรวมทั้งสิ้นประมาณ 115,000 คะแนนจากคนไทยทั่วโลก โดยคาดว่า 5 เมืองที่มีจำนวนผู้ใช้สิทธิสูงสุด ได้แก่ ซิดนีย์, ลอนดอน, แคนเบอร์รา, ลอสแอนเจลิส และโตเกียว ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทบไม่มีการรณรงค์หรือการสื่อสารอย่างเป็นระบบไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งในต่างประเทศโดยตรง
.
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ร่วมสนทนา ได้แก่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ครูจุ๊ย กุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่และนักการศึกษา, มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017, ศรัณย์ มหาสุภาพ (เต้ ไกลบ้าน) ตัวแทนคนไทยในต่างแดนและผู้ดำเนินรายการ โดยกิจกรรมได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมเกินกว่าจำนวนที่เปิดรับ สะท้อนถึงความตื่นตัวของคนไทยในต่างประเทศที่ต้องการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย
.
.
‘ไอซ์’ ยัน ไม่มีปชน.โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯอีก ซัดขบวนการปั่นหัวคนให้หลงเชื่อพรรคส้มแก้แต่ 112 ด้อยค่าทหาร
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5534143
.
‘ไอซ์’ ยัน ไม่มีปชน.โหวต ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯอีก ซัดขบวนการปั่นหัวคนให้หลงเชื่อพรรคส้มแก้แต่ 112 ด้อยค่าทหาร ท้า ดูดิจิทัลฟุตพรินต์ พรรคไหนกันแน่ทิ้งทหารชั้นผู้น้อย
.
เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่เขตสายไหม น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์การหาเสียงที่มีคนตั้งคำถามรุนแรงระหว่างลงพื้นที่เมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา ว่า เรามักจะเจอกับเหตุการณ์นี้ แต่ใน 1 วันไม่ได้มีเยอะ เช่น ไปตลาดอาจจะมีสัก 1 คนที่เข้ามาถามเราว่าทหารมีไว้ทำไม หรือตั้งคำถามว่าทำไมเราแก้แต่มาตรา 112 แก้แต่รัฐธรรมนูญ แน่นอนว่าเรายินดีที่จะตอบ เป็นเรื่องปกติของการหาเสียง ไม่ใช่แค่พรรคประชาชนอย่างเดียว ทุกพรรคก็น่าจะเจอเหมือนกัน แต่ความรุนแรงอาจจะมากน้อยต่างกันไป
.
น.ส.รักชนก กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนคือเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา มีคำถามว่าในสภาเราทำงานบ้างหรือไม่ ทำไมแก้แต่มาตรา 112 เอาหรือไม่ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราต้องยืนยันว่าเรื่องมาตรา 112 ที่เราถูกโจมตี แทบไม่มีใครพูดถึงเลย และไม่ใช่พรรคประชาชนด้วยซ้ำที่เริ่มพูดถึงเรื่องนี้ มีแต่คนอื่นเอาป้ายนี้มาแปะเรา ถามว่าในสภาพวกเราทำอะไรบ้าง พวกเราพยายามผลักดันกฎหมายแรงงาน ลาคลอดที่จากเดิม 90 วันเป็น 180 วัน แต่สุดท้ายได้มา 120 วันและให้ผู้ชายสามารถลาเลี้ยงดูลูกได้ด้วย พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า พ.ร.บ.อากาศสะอาด เราก็ผลักดัน แต่ก็เกิดการยุบสภาก่อน อะไรที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอีกมากมาย เราทำเยอะมาก
.
“ดิฉันต้องบอกว่ามันเป็นขบวนการข้อมูลข่าวสารที่ต้องเรียกว่าเขาทำสำเร็จจริงๆ ที่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพวกเราแก้แต่มาตรา 112 และด้อยค่าทหาร ทั้งที่พรรคประชาชนแทบจะเป็นพรรคเดียวในตลอดหลายปีที่ผ่านมา ที่เวลามีทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม โดนกระทำในแบบที่ลดทอนศักดิ์ศรีคุณค่าความเป็นมนุษย์ในค่ายทหาร แล้วเราออกมายืนเคียงข้างคนที่ถูกกระทำหรือครอบครัวผู้เสียชีวิต มีพรรคการเมืองไหนบ้าง ในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนซ้อม โดนซ่อม แล้วไปยืนเคียงข้างเขา ที่ดิฉันเห็นมีแต่วันนี้ที่ออกมาโจมตีพรรคประชาชนในช่วงเลือกตั้ง บอกว่าพวกเราด้อยค่าทหาร ทหารมีไว้ทำไม ดิฉันถามดีกว่าว่าในวันที่ทหารชั้นผู้น้อยโดนกระทืบ หลายคนต้องเสียชีวิต ล่าสุดอาจจะเป็นการอำพรางด้วยซ้ำ ท่านอยู่ที่ไหน มีนี่แหละ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มีกรรมาธิการการทหาร ตามล่าหาความจริงกับเรื่องเหล่านี้” น.ส.รักชนก กล่าว
.
เมื่อถามว่า ครั้งนี้กองทัพเป็นคนมาเล่นด้วยมองว่ากองทัพทำร้ายพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.รักชนก หันไปหาผู้สมัครคนอื่นให้ตอบแทน โดยนายกิตติพงษ์ ปิยวัณโณ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า ตนเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการทหาร และได้เข้าไปให้คำปรึกษาหลายเรื่อง ซึ่งทหารส่วนมากก็ให้การสนับสนุนพรรคประชาชน เห็นได้จากการเลือกตั้งปี 2566 ในพื้นที่ทหาร ก็ให้ความไว้วางใจกับพรรคก้าวไกล มีเพียงทหารบางส่วนที่พยายามสร้างกระแส สร้างความแตกแยกระหว่างพรรคประชาชนกับพี่น้องทหาร ข้อกล่าวหาที่ว่าพรรคประชาชนเป็นปฏิปักษ์กับกองทัพ ไม่มีมูลความจริงเลย ไปดูข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ได้ผ่านการทำงานของคณะกรรมาธิการการทหารและนโยบายของประชาชน
.
จากนั้น น.ส.รักชนก กล่าวว่า “ถ้าจะดูความจริงใจจากนักการเมืองเวลาที่เขาพูดว่าเขารักชาติ รักพ่อแม่พี่น้องทหาร ดูจากไหน ท่านดูได้จากตอนที่โหวตกฎหมาย พรรคประชาชนยื่นกฎหมายที่จะทำให้การทุจริตคอร์รัปชันในกองทัพหรือการให้กองทัพต้องมาขึ้นศาลพลเรือน นักการเมืองที่ทุกวันนี้ออกมาโจมตีพวกเรา ว่าพวกเราด้อยค่ากองทัพ ด้อยค่าทหาร พวกเขาโหวตอย่างไร เรามีดิจิทัลฟุตพรินต์”
.
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนถูกทำร้ายโดยผู้มีอำนาจหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ตนไม่รู้ว่าตนคิดมากเกินไปหรือไม่ แต่ก่อนการรัฐประหารในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็มีการส่งสัญญาณ กองทัพก็สื่อสารกับประชาชนเพิ่มมากขึ้น สื่อมวลชนถามพล.อ. ประยุทธ์ว่าจะทำรัฐประหารหรือไม่ ก็ตอบไม่ทำ แต่สุดท้ายก็เสียสัตย์และทำให้ประเทศไทยถูกแช่แข็งมา 10 กว่าปี จนทุกวันนี้ ตัวเขาไม่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เขาทำไว้ยังอยู่ และดัชนีคอร์รัปชันประเทศไทยอันดับก็ตกต่ำลงเรื่อยๆ มีมรดกรัฐธรรมนูญฉบับ 2560
.
เมื่อถามว่า จะจับมือกับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า หัวหน้าพรรคพูดชัดเจนว่าต่อจากนี้จะไม่มี ส.ส.จากพรรคประชาชนคนไหน ไม่ว่าเราจะชนะเลือกตั้งจำนวนเท่าไหร่ก็ตาม แต่จะไม่มี ส.ส.จากพรรคคนไหนไปขานชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล
.
เมื่อถามว่า พรรคไหนเข้าข่ายสีเทา น.ส.รักชนก กล่าวว่า ต้องถามแกนนำ ตนตอบไม่ได้ ส่วนนโยบาย 112 ศาลรัฐคำพิพากษาชัดเจนแล้วว่าไม่ให้เอามาพูดในการหาเสียง หรือไม่ให้เอามาใช้ในการรณรงค์หาเสียง ตนขอความร่วมมือสื่อมวลชนจริงๆ ท่านกำลังจะทำให้พวกเราผิดคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญและอาจจะโดนยุบพรรคอีกรอบก็ได้ ถ้าเราตอบเรื่องนี้
.
เมื่อถามว่า รักทหารหรือไม่ น.ส.รักชนก กล่าวว่า ก็เหมือนกับคำถามอื่นว่าตนรักสื่อมวลชนหรือไม่ รักอาชีพหมอ อาชีพพยาบาลหรือไม่ แน่นอนว่ามันก็มีคนที่ดีและคนไม่ดีอยู่ในแต่ละอาชีพ ดังนั้น ตนคิดว่าตนยืนอยู่เคียงข้างพ่อแม่พี่น้องทหารที่ถูกกระทำ ใครที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ตนพร้อมที่จะยืนเคียงข้างพวกเขา แม้ว่าพวกเขาจะรักหรือไม่รักตนก็ตาม