หน้าหนาวแดดดี น้ำค้างเยอะมาชวนทำเบคอนหมูน้ำค้างเคี้ยวเพลินๆ กันดีกว่า ทำง่ายเก็บไว้ได้ยาวนาน อุดมไปด้วยเครื่องเทศ ประยุกต์ร่วมกับอาหารอื่นได้หลายรูปแบบ ออกเค็มนิดๆ กลมกล่อม มาเริ่มกันเลยดีกว่าไม่พล่ามเยอะ
1. เตรียมหมูสามชั้นครึ่งกิโลกรัมแนะนำเป็นหมูสดเขียงที่ขายรายวันดีกว่าหมูแช่แข็ง
2. เหล้าขาว40-60 ดีกรีสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ ล้างคราบไคลเนื้อขัดๆ ถูๆ ชะล้างคราบที่ติดยึดชีวิตให้สะอาด ทิ้งไว้สัก 10 นาที ฆ่าเชื้อ ล้างกลิ่น
3. เจาะรูผูกเชือกหมูผึ่งลมพอแห้งหมาดๆ
เริ่มมาปรุงกันเลย
-- เกลือสัก1 ช้อนโต๊ะคลุกเคล้า บีบเค้นให้ซึมซาบเข้าเนื้อ เกลือนี้สำคัญเป็นพระเอกของเมนูนี้เลยทิ้งไว้สัก 10นาทีพอ
-- ผงพะโล้
-- น้ำตาล
-- พริกไทยดำ
-- พริกผง
-- กระเทียมบด
-- ใบกระวานแขกแห้ง( bay leaf) บดๆ บี้ๆ สัก สองสามใบ
รายการข้างบน อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ (ใครต้องการรสชาติเข้มข้นให้ผสมเครื่องเทศเองส่วนผมใช้เครื่องเทศผงมาสาลาแบบอินเดียที่ทำเอง จริงๆ มันก็เครื่องเทศชุดเดียวกัน)
รายการข้างล่างอย่างละ 2- 3 ช้อนโต๊ะ
เหล้าขาว
ซีอิ้วขาว
ซี้อิ้วดำ
คลุกเคล้าทั้ง2 รายการ บีบๆ เค้นๆ ให้ซึมซับเข้าเนื้อ ทิ้งไว้คาอ้างผสมสัก 10 นาที
เอาเนื้อใส่ถุงพลาสติกเทส่วนผสมที่เป็นน้ำทั้งหมดลงไป จากนั้นพันรอบถุงสักสองสามรอบเพื่อป้องกันน้ำไหลออกมา ใช้เทปกาวพันรอบถุงหลายๆ รอบเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระจายออกไป บังคับให้มันซึมเข้าเนื้อหมักให้อิ่มอาบว่างั้นเถอะ บางครั้งก็ต้องมีอึดอัดบ้างแหละ
นำไปใว้ตู้เย็นช่องล่างสุดสัก 5 วัน/คืน ระหว่างนั้นถ้าอยากรู้อยากเห็นก็พลิกข้างมันก็ดี ซ้ายขวาเท่าเทียมวันละครั้งก็พอเสียเวลาไถมือถือ
วันที่ 5 นำออกมาจากตู้เย็นใส่ถาด จะเห็นเนื้อเป็นสีคล้ำจากเครื่องเทศ กลิ่นละมุนโชยออกมาอย่างชัดเจน
ใช้เชือกผูกแขวนไว้ที่สูงป้องกันแมวหมามาคว้าไปแมลงวันไม่ต้องกลัวพวกเขาไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศกับความเค็มเห็นบินมาเกาะสองตัวแล้วคงบินไปบอกพรรคพวกว่าอย่ามากลิ่นไม่สะอาด สัก 5-6 วัน ตามสภาพของแดด
ความชื้นจากน้ำค้าง ความแห้งจากเหมันตฤดู ความร้อนจากแสงแดดแผดกล้าจะกล่อมเกลาให้เนื้อมีความแข็งกร้าวภายนอกแต่นุ่มนวลภายใน ดูหยาบกร้านแท้จริงภายในอ่อนหวาน ปากร้ายแต่ใจดี เนื้อจะดูสีดำคล้ำ หนังจะดูแห้ง ผ่านการตรากตรำความร้อนหนาวมามาก นี่คือรสชาติที่ซ้อนเร้น
วันที่ 6 ปลดเนื้อออกจากเวทีชีวิต นำไปชะล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วตากแดดให้เนื้อพอหมาดๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าบ่มสุดท้ายต่อไป
นำเนื้อไปนึ่งน้ำเดือดสัก 20 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อให้แน่ใจอีกที และให้เนื้อคืนสภาพความนุ่มชุ่มฉ่ำในเวอเช่นน์ใหม่กลับมาอีกครั้ง
หั่นชิมดูจะได้เนื้อเบคอนเหนียวนุ่มหอมกรุ่นใสราวน้ำค้างแวววาวดังกระจกส่องชีวิตที่ผ่านมา มีความเหนียวหนึบแข็งกร้าวจากแสงแดด และชุ่มฉ่ำดั่งน้ำค้างแห่งราตรีกาล
เนื้อเบคอนหมูสามชั้นที่ได้นี้นำไปประยุกต์ได้อีกหลายเมนู เช่น จับฉ่าย ข้าวผัด ผัดผัก หน้าพิซซ่า ขนมปังตอนเช้า แกล้มเหล้า ฯลฯ (ลองชิมดูความเค็ม ให้ล้างน้ำเปล่าให้ความเค็มจางลงตามชอบ เค็มพอดีจะรวย เค็มมากไม่มีใครอยากคบนอกจากโรคไต)
เบคอนธาราสวรรค์สุริยันจันทรา
1. เตรียมหมูสามชั้นครึ่งกิโลกรัมแนะนำเป็นหมูสดเขียงที่ขายรายวันดีกว่าหมูแช่แข็ง
2. เหล้าขาว40-60 ดีกรีสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ ล้างคราบไคลเนื้อขัดๆ ถูๆ ชะล้างคราบที่ติดยึดชีวิตให้สะอาด ทิ้งไว้สัก 10 นาที ฆ่าเชื้อ ล้างกลิ่น
3. เจาะรูผูกเชือกหมูผึ่งลมพอแห้งหมาดๆ
เริ่มมาปรุงกันเลย
-- เกลือสัก1 ช้อนโต๊ะคลุกเคล้า บีบเค้นให้ซึมซาบเข้าเนื้อ เกลือนี้สำคัญเป็นพระเอกของเมนูนี้เลยทิ้งไว้สัก 10นาทีพอ
-- ผงพะโล้
-- น้ำตาล
-- พริกไทยดำ
-- พริกผง
-- กระเทียมบด
-- ใบกระวานแขกแห้ง( bay leaf) บดๆ บี้ๆ สัก สองสามใบ
รายการข้างบน อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ (ใครต้องการรสชาติเข้มข้นให้ผสมเครื่องเทศเองส่วนผมใช้เครื่องเทศผงมาสาลาแบบอินเดียที่ทำเอง จริงๆ มันก็เครื่องเทศชุดเดียวกัน)
รายการข้างล่างอย่างละ 2- 3 ช้อนโต๊ะ
เหล้าขาว
ซีอิ้วขาว
ซี้อิ้วดำ
คลุกเคล้าทั้ง2 รายการ บีบๆ เค้นๆ ให้ซึมซับเข้าเนื้อ ทิ้งไว้คาอ้างผสมสัก 10 นาที
เอาเนื้อใส่ถุงพลาสติกเทส่วนผสมที่เป็นน้ำทั้งหมดลงไป จากนั้นพันรอบถุงสักสองสามรอบเพื่อป้องกันน้ำไหลออกมา ใช้เทปกาวพันรอบถุงหลายๆ รอบเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกระจายออกไป บังคับให้มันซึมเข้าเนื้อหมักให้อิ่มอาบว่างั้นเถอะ บางครั้งก็ต้องมีอึดอัดบ้างแหละ
นำไปใว้ตู้เย็นช่องล่างสุดสัก 5 วัน/คืน ระหว่างนั้นถ้าอยากรู้อยากเห็นก็พลิกข้างมันก็ดี ซ้ายขวาเท่าเทียมวันละครั้งก็พอเสียเวลาไถมือถือ
วันที่ 5 นำออกมาจากตู้เย็นใส่ถาด จะเห็นเนื้อเป็นสีคล้ำจากเครื่องเทศ กลิ่นละมุนโชยออกมาอย่างชัดเจน
ใช้เชือกผูกแขวนไว้ที่สูงป้องกันแมวหมามาคว้าไปแมลงวันไม่ต้องกลัวพวกเขาไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศกับความเค็มเห็นบินมาเกาะสองตัวแล้วคงบินไปบอกพรรคพวกว่าอย่ามากลิ่นไม่สะอาด สัก 5-6 วัน ตามสภาพของแดด
ความชื้นจากน้ำค้าง ความแห้งจากเหมันตฤดู ความร้อนจากแสงแดดแผดกล้าจะกล่อมเกลาให้เนื้อมีความแข็งกร้าวภายนอกแต่นุ่มนวลภายใน ดูหยาบกร้านแท้จริงภายในอ่อนหวาน ปากร้ายแต่ใจดี เนื้อจะดูสีดำคล้ำ หนังจะดูแห้ง ผ่านการตรากตรำความร้อนหนาวมามาก นี่คือรสชาติที่ซ้อนเร้น
วันที่ 6 ปลดเนื้อออกจากเวทีชีวิต นำไปชะล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วตากแดดให้เนื้อพอหมาดๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าบ่มสุดท้ายต่อไป
นำเนื้อไปนึ่งน้ำเดือดสัก 20 นาทีเพื่อฆ่าเชื้อให้แน่ใจอีกที และให้เนื้อคืนสภาพความนุ่มชุ่มฉ่ำในเวอเช่นน์ใหม่กลับมาอีกครั้ง
หั่นชิมดูจะได้เนื้อเบคอนเหนียวนุ่มหอมกรุ่นใสราวน้ำค้างแวววาวดังกระจกส่องชีวิตที่ผ่านมา มีความเหนียวหนึบแข็งกร้าวจากแสงแดด และชุ่มฉ่ำดั่งน้ำค้างแห่งราตรีกาล
เนื้อเบคอนหมูสามชั้นที่ได้นี้นำไปประยุกต์ได้อีกหลายเมนู เช่น จับฉ่าย ข้าวผัด ผัดผัก หน้าพิซซ่า ขนมปังตอนเช้า แกล้มเหล้า ฯลฯ (ลองชิมดูความเค็ม ให้ล้างน้ำเปล่าให้ความเค็มจางลงตามชอบ เค็มพอดีจะรวย เค็มมากไม่มีใครอยากคบนอกจากโรคไต)