รู้จัก CH-47 Chinook เฮลิคอปเตอร์ใบพัดคู่ในปฏิบัติการพิเศษจับกุมมาดูโร



ในปฏิบัติการพิเศษของสหรัฐอเมริกาที่มุ่งจับกุมตัว นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา
มีการใช้กำลังทางอากาศหลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องบินขับไล่ เฮลิคอปเตอร์ และอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)
เพื่อสนับสนุนภารกิจ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความมืดบนท้องฟ้าเวเนซุเอลา
มีเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงใบพัดคู่ลำหนึ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษ นั่นคือ CH-47 ชีนุก (CH-47 Chinook)

เว็บไซต์ The War Zone ซึ่งเป็นสื่อด้านเทคโนโลยีและยุทโธปกรณ์ทางทหารชื่อดัง
รายงานโดยอ้างอิงการวิเคราะห์ภาพและข้อมูลจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคงว่า เฮลิคอปเตอร์ที่ปรากฏในปฏิบัติการดังกล่าวมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็น CH-47 Chinook จากกองบินปฏิบัติการพิเศษที่ 160 (160th Special Operations Aviation Regiment-160th SOAR)
ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นหน่วยที่ขึ้นชื่อด้านภารกิจลับและการปฏิบัติการในเวลากลางคืน

สำหรับ CH-47 ชีนุก (CH-47 Chinook) ถือเป็นหนึ่งในเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักที่มีชื่อเสียงและอายุการใช้งานยาวนานที่สุดของกองทัพสหรัฐอเมริกา พัฒนาโดยบริษัทโบอิ้ง (Boeing) ตัวเครื่องโดดเด่นด้วยรูปแบบใบพัดคู่เรียงหน้า–หลัง (Tandem rotor)
ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ผู้พบเห็นสามารถจดจำได้ทันที 

CH-47 Chinook มีความเร็วในการบินสูงสุด 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความเร็วเดินทางประมาณ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พิสัยการบินราว 600-740 กิโลเมตร ขึ้นอยู่กับภารกิจและน้ำหนักบรรทุก
และสามารถเพิ่มระยะทางได้อีกด้วยการเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศในรุ่นพิเศษ เพดานบินใช้งานอยู่ที่ประมาณ 6,000 เมตร

ตัวเครื่องมีขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลได้ราว 33-44 นาย หรือบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่า 10 ตัน
ขณะที่ด้านอาวุธ CH-47 ไม่ได้ออกแบบมาเป็นเฮลิคอปเตอร์โจมตี แต่สามารถติดตั้ง ปืนกลขนาด 7.62 มม. หรือ 12.7 มม.
บริเวณประตูด้านข้างและท้ายลำ เพื่อใช้ป้องกันตนเองระหว่างปฏิบัติภารกิจลำเลียงและสนับสนุนหน่วยรบภาคพื้นดิน

เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ไม่เพียงเป็นกำลังหลักด้านการลำเลียงเท่านั้น แต่ยังเป็น ยานพาหนะคู่ใจ ของหน่วยรบพิเศษสหรัฐฯ
ในภารกิจที่ต้องการความเร็ว ความอึด และความแม่นยำสูง ซึ่งคาดว่าในปฏิบัติการครั้งนี้ฝูงเฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook
อาจบินมาจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Iwo Jima (LHD 7) โดยใช้การคุ้มกันจากเครื่องบิน F-35 และ F-22 ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

โดยจุดเด่นสำคัญของเฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook อยู่ที่ขีดความสามารถในการบรรทุกน้ำหนักจำนวนมาก
ไม่ว่าจะเป็นกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ ปืนใหญ่ ยานพาหนะทางทหาร หรือเสบียงจำนวนมาก
ตัวลำสามารถลำเลียงได้ทั้งภายในห้องบรรทุกและแบบห้อยใต้ท้องเครื่อง
ขณะเดียวกัน โครงสร้างใบพัดคู่ทำให้ไม่ต้องใช้ใบพัดหาง
ส่งผลให้พลังเครื่องยนต์ถูกนำไปใช้ในการยกน้ำหนักและเพิ่มเสถียรภาพในการบินอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในพื้นที่สูงหรือสภาพอากาศที่ท้าทาย

สำหรับหน่วยรบพิเศษของสหรัฐอเมริกา เช่น หน่วยปฏิบัติการพิเศษกองทัพบก (U.S. Army Special Operations) CH-47
ไม่ได้เป็นเพียงเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทั่วไป แต่ถูกดัดแปลงเฉพาะทาง ภายใต้ชื่อรุ่นพิเศษอย่าง MH-47 ซึ่งติดตั้งระบบนำร่องขั้นสูง
อุปกรณ์บินกลางคืน ระบบเติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ และอุปกรณ์ป้องกันตนเองจากภัยคุกคาม
หน่วยรบพิเศษจึงสามารถใช้ CH-47 ในภารกิจแทรกซึมลึก การส่งกำลังพลเข้าสู่พื้นที่ห่างไกล
หรือการถอนกำลังอย่างเร่งด่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ในปฏิบัติการจับกุมตัวประธานาธิบดีมาดูโร  ประเทศเวเนซุเอลา
ยังไม่มีการเปิดเผยว่าใช้เฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook รุ่นไหน

เฮลิคอปเตอร์ CH-47 Chinook มีจุดแข็งในด้านความทนทานและความน่าเชื่อถือ เฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ผ่านสมรภูมิมาหลายยุค
ตั้งแต่สงครามเวียดนาม ภารกิจในตะวันออกกลาง ไปจนถึงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติในหลายประเทศทั่วโลก
ความสามารถในการขึ้น-ลงในพื้นที่จำกัด และการทำงานต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย
ทำให้ CH-47 ได้รับความไว้วางใจจากนักบินและกำลังพลภาคพื้นดินมาอย่างต่อเนื่อง

แม้จะเข้าประจำการมานานกว่าครึ่งศตวรรษ CH-47 Chinook ยังคงได้รับการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งด้านระบบอิเล็กทรอนิกส์ การประหยัดเชื้อเพลิง และความปลอดภัยในการบิน
สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการออกแบบที่แข็งแกร่งตั้งแต่ต้น และความสำคัญของเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้ในโครงสร้างกำลังรบของสหรัฐอเมริกา

ด้วยสมรรถนะ ความอเนกประสงค์ และประวัติการใช้งานในภารกิจระดับสูง CH-47 Chinook
จึงไม่ใช่แค่เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงหนักธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการสนับสนุนกำลังรบยุคใหม่
และยังคงทำหน้าที่เป็น ยานพาหนะคู่ใจของหน่วยรบพิเศษสหรัฐอเมริกาจนถึงปัจจุบัน 

แหล่งที่มา : TNN Thailand

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่