ความสุขที่ทำงานล่วงเวลา
ในขณะที่หน้าฟีดโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้ม
ภาพครอบครัวพร้อมหน้า อาหารจานโต และพลุไฟหลากสี
ผมสังเกตเห็นว่า... มีบางคนไม่ได้อยู่ในภาพเหล่านั้น
ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสุข
แต่เพราะเขากำลัง "สร้าง" ความสุขให้พวกเราอยู่
ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา
ในขณะที่การจราจรมุ่งหน้าออกต่างจังหวัด
ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องเดินทางสวนทางไปที่ทำงาน
หรือนั่งประจำอยู่ที่เดิม... ไม่ได้ไปไหน
พี่ รปภ. ที่โบกรถอำนวยความสะดวกในปั๊มน้ำมัน
พนักงานร้านสะดวกซื้อที่อุ่นข้าวกล่องให้คนเดินทาง
คุณหมอและพยาบาลที่สแตนด์บายรอรับมืออุบัติเหตุ
พนักงานกวาดถนนที่ตื่นมาจัดการซากความสนุกของเมื่อคืน
พี่วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ส่งอาหาร และอีกหลายอาชีพ
พวกเขากำลังทำหน้าที่ "ผู้เฝ้ายาม" ให้กับความรื่นเริงของโลกใบนี้
ผมเคยตั้งคำถามว่า
ในวินาทีที่เข็มนาฬิกาบรรจบที่เลข ๑๒
ในวินาทีที่เสียงตะโกน "สวัสดีปีใหม่" ดังกึกก้อง
คนเหล่านี้รู้สึกอย่างไร?
เหงาไหม? ...คงมีบ้าง
คิดถึงบ้านไหม? ...แน่นอนที่สุด
แต่ผมเชื่อลึกๆ ว่า ในความเหนื่อยล้าและเม็ดเหงื่อเหล่านั้น
มีความภูมิใจเล็กๆ ซ่อนอยู่
ความภูมิใจที่ได้รู้ว่า โลกใบนี้ยังหมุนไปได้ตามปกติ
ไฟยังสว่าง น้ำยังไหล ถนนยังปลอดภัย อาหารยังอิ่มท้อง
ก็เพราะมี "ฟันเฟือง" อย่างพวกเขาที่ยอมเสียสละเวลาส่วนตัว
ถ้าความสุขคือการได้รับของขวัญ
การทำงานในวันหยุดของพวกเขา ก็คือการเป็น "ผู้ให้" ของขวัญชิ้นใหญ่แก่สังคม
เป็นของขวัญที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้
คือความอุ่นใจ และความสะดวกสบายที่พวกเราได้รับ
เทศกาลผ่านพ้นไปแล้ว
เราต่างกลับมาสู่โหมดทำงานตามปกติ
แต่สำหรับพวกเขา... บางคนเพิ่งจะได้เริ่มวันหยุด
บางคนเพิ่งจะได้กลับไปกอดคนที่บ้าน
บทความนี้...
จึงไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อสรรเสริญความลำบาก
แต่เขียนขึ้นเพื่อ "โอบกอด" หัวใจที่แข็งแกร่งของพวกเขาทุกคน
ขอบคุณนะครับ
ขอบคุณที่เป็น "ความปกติ" ที่แสนพิเศษในช่วงวันหยุด
ขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ แม้ในวันที่คนส่วนใหญ่หยุดพัก
ขอให้ปีใหม่ของคุณ เป็นปีที่ดี
และขอให้ความสุขที่คุณส่งมอบให้คนอื่น
สะท้อนกลับไปหาคุณ... เป็นเท่าทวีคูณครับ.
แด่ผู้เฝ้ายาม ความสุขของเรา
ในขณะที่หน้าฟีดโซเชียลมีเดียเต็มไปด้วยภาพรอยยิ้ม
ภาพครอบครัวพร้อมหน้า อาหารจานโต และพลุไฟหลากสี
ผมสังเกตเห็นว่า... มีบางคนไม่ได้อยู่ในภาพเหล่านั้น
ไม่ใช่เพราะเขาไม่มีความสุข
แต่เพราะเขากำลัง "สร้าง" ความสุขให้พวกเราอยู่
ช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา
ในขณะที่การจราจรมุ่งหน้าออกต่างจังหวัด
ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่ต้องเดินทางสวนทางไปที่ทำงาน
หรือนั่งประจำอยู่ที่เดิม... ไม่ได้ไปไหน
พี่ รปภ. ที่โบกรถอำนวยความสะดวกในปั๊มน้ำมัน
พนักงานร้านสะดวกซื้อที่อุ่นข้าวกล่องให้คนเดินทาง
คุณหมอและพยาบาลที่สแตนด์บายรอรับมืออุบัติเหตุ
พนักงานกวาดถนนที่ตื่นมาจัดการซากความสนุกของเมื่อคืน
พี่วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ส่งอาหาร และอีกหลายอาชีพ
พวกเขากำลังทำหน้าที่ "ผู้เฝ้ายาม" ให้กับความรื่นเริงของโลกใบนี้
ผมเคยตั้งคำถามว่า
ในวินาทีที่เข็มนาฬิกาบรรจบที่เลข ๑๒
ในวินาทีที่เสียงตะโกน "สวัสดีปีใหม่" ดังกึกก้อง
คนเหล่านี้รู้สึกอย่างไร?
เหงาไหม? ...คงมีบ้าง
คิดถึงบ้านไหม? ...แน่นอนที่สุด
แต่ผมเชื่อลึกๆ ว่า ในความเหนื่อยล้าและเม็ดเหงื่อเหล่านั้น
มีความภูมิใจเล็กๆ ซ่อนอยู่
ความภูมิใจที่ได้รู้ว่า โลกใบนี้ยังหมุนไปได้ตามปกติ
ไฟยังสว่าง น้ำยังไหล ถนนยังปลอดภัย อาหารยังอิ่มท้อง
ก็เพราะมี "ฟันเฟือง" อย่างพวกเขาที่ยอมเสียสละเวลาส่วนตัว
ถ้าความสุขคือการได้รับของขวัญ
การทำงานในวันหยุดของพวกเขา ก็คือการเป็น "ผู้ให้" ของขวัญชิ้นใหญ่แก่สังคม
เป็นของขวัญที่มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้
คือความอุ่นใจ และความสะดวกสบายที่พวกเราได้รับ
เทศกาลผ่านพ้นไปแล้ว
เราต่างกลับมาสู่โหมดทำงานตามปกติ
แต่สำหรับพวกเขา... บางคนเพิ่งจะได้เริ่มวันหยุด
บางคนเพิ่งจะได้กลับไปกอดคนที่บ้าน
บทความนี้...
จึงไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อสรรเสริญความลำบาก
แต่เขียนขึ้นเพื่อ "โอบกอด" หัวใจที่แข็งแกร่งของพวกเขาทุกคน
ขอบคุณนะครับ
ขอบคุณที่เป็น "ความปกติ" ที่แสนพิเศษในช่วงวันหยุด
ขอบคุณที่ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ แม้ในวันที่คนส่วนใหญ่หยุดพัก
ขอให้ปีใหม่ของคุณ เป็นปีที่ดี
และขอให้ความสุขที่คุณส่งมอบให้คนอื่น
สะท้อนกลับไปหาคุณ... เป็นเท่าทวีคูณครับ.