สวัสดีครับทุกท่าน พอดีผมพึ่งกลับมาจากออสเตรเลีย หลังจากวีซ่าครบ 3 ปี ด้วยวีซ่า Working and Holiday ที่ออสเตรเลีย จะมาแชร์ประสบการณ์ที่ได้ไปทำงานที่นู่น ทำไมถึงต้องไป แต่ละปีพบเจอกับอะไรมาบ้าง มันดียังไง
ปล. ผมเป็นคนเรียบเรียงไม่ค่อยเก่ง หากพูดอะไรผิดกราบขออภัย

.
.
.
.
.
.
.
.
.
เกริ่นนำ
ขอท้าวความก่อน Working and Holiday คืออะไร ก่อนอื่นผมขอเรียกวีซ่านี้ว่า WAH เป็นวีซ่าที่ทำให้เราสามารถไปทำงานในต่างประเทศได้ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลออสเตรเลีย&นิวซีแลนด์ในการส่งเยาวชนที่อายุไม่เกิน 31 ไปทำงาน เรียน เที่ยว หาประสบการณ์ได้ในระยะเวลา 1 ปี โดยในแต่ละปีจะมีการกดโควต้าซึ่งถ้าจำไม่ผิด ฝั่งออสจะให้โควต้า 1,500 คน ส่วน นิวจะให้ 100 หรือ 200 ไม่แน่ใจ
EP. 1 ชีวิตแสนรันทด Ielts ที่รัก
ก่อนหน้านี้ผมทำงานเกี่ยวกับธนาคาร จริงๆตอนแรกก็แพลนว่าจะไป WAH ที่ NZ แต่ไปหาข้อมูลเลยเปลี่ยนใจด้วยโควต้าอันน้อยนิด เลยติดไว้ในใจก่อน ตั้งใจทำงานเก็บเงิน...พอเริ่มมีเงินเก็บเลยยื่นใบลาออก...
แต่ว่าถึงแม้ตอนนั้นจะลาออกมาแล้ว ทางโครงการก็ยังไม่เปิดรับสมัคร (ตอนนั้นคือช่วงโควิด) เลยรอไปก่อนด้วยการเล่นเกมไปพลางๆ เพราะก็ยังไม่กล้าสอบ Ielts (ใช้ Overall 4.5 ขั้นต่ำ) และแล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเพื่อนสนิทแนะนำเพื่อนที่โรงเรียนให้รู้จักโดยชักชวนกันไปเล่นหุ้นกำลังจะเข้าตลาด IPO แรกๆเราก็ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น เล่นไปนิดๆหน่อยๆ แต่เออ มันได้กำไรกลับมา !! เลย All in กับหุ้นตัวๆนึงไป........ สรุปโดนโกงเงิน T_T
ตอนนั้นคิดว่า

เอ้ย เกิดแต่กับ Goo ถือว่าเป็นซึมเศร้าไปช่วงนึงเลย ถึงขั้นเคยเกือบคิดสั้น แต่แล้วก็คิดได้ว่า ''เออ เราโดนตอนนี้ถือว่ายังมีโอกาสในการกลับมาได้ ลองสักตั้ง เราต้องไปออสเตรเลียให้ได้" จึงเริ่มวางแผนว่า ทำยังไงถึงจะได้มาแบบ 90%
- มีผลสอบ Ielts 4.5 ให้ได้
- ขอยืมเงินแม่มาดองในบัญชีให้เกิน 6 เดือน เพื่อยื่นวีซ่า ถ้ากดโควต้าผ่าน
>> Ielts ตอนนั้นน่าจะปลายเดือนพฤศจิกายน แต่วางแผนว่าจะต้องสอบช่วงต้นปีใหม่ให้ได้ ฉะนั้นเรามีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น !!
ผมเริ่มด้วยการหาฝึกตาม Youtube Listening+ Reading 2 วีค, Writing 2 วีค และ Speaking ที่แทบจะไม่ได้ฝึกไรเลย 3-4 วัน
...ด้วยความมั่นใจ เพราะเราก็เรียนจบธุรกิจและภาษาอังกฤษมา ลองทำ test ครั้งแรกสุดของ L+R ....สรุปได้ 1 จาก 9 5555555555555555555+แต่ก็นะเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมาหลายปีมากๆ หลังจากลองทำครั้งแรกเราก็ฝึกทั้งคืนทั้งวัน 7 วัน ช่วงที่พักๆ ก็มานั่งดูรีวิวงานฟาร์มที่ออสไปพลางๆ เพิ่ม Inspiration จนเริ่มได้ 5-6 โอเคเรามาถูกทางแล้ว
สรุป Listening 6 Reading 5.5 Writing 5.5 Speaking 5 Weww เกือบไป เพราะตอนสอบรู้สึกว่าทำไม่ได้เลย ^_^
***อยากจะขอบคุณม๊ามากๆที่เข้าใจและช่วยเหลือลูกที่โง่เขลาคนนี้ ด้วยความเข้าใจและความรักนะครับ
>> Next EP.2 กดโควต้าทั้งน้ำตา
ชีวิตพลิกผันด้วย WAH
ปล. ผมเป็นคนเรียบเรียงไม่ค่อยเก่ง หากพูดอะไรผิดกราบขออภัย
.
.
.
.
.
.
.
.
.
แต่ว่าถึงแม้ตอนนั้นจะลาออกมาแล้ว ทางโครงการก็ยังไม่เปิดรับสมัคร (ตอนนั้นคือช่วงโควิด) เลยรอไปก่อนด้วยการเล่นเกมไปพลางๆ เพราะก็ยังไม่กล้าสอบ Ielts (ใช้ Overall 4.5 ขั้นต่ำ) และแล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเพื่อนสนิทแนะนำเพื่อนที่โรงเรียนให้รู้จักโดยชักชวนกันไปเล่นหุ้นกำลังจะเข้าตลาด IPO แรกๆเราก็ไม่ได้สนใจอะไรขนาดนั้น เล่นไปนิดๆหน่อยๆ แต่เออ มันได้กำไรกลับมา !! เลย All in กับหุ้นตัวๆนึงไป........ สรุปโดนโกงเงิน T_T
ตอนนั้นคิดว่า
- มีผลสอบ Ielts 4.5 ให้ได้
- ขอยืมเงินแม่มาดองในบัญชีให้เกิน 6 เดือน เพื่อยื่นวีซ่า ถ้ากดโควต้าผ่าน
>> Ielts ตอนนั้นน่าจะปลายเดือนพฤศจิกายน แต่วางแผนว่าจะต้องสอบช่วงต้นปีใหม่ให้ได้ ฉะนั้นเรามีเวลาเตรียมตัวเพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น !!
ผมเริ่มด้วยการหาฝึกตาม Youtube Listening+ Reading 2 วีค, Writing 2 วีค และ Speaking ที่แทบจะไม่ได้ฝึกไรเลย 3-4 วัน
...ด้วยความมั่นใจ เพราะเราก็เรียนจบธุรกิจและภาษาอังกฤษมา ลองทำ test ครั้งแรกสุดของ L+R ....สรุปได้ 1 จาก 9 5555555555555555555+แต่ก็นะเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษมาหลายปีมากๆ หลังจากลองทำครั้งแรกเราก็ฝึกทั้งคืนทั้งวัน 7 วัน ช่วงที่พักๆ ก็มานั่งดูรีวิวงานฟาร์มที่ออสไปพลางๆ เพิ่ม Inspiration จนเริ่มได้ 5-6 โอเคเรามาถูกทางแล้ว
สรุป Listening 6 Reading 5.5 Writing 5.5 Speaking 5 Weww เกือบไป เพราะตอนสอบรู้สึกว่าทำไม่ได้เลย ^_^
***อยากจะขอบคุณม๊ามากๆที่เข้าใจและช่วยเหลือลูกที่โง่เขลาคนนี้ ด้วยความเข้าใจและความรักนะครับ
>> Next EP.2 กดโควต้าทั้งน้ำตา