มีหลายคนที่ยังลุ้นให้รถไฟ 3 สนามบินเกิด เพราะคิดว่าถ้ามีรถไฟ 3 สนามบินแล้ว คนต้องใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาเยอะแน่นอน แต่เรากลับมองว่ารถไฟ 3 สนามบินไม่ค่อยมีส่วนช่วยทำให้คนใช้บริการสนามบินอู่ตะเภา
สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ช่วงระหว่างพัทยากับระยอง ซึ่งก็ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 146 กิโลได้ ถ้าคนกรุงเทพต้องการจะขึ้นเครื่องบินไปที่ไหน ก็เลือกขึ้นที่ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ จะนั่งรถไฟความเร็วสูงมาขึ้นเครื่องที่อู่ตะเภาเพื่ออะไร
ถ้ามีเหตุจะต้องลงเครื่องต่อเครื่อง ก็ลงเครื่องแล้วขึ้นเครื่องในสนามบินเดียวกันอยู่แล้ว ลงสุวรรณภูมิ ต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ ลงดอนเมือง ต่อเครื่องที่ดอนเมืองยกเว้นแต่สภาพอากาศไม่ดี จึงจะมีสิทธิ์ขึ้นเครื่องต่อเครื่องคนละสนามบิน ซึ่งก็มีโอกาสน้อยมากที่ใน 1 ปีจะเจอสภาพอากาศไม่ดีจนต้องเปลี่ยนเครื่องไปอีกสนามบิน โอกาสจะได้ใช้รถไฟ 3 สนามบินเพื่อลงเครื่องต่อเครื่องอีกสนามบินนึงจึงมีน้อยมาก
กลุ่มคนส่วนมากที่จะใช้สนามบินอู่ตะเภา ก็จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในโซนภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน จะเดินทางไปไหน ก็มาขึ้นเครื่องที่อู่ตะเภาสะดวกกว่าขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ
ในพื้นที่ภาคตะวันออกจึงควรจัดระบบขนส่งสาธารณะให้ดี ให้สามารถเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาได้โดยง่าย มีบริการอย่าง ev bus หรือรถตู้ที่มีเส้นทางเข้าถึงสนามบิน ได้แก่ รถสายชลบุรี-อู่ตะเภา วิ่งตั้งแต่อ.เมือง ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และมาจอดรับส่งคนในตัวสนามบินอู่ตะเภา รถสายตราด-อู่ตะเภา วิ่งรับส่งคนจากอ.เมืองตราด จันทบุรี ระยอง และส่งคนถึงตัวสนามบินอู่ตะเภา ลักษณะนี้จะตอบโจทย์ผู้ใช้บริการสนามบินอู่ตะเภามากกว่ารถไฟ 3 สนามบิน
ถ้าจะให้สนามบินอู่ตะเภาเติบโตได้จริงๆ ก็ควรทำรถไฟฟ้าโมโนเรลรอบอู่ตะเภา ทำแบบสร้างเมืองใหม่ไปเลย ให้เป็นเมืองหลวงรองอะไรอย่างงี้ พอระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานดี มีความพร้อมหลายด้าน เดี๋ยวคนก็เข้ามาอยู่กันเป็นจำนวนมากเอง สนามบินก็มีคนใช้บริการมากเอง
ดูตัวอย่างดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ไม่มีรถไฟความเร็วสูงก็ยังมีผู้ใช้บริการมาก เพราะอยู่ในพื้นที่คนอาศัยมาก
การทำรถไฟฟ้าโมโนเรลและขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นให้พร้อมรอบพื้นที่อู่ตะเภา ทำโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆให้พร้อมจนมีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นมากๆ จึงมีความสำคัญกว่ารถไฟ 3 สนามบิน
หรือถ้าจะสร้างรถไฟแบบเกาให้ถูกที่คัน ก็คือทำรถไฟสายสีแดงตั้งแต่ลาดกระบังถึงตราด ช่วยให้คนเข้าถึงสนามบินอู่ตะเภาได้ง่าย หรือเอาแค่เส้นทางชลบุรีถึงตราดก็ได้ เพราะคนที่จะมาขึ้นสนามบินอู่ตะเภา ส่วนมากก็คือคนที่อยู่ภาคตะวันออกด้วยกัน ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
การมีรถไฟฟ้าสายสีแดงเส้นทางชลบุรี-อู่ตะเภา-ระยอง-จันทบุรี-ตราด จะช่วยให้คนภาคตะวันออกสามารถใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาได้อย่างสะดวกสบาย
ถ้าคนกรุงเทพจะมาสนามบินอู่ตะเภา ก็เป็นเรื่องการท่องเที่ยวมากกว่า ต่อไปถ้า Entertainment complex สร้างเสร็จเรียบร้อย มีแหล่งบันเทิงครบวงจรที่มนุษย์สร้างขึ้นผสมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างทะเลรอบอู่ตะเภา อู่ตะเภาก็จะเป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาก ซึ่งถ้าการตลาดดีจริง การตลาดนำหน้าจริง ต่อให้มีแค่รถบัสรถตู้ ไม่ต้องมีรถไฟความเร็วสูง ยังไงคนก็มาเที่ยว เหมือนกับพัทยาที่มีรถตู้รับส่งคนอยู่หลายจุดในกรุงเทพ เพื่อให้คนมาเที่ยวพัทยาได้สะดวกสบาย
ในอนาคต เส้นทางคมนาคมกรุงเทพ-อู่ตะเภา ก็น่าจะทำขนส่งสาธารณะให้ครบทุกรูปแบบ มีทั้งแท็กซี่บินได้ รถไฟความเร็วสูง เรือไฮโดรฟอยล์ รถตู้ แต่ละอย่างก็คนละราคาโดยสารกัน คนจะได้มาสะดวกตามสถานะการเงินที่ตนมีอยู่
ถ้าให้เร็วๆนี้ ก็คือ รถตู้และเรือโดยสารแบบฮ่องกง-มาเก๊า แต่ต้องเป็นเรือไฟฟ้าหรือไฮบริดที่สามารถทำราคาโดยสารให้ถูกลงได้ เรือวิ่งจากบางปูกับบางขุนเทียนมาส่งคนที่ท่าเรือจุกเสม็ดเพื่อต่อรถ feeder เข้าสู่สนามบินอู่ตะเภา
ส่วนรถไฟทุกประเภทคงต้องรออีกนานมากกว่าจะสร้างเสร็จ ทึ่จะมาได้เร็วกว่ารถไฟคือ แท็กซี่บินได้ แต่ราคาโดยสารก็ยังไม่แน่ใจว่า จะเป็นราคาที่หลายคนรับได้มั้ย เห็นประเทศนี้เน้นคิดราคานึง ประเทศนั้นคิดอีกราคานึง ไม่เหมือนกันเลย ราคาคนละมาตราฐานกัน คงต้องรอให้แท็กซี่บินได้เป็นที่นิยมกันมากๆ เปิดตัวหลายเส้นทาง ถึงจะมีราคาที่ถูกลงและมีมาตราฐานที่ชัดเจนแน่นอน
วันนี้ ถ้าหวังจะให้มีขนส่งสาธารณะดีๆจากกรุงเทพไปอู่ตะเภา ก็คงได้แค่รถบัสกับเรือโดยสารเท่านั้น
จะให้สนามบินอู่ตะเภาโต ควรเน้นทำขนส่งสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานอื่นรอบอู่ตะเภามากกว่ารถไฟ 3 สนามบิน รถไฟสำคัญน้อย
สนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินที่มีทำเลที่ตั้งอยู่ช่วงระหว่างพัทยากับระยอง ซึ่งก็ไกลจากสนามบินสุวรรณภูมิประมาณ 146 กิโลได้ ถ้าคนกรุงเทพต้องการจะขึ้นเครื่องบินไปที่ไหน ก็เลือกขึ้นที่ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ จะนั่งรถไฟความเร็วสูงมาขึ้นเครื่องที่อู่ตะเภาเพื่ออะไร
ถ้ามีเหตุจะต้องลงเครื่องต่อเครื่อง ก็ลงเครื่องแล้วขึ้นเครื่องในสนามบินเดียวกันอยู่แล้ว ลงสุวรรณภูมิ ต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิ ลงดอนเมือง ต่อเครื่องที่ดอนเมืองยกเว้นแต่สภาพอากาศไม่ดี จึงจะมีสิทธิ์ขึ้นเครื่องต่อเครื่องคนละสนามบิน ซึ่งก็มีโอกาสน้อยมากที่ใน 1 ปีจะเจอสภาพอากาศไม่ดีจนต้องเปลี่ยนเครื่องไปอีกสนามบิน โอกาสจะได้ใช้รถไฟ 3 สนามบินเพื่อลงเครื่องต่อเครื่องอีกสนามบินนึงจึงมีน้อยมาก
กลุ่มคนส่วนมากที่จะใช้สนามบินอู่ตะเภา ก็จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในโซนภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสนามบิน จะเดินทางไปไหน ก็มาขึ้นเครื่องที่อู่ตะเภาสะดวกกว่าขึ้นเครื่องที่สุวรรณภูมิ
ในพื้นที่ภาคตะวันออกจึงควรจัดระบบขนส่งสาธารณะให้ดี ให้สามารถเดินทางถึงสนามบินอู่ตะเภาได้โดยง่าย มีบริการอย่าง ev bus หรือรถตู้ที่มีเส้นทางเข้าถึงสนามบิน ได้แก่ รถสายชลบุรี-อู่ตะเภา วิ่งตั้งแต่อ.เมือง ชลบุรี ศรีราชา พัทยา และมาจอดรับส่งคนในตัวสนามบินอู่ตะเภา รถสายตราด-อู่ตะเภา วิ่งรับส่งคนจากอ.เมืองตราด จันทบุรี ระยอง และส่งคนถึงตัวสนามบินอู่ตะเภา ลักษณะนี้จะตอบโจทย์ผู้ใช้บริการสนามบินอู่ตะเภามากกว่ารถไฟ 3 สนามบิน
ถ้าจะให้สนามบินอู่ตะเภาเติบโตได้จริงๆ ก็ควรทำรถไฟฟ้าโมโนเรลรอบอู่ตะเภา ทำแบบสร้างเมืองใหม่ไปเลย ให้เป็นเมืองหลวงรองอะไรอย่างงี้ พอระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานดี มีความพร้อมหลายด้าน เดี๋ยวคนก็เข้ามาอยู่กันเป็นจำนวนมากเอง สนามบินก็มีคนใช้บริการมากเอง
ดูตัวอย่างดอนเมือง-สุวรรณภูมิ ไม่มีรถไฟความเร็วสูงก็ยังมีผู้ใช้บริการมาก เพราะอยู่ในพื้นที่คนอาศัยมาก
การทำรถไฟฟ้าโมโนเรลและขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่นให้พร้อมรอบพื้นที่อู่ตะเภา ทำโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆให้พร้อมจนมีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยในพื้นที่นั้นมากๆ จึงมีความสำคัญกว่ารถไฟ 3 สนามบิน
หรือถ้าจะสร้างรถไฟแบบเกาให้ถูกที่คัน ก็คือทำรถไฟสายสีแดงตั้งแต่ลาดกระบังถึงตราด ช่วยให้คนเข้าถึงสนามบินอู่ตะเภาได้ง่าย หรือเอาแค่เส้นทางชลบุรีถึงตราดก็ได้ เพราะคนที่จะมาขึ้นสนามบินอู่ตะเภา ส่วนมากก็คือคนที่อยู่ภาคตะวันออกด้วยกัน ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด
การมีรถไฟฟ้าสายสีแดงเส้นทางชลบุรี-อู่ตะเภา-ระยอง-จันทบุรี-ตราด จะช่วยให้คนภาคตะวันออกสามารถใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาได้อย่างสะดวกสบาย
ถ้าคนกรุงเทพจะมาสนามบินอู่ตะเภา ก็เป็นเรื่องการท่องเที่ยวมากกว่า ต่อไปถ้า Entertainment complex สร้างเสร็จเรียบร้อย มีแหล่งบันเทิงครบวงจรที่มนุษย์สร้างขึ้นผสมกับแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างทะเลรอบอู่ตะเภา อู่ตะเภาก็จะเป็นสถานที่ที่น่าท่องเที่ยวมาก ซึ่งถ้าการตลาดดีจริง การตลาดนำหน้าจริง ต่อให้มีแค่รถบัสรถตู้ ไม่ต้องมีรถไฟความเร็วสูง ยังไงคนก็มาเที่ยว เหมือนกับพัทยาที่มีรถตู้รับส่งคนอยู่หลายจุดในกรุงเทพ เพื่อให้คนมาเที่ยวพัทยาได้สะดวกสบาย
ในอนาคต เส้นทางคมนาคมกรุงเทพ-อู่ตะเภา ก็น่าจะทำขนส่งสาธารณะให้ครบทุกรูปแบบ มีทั้งแท็กซี่บินได้ รถไฟความเร็วสูง เรือไฮโดรฟอยล์ รถตู้ แต่ละอย่างก็คนละราคาโดยสารกัน คนจะได้มาสะดวกตามสถานะการเงินที่ตนมีอยู่
ถ้าให้เร็วๆนี้ ก็คือ รถตู้และเรือโดยสารแบบฮ่องกง-มาเก๊า แต่ต้องเป็นเรือไฟฟ้าหรือไฮบริดที่สามารถทำราคาโดยสารให้ถูกลงได้ เรือวิ่งจากบางปูกับบางขุนเทียนมาส่งคนที่ท่าเรือจุกเสม็ดเพื่อต่อรถ feeder เข้าสู่สนามบินอู่ตะเภา
ส่วนรถไฟทุกประเภทคงต้องรออีกนานมากกว่าจะสร้างเสร็จ ทึ่จะมาได้เร็วกว่ารถไฟคือ แท็กซี่บินได้ แต่ราคาโดยสารก็ยังไม่แน่ใจว่า จะเป็นราคาที่หลายคนรับได้มั้ย เห็นประเทศนี้เน้นคิดราคานึง ประเทศนั้นคิดอีกราคานึง ไม่เหมือนกันเลย ราคาคนละมาตราฐานกัน คงต้องรอให้แท็กซี่บินได้เป็นที่นิยมกันมากๆ เปิดตัวหลายเส้นทาง ถึงจะมีราคาที่ถูกลงและมีมาตราฐานที่ชัดเจนแน่นอน
วันนี้ ถ้าหวังจะให้มีขนส่งสาธารณะดีๆจากกรุงเทพไปอู่ตะเภา ก็คงได้แค่รถบัสกับเรือโดยสารเท่านั้น