ขอมาแชร์ประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษของตัวเองค่ะ
ช่วงก่อนหน้านี้เราเป็นคนที่อ่านรีวิวเยอะมาก ดูว่าคนอื่นฝึกยังไง แล้วพยายามทำตามให้เหมือนเขา
แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกว่า หลายวิธีที่คนอื่นทำได้ผล พอมาใช้กับตัวเองแล้วไม่ค่อยเวิร์ก
เราเคยลองตั้งตารางอ่านแน่น ๆ อ่านยาวหลายชั่วโมงติดกัน
บางช่วงก็โฟกัส grammar หนักมาก หวังว่าจะเก่งเร็ว
ผลคือเครียด เหนื่อย และสุดท้ายก็หลุด ไม่ได้ทำต่อเนื่องอย่างที่ตั้งใจ
จุดเปลี่ยนคือเราลองกลับมาถามตัวเองใหม่ว่า
“ถ้าต้องฝึกยาว ๆ เพื่อเตรียมสอบ CU-TEP เราจะฝึกแบบไหนที่ไม่ฝืนชีวิตประจำวันเกินไป”
จากนั้นเลยค่อย ๆ ปรับวิธีแทนที่จะอ่านทุกอย่างพร้อมกัน เราเริ่มจากทำความเข้าใจแนวคิดก่อน
ดูว่าข้อสอบวัดอะไร แต่ละพาร์ตควรคิดยังไง แล้วค่อยเลือกฝึกเป็นช่วงสั้น ๆ
บางวันแค่ฟัง บางวันแค่อ่าน บางวันพัก ไม่ได้บังคับตัวเองให้ครบทุกอย่าง
ช่วงที่ไม่อยากอ่านหนังสือ เราจะใช้สื่อฟรีเป็นหลัก
เช่น ดูคลิปอธิบายแนวคิด หรือวิเคราะห์ข้อสอบจาก YouTube
เพื่อให้สมองยังอยู่กับภาษา แต่ไม่รู้สึกกดดัน
พอเริ่มจับจุดได้ ก็จะกลับไปฝึกเองมากขึ้น
อีกอย่างที่ช่วยคือการมีแหล่งฝึกหรือบทความให้อ่านเป็นจุด ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้แหล่งที่เราใช้ประกอบการฝึก (ฟรี / ดูเป็นช่วง ๆ)
ใช้ในมุม ทำความเข้าใจแนวคิด + ฝึกเป็นจุด ๆ ไม่ได้ใช้แทนการฝึกทั้งหมด
แนวคลิปอธิบายและวิเคราะห์จาก YouTube (ดูตามจังหวะที่ไหว)
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้อาจารย์โจ ENG ME UP
มีคลิปวิเคราะห์พาร์ตและแนวคิดให้เข้าใจโครงก่อนฝึก
https://www.youtube.com/playlist?list=PLswOMTIz20LL-4HPMXoR9yy6vAAJsqO_-
.
คลิปวิเคราะห์พาร์ต (เลือกดูเฉพาะช่วงที่อยากโฟกัส)
Writing Analysis: https://www.youtube.com/watch?v=ExouQ4vMDmc

.
Reading Analysis: https://www.youtube.com/watch?v=bbIy6xJICMQ

.
Listening Analysis: https://www.youtube.com/watch?v=FAVtnT4bQVE

.
แบบฝึก/บทความสั้น ๆ เอาไว้เช็กจุดอ่อนหรืออ่านเบา ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://test.englishmeup.com/
.
https://blog.englishmeup.com/mini-chapter-1/
.
https://www.englishmeup.com/
หมายเหตุ: แหล่งเหล่านี้เราใช้เป็น ตัวช่วยเสริม เพื่อจัดระบบความคิด
วิธีฝึกจริงยังต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเองค่ะ
เอาไว้เช็กว่าตัวเองพลาดตรงไหน หรือ ควรโฟกัสอะไรต่อ
เราไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่เปิดดูเป็นระยะๆเพื่อปรับทิศทางการฝึก
พอฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ว่าเก่งขึ้นทันที แต่เป็นความรู้สึกว่า “เราไปต่อได้” และ ไม่กลัวภาษาเหมือนเมื่อก่อน
สุดท้ายเลยอยากมาแชร์ไว้ เผื่อเป็นอีกมุมสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวอยู่เหมือนกันค่ะ
ลองปรับวิธีฝึกภาษาอังกฤษอยู่หลายแบบ จนเริ่มเห็นว่าที่เวิร์กกับเรา อาจไม่ใช่แบบที่คนอื่นทำ
ช่วงก่อนหน้านี้เราเป็นคนที่อ่านรีวิวเยอะมาก ดูว่าคนอื่นฝึกยังไง แล้วพยายามทำตามให้เหมือนเขา
แต่พอเอาเข้าจริงกลับรู้สึกว่า หลายวิธีที่คนอื่นทำได้ผล พอมาใช้กับตัวเองแล้วไม่ค่อยเวิร์ก
เราเคยลองตั้งตารางอ่านแน่น ๆ อ่านยาวหลายชั่วโมงติดกัน
บางช่วงก็โฟกัส grammar หนักมาก หวังว่าจะเก่งเร็ว
ผลคือเครียด เหนื่อย และสุดท้ายก็หลุด ไม่ได้ทำต่อเนื่องอย่างที่ตั้งใจ
จุดเปลี่ยนคือเราลองกลับมาถามตัวเองใหม่ว่า
“ถ้าต้องฝึกยาว ๆ เพื่อเตรียมสอบ CU-TEP เราจะฝึกแบบไหนที่ไม่ฝืนชีวิตประจำวันเกินไป”
จากนั้นเลยค่อย ๆ ปรับวิธีแทนที่จะอ่านทุกอย่างพร้อมกัน เราเริ่มจากทำความเข้าใจแนวคิดก่อน
ดูว่าข้อสอบวัดอะไร แต่ละพาร์ตควรคิดยังไง แล้วค่อยเลือกฝึกเป็นช่วงสั้น ๆ
บางวันแค่ฟัง บางวันแค่อ่าน บางวันพัก ไม่ได้บังคับตัวเองให้ครบทุกอย่าง
ช่วงที่ไม่อยากอ่านหนังสือ เราจะใช้สื่อฟรีเป็นหลัก
เช่น ดูคลิปอธิบายแนวคิด หรือวิเคราะห์ข้อสอบจาก YouTube
เพื่อให้สมองยังอยู่กับภาษา แต่ไม่รู้สึกกดดัน
พอเริ่มจับจุดได้ ก็จะกลับไปฝึกเองมากขึ้น
อีกอย่างที่ช่วยคือการมีแหล่งฝึกหรือบทความให้อ่านเป็นจุด ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เอาไว้เช็กว่าตัวเองพลาดตรงไหน หรือ ควรโฟกัสอะไรต่อ
เราไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่เปิดดูเป็นระยะๆเพื่อปรับทิศทางการฝึก
พอฝึกแบบนี้ไปเรื่อยๆสิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่ว่าเก่งขึ้นทันที แต่เป็นความรู้สึกว่า “เราไปต่อได้” และ ไม่กลัวภาษาเหมือนเมื่อก่อน
สุดท้ายเลยอยากมาแชร์ไว้ เผื่อเป็นอีกมุมสำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวอยู่เหมือนกันค่ะ