Rebel Ridge (2024) - หนังที่ทำให้ผมอึ้ง... จะดีหรือร้าย ไปดูกันครับ!


TITLE: Rebel Ridge (2024) - หนังที่ทำให้ผมอึ้ง... จะดีหรือร้าย ไปดูกันครับ!

สวัสดีครับทุกคน วันนี้มีหนังที่เพิ่งลง Netflix มาใหม่สดๆ ร้อนๆ อย่าง "Rebel Ridge" มาเล่าให้ฟังครับ บอกเลยว่าตั้งแต่เห็นตัวอย่างก็รู้สึกว่าน่าสนใจดี เพราะผู้กำกับคือ Jeremy Saulnier คนทำ Green Room กับ Blue Ruin นั่นแหละครับ สองเรื่องนั้นผมชอบมาก รู้สึกว่าแกมีลายเซ็นที่ชัดเจนในการสร้างหนังที่ทั้งดิบ เถื่อน และดึงคนดูให้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์กดดันได้ดีมากๆ พอ "Rebel Ridge" มานี่เลยคาดหวังสูงเลยครับ

เรื่องย่อๆ ก็คือ เป็นเรื่องราวของอดีตนาวิกโยธินที่ชื่อ Terry Richmond (รับบทโดย Aaron Pierre) ที่เดินทางมายังเมืองเล็กๆ ที่ชื่อ Rebel Ridge เพื่อหาเงินที่เพื่อนเคยติดหนี้ไว้ แต่พอมาถึงก็พบว่าเมืองนี้มันไม่ธรรมดาเลยครับ ที่นี่ถูกปกครองโดยครอบครัว Vance ที่มีอำนาจและใช้อิทธิพลมืดในการควบคุมทุกอย่าง ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะกลัวๆ เกรงๆ กันไปหมด พอยิ่งสืบหาเงินที่เพื่อนติดหนี้ ก็ยิ่งไปพัวพันกับเรื่องราวที่ซับซ้อนกว่าที่คิด กลายเป็นว่าเขาต้องมาปะทะกับพวก Vance ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องอำนาจของตัวเอง

สิ่งที่ผมชอบมากๆ ใน "Rebel Ridge" คือบรรยากาศของหนังครับ มันมีความอึดอัด กดดัน และเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจตั้งแต่ต้นจนจบเลย ภาพของเมืองเล็กๆ ที่ดูเงียบสงบ แต่ภายใต้ความสงบนั้นกลับซ่อนความน่ากลัวไว้ มันทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในกับดักอะไรบางอย่างตลอดเวลา การถ่ายทำก็ทำได้ดีครับ มุมกล้อง การจัดแสง มันช่วยเสริมอารมณ์ของหนังได้เยอะมาก ทำให้เราอินไปกับความรู้สึกของตัวละครได้ง่าย

การแสดงของ Aaron Pierre ในบท Terry Richmond ก็ถือว่าสอบผ่านครับ เขาถ่ายทอดความมุ่งมั่น ความเด็ดเดี่ยว และความเหนื่อยล้าของตัวละครออกมาได้ดีมากๆ ในขณะเดียวกันก็มีฉากที่ต้องแสดงความเปราะบางออกมาด้วย ซึ่งเขาก็ทำได้น่าเชื่อถือ ส่วนนักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี โดยเฉพาะ Don Johnson ที่มาในบทของหัวหน้าครอบครัว Vance คือแบบ... เห็นแล้วรู้เลยว่าตัวละครนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ มีออร่าความน่ากลัวแผ่ออกมาตลอดเลยครับ

โครงเรื่องของ "Rebel Ridge" อาจจะไม่ได้ซับซ้อนอะไรมากนัก มันเป็นแนวการต่อสู้ระหว่างคนดีที่พยายามจะทำสิ่งที่ถูกต้องกับกลุ่มคนที่มีอำนาจมืด แต่สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้โดดเด่นคือวิธีการเล่าเรื่องและการสร้างสถานการณ์ครับ มันค่อยๆ บิลด์ความตึงเครียดขึ้นมาเรื่อยๆ จนถึงจุดระเบิด ซึ่งฉากแอ็คชั่นในเรื่องก็ทำออกมาได้ดิบ เถื่อน และสมจริงมากๆ ครับ ไม่ได้หวือหวา แต่เน้นความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อตัวละครจริงๆ

สิ่งที่ผมรู้สึกว่า "Rebel Ridge" อาจจะทำให้บางคนไม่ชอบก็คือ หนังมันค่อนข้างจะมืดหม่นและรุนแรงครับ ไม่ได้มีฉากฮากระจายหรือบทสนทนาที่คมคายตลอดเวลา มันจะเน้นไปที่การสร้างบรรยากาศและความรู้สึกกดดันมากกว่า บางช่วงอาจจะรู้สึกว่าหนังเดินเรื่องช้าไปนิด แต่พอคิดถึงสไตล์ของ Jeremy Saulnier แล้ว ผมว่านี่แหละคือสิ่งที่แกต้องการจะสื่อครับ แกไม่ได้ทำหนังที่เอาใจตลาด แต่แกทำหนังที่สะท้อนความเป็นจริงที่โหดร้ายออกมา

อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือประเด็นทางสังคมที่หนังพยายามจะสอดแทรกเข้ามาครับ มันมีการพูดถึงเรื่องของความเหลื่อมล้ำ การใช้อำนาจโดยมิชอบ และการต่อสู้ของผู้คนที่ไม่มีทางสู้กับระบบที่กดขี่ ซึ่งเป็นอะไรที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมจริงๆ ทำให้หนังเรื่องนี้มีอะไรให้คิดตามมากกว่าแค่ฉากแอ็คชั่นสนุกๆ

สำหรับผม "Rebel Ridge" เป็นหนังที่ดูแล้วอิ่มเอมใจครับ (ในแง่ของการได้ดูหนังดีๆ นะครับ ไม่ใช่เนื้อหา) มันอาจจะไม่ใช่หนังที่เหมาะกับทุกคน เพราะมันค่อนข้างจะหนักและรุนแรง แต่ถ้าใครชอบหนังแนว Thriller, Action ที่มีบรรยากาศดิบๆ กดดันๆ และการแสดงที่ดี ผมแนะนำให้ลองไปดูกันครับ มันมีอะไรมากกว่าที่คุณคิดแน่นอน

โดยรวมแล้ว "Rebel Ridge" เป็นหนังที่ผมให้คะแนนบวกครับ มันอาจจะมีจุดที่ทำให้ไม่ถูกใจคนดูบางกลุ่ม แต่สำหรับผมแล้ว มันคือหนังที่ทำออกมาได้ถึงพริกถึงขิง สมกับที่คาดหวังจากผู้กำกับคนนี้เลยครับ ใครได้ดูกันแล้ว มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้นะครับ อยากรู้ว่าคนอื่นรู้สึกยังไงกันบ้าง!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่