กฎหมายที่ต้องมี: “คุกคามทางเพศ” อีกหนึ่งเรื่องที่หาบรรทัดฐานไม่ลงตัว

กฎหมายไทยพยามโชว์ความพัฒนาตามใจผู้มีอำนาจบัญญัติ บางคนกลัวนักโทษแน่นคุกไปก็เอาโทษยาบ้าให้เบาลง เอากัญชาให้ถูกกฎหมาย บางคนก็กลัวว่าคนจะเข้าคุกยากก็พยามคิดค้นอะไรดูทันสมัย
 
ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมไม่ได้ชอบนะครับสังคมพวก “อาหวัง” แล้วก็สายหื่นคอยแซวผู้หญิงตามโซเชียล หรือจะพวกที่ทำเพจโพสต์ใช้คำพูดคุกคามผู้หญิงคนนู้นคนนี้แต่ไม่มีกระบวนการกฎหมายไปดำเนินการใดๆ
 
ว่าด้วย “การคุกคามทางเพศ” นักกฎหมายยังหาข้อสรุปชัดๆไม่ได้ว่าอะไรคือนิยามของ “คุกคาม” และสุดท้ายก็จะจบอยู่ที่ “ดุลพินิจ” หาบรรทัดฐาน หาฎีกาที่เห็นพ้องต้องกันไม่ได้เช่นเคย ว่าตกลงมันแซวได้แค่ไหนถึงจะเป็นคุกคาม? หรือใช้คำพูดที่สื่อถึงเรื่องความใคร่ได้แค่ไหน?
“น่ารักน่าหยิกจัง” “น่ากอด” “อยากได้เป็นเมีย“ “คุณพ่อตาครับ” “อยากมีลูกด้วย” ทั้งหมดนี้รู้มั้ยว่า เอาอัยการ เอาทนาย เอาศาล มาเตะบอลแล้วนั่งกินข้าวคุยกัน 20 กว่าคนก็ให้ความเห็นไม่ตรงกัน!!
 
มาดูตัวบทกัน:
มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (19) ของมาตรา 1 แห่งประมวลกฎหมายอาญา “(19) “คุกคามทางเพศ” หมายความว่า กระทำโดยทางกาย วาจา การส่งเสียง การแสดงอากัปกิริยาหรือท่าทาง การติดต่อสื่อสาร การเฝ้าดู การติดตามรังควาน หรือกระทำด้วยประการใดๆ รวมถึงกระทำด้วยระบบคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์โทรคมนาคม หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นที่สามารถแสดงผลให้เข้าใจความหมายได้ ต่อผู้อื่น อันมีลักษณะส่อไปในทางเพศ โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเดือดร้อนรำคาญ อับอาย ถูกเหยียดหยาม หวาดกลัว หรือได้รับความไม่ปลอดภัยในทางเพศ
 
จะเห็นได้ว่าสักแต่ร่างขึ้นมาให้ดูเท่ แต่เลื่อนลอยขาดความชัดเจนแล้วก็เล่นซะกว้างเลย จริงๆจับแค่เรื่องเพศพอ จะชัดขึ้นคมขึ้น

-อะไรคือแสดงอากัปกิริยาที่คุกคาม?
เดินตามขอเบอร์โทรได้มั้ย?
ถ้าผู้ชายหล่อหน่อย ใส่เนคไท ม.จุฬา เดินตามขอเบอร์ ไม่ให้ก็ตื้อ เจอแบบนี้หัวเราะคิกคักเขิน ภูมิใจรู้สึกมีเสน่ห์
แต่ถ้าพอเป็นวินมอไซค์ดูโทรมหน่อย เดินตามขอเบอร์ ถือว่าคุกคาม...
อ้าว ก็ทั้งที่พฤติกรรมการกระทำมันเหมือนกันน่ะ ต่างกันที่สภาพคน!!
 
ผู้ชาย ผู้หญิง หรือจะ LGBTQ เดี๋ยวนี้จะมีลักษณะเน็ตไอดอล โพสต์แนวโชว์เซ็กซี่ (จริงๆเกือบ 100% คือผู้หญิงแหละ ผมแค่ยกทุกเพศให้ดูว่าแฟร์ๆ) เป้าหมายของเขาก็เพื่อให้แฟนเพจมาแซวมาดู มาเมนต์ชม หรือบางแนวที่ออกไปทางใกล้ๆจะเซ็กซ์ครีเอเตอร์ก็จะชอบที่เวลามาแสดงความหื่นกระหาย แล้วก็เมนต์คุยไปมาด้วย

นึกถึงโลกความจริงหรือตัวเราเอง
-อย่าลืมว่าเวลามีคนมาแสดงความหื่นกระหายตัวเรา บางครั้งเรายังชอบ
-แต่ถ้าเป็นคนที่เราไม่ชอบหน้า หรือไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการ เราจะถือว่าคุกคาม ใช่มั้ย?
เช่นผู้ชายโพสต์โชว์ พอผู้หญิงมาคอมเมนต์แสดงความหื่น ชอบใจ แต่พอมีเกย์มาคอมเมนต์ไม่พอใจ บอกคุกคาม เพราะไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย? แต่เกย์เขาไม่รู้หนิว่าคนโพสต์นี่มันอ่อยหญิงอย่างเดียว มันไม่รับเกย์!!
 
ฉะนั้น ไปหาทางคุยกันให้ลงตัว นักกฎหมาย ศาล/อัยการต้องไปประชุมกันให้ลงตัว คำพูดไหนพูดได้ พูดไม่ได้ ในที่สาธารณะ ในที่ทำงาน หรืออื่นๆ การกระทำไหนทำได้ ทำไม่ได้ และพูดได้ทำได้กับใครบ้าง บุคคลใดบ้าง ลำดับในครอบครัว ญาติ เพื่อน เพื่อนร่วม อย่าให้ตกเป็นเรื่องของ “ดุลพินิจ” ซะเยอะ
 
ทุกวันนี้กฎหมายใหม่ยาเสพติดยังไม่ลงตัวเลย จะ 4-5 ปีละ นักกฎหมายยังบรรทัดฐานไม่ตรงกัน อย่างศาลตลิ่งฯกับศาลธนฯ ยังเห็นไม่ตรงกันเรื่องโทษยาบ้า “ดุลพินิจ” แตกต่างกันฟ้ากับเหว
 
ในโซเชียลมีการให้ความเห็นว่า “การคุกคามพิจารณาที่ความรู้สึก ผู้ที่ถูกมอง ถูกพูด ถูกแตะต้อง ถ้าผู้นั้นพอใจยินยอม ก็ไม่ถือว่าคุกคาม แต่ถ้าผู้นั้นไม่พอใจยินยอม ก็จะถือเป็นการคุกคาม”
 
ตรรกะแบบนี้คือพังและระกำแท้ แสดงว่าใครจะทำถูกหรือผิดขึ้นอยู่กับความรู้สึกคน อันนี้ขัดต่อเจตนารมณ์ของการมีอยู่ของกฎหมายเลย กฎหมายมีไว้ตัดสินทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน มาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่สองมาตรฐานหรือหลายมาตรฐาน
 
(เชื่อว่าเดี๋ยวจะต้องมีคนมาตอบ “ก็ทุกคนก็ห้ามทำเหมือนกันหมด” นั่นก็เป็นคำตอบที่ผมเห็นด้วยนะ ระดับนึงแต่ยังไม่ใช่ที่จบ)
 
ผู้ชายไปเที่ยวเลาจ์ หรือร้านเหล้า เรียกเด็กดริงค์มานั่ง อย่างไหนคือคุกคาม? พูดได้แค่ไหน จับได้แค่ไหน? อย่าไปบอกว่ามันไม่มี มันคือเรื่องปกติทั่วไปที่เห็นอยู่ในสังคม
 
. . .
 
นอกเหนือจากเรื่องที่โพสต์มากระตุกนิดๆหน่อยๆ แล้วก็แวะไปเรื่องข่าวคุณโดม กรณีเมาแล้วไปคอมเมนต์ ผมแค่อยากจะบอกว่าในตรรกะที่ว่า “คุกคามหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของผู้ที่ถูกพูดถึง...”
 
ใครจะคิดต่างไม่ว่ากันนะ แต่ในมุมมองของผม ผมมองว่าคุณโดมพลาดท่าเป็นเหยื่อการเมืองเท่านั้นเอง แล้วก็ไม่ใช่ผู้หญิงไทยส่วนมากหรอกครับที่เจอคอมเมนต์จากคุณโดมแล้วไม่พอใจ (จะเมาไม่เมา จะหยาบไม่หยาบก็แล้วแต่) ถ้าผมเป็นเกย์หรือเป็นผู้หญิงที่พ่อแม่ทะนุถนอมเลี้ยงมาอย่างดีก็เหอะ แล้วมีคุณโดม มาริโอ้ หรือณเดชน์ มาเตะตาแล้วก็เมนต์ถึงผม หรือเท่าที่ประสบการณ์ชีวิตปูนนี้รู้จักผู้หญิงมาเยอะไม่ได้ใสซื่อโลกสวย ผมบอกได้ว่าส่วนมาก แอบชอบใจเลยหละ
 
แต่เอาหละในยุคต่อไปนี้การใช้ชีวิตในสังคม การอยู่ในโลกโซเชียล ทุกคนต้องปรับตัวเองตามกฎหมาย เป้าหมายมันดีแล้วหละแต่ว่าบางทีช่องโหว่ของกฎหมายก็ชอบถูกเอาไปใช้เป็นเครื่องมือ
 
. . .  
 
อีกเรื่องว่าด้วยความเท่าเทียมทางเพศ ที่ยุคนี้พยามผลักดัน ผมอยากให้ผลักดันอย่างยิ่ง กฎหมายโบราณเวลามีประเด็นผู้หญิงผู้ชาย ผู้ชายติดคุกอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงของโลกทุกวันนี้มันไม่ใช่

เคสอย่างผู้หญิงที่ไปหลอกอดีตนักมวยไปนอน ต่อไปเคสแบบนี้ต้องเอาผู้หญิงเข้าคุกด้วยฐานค้ากาม ถึงขั้นมีเพศสัมพันธ์หรือค้าระดับไหนก็ว่าไปตามลำดับ ไม่เกี่ยวกับอายุ จะ 16 หรือ 17 ก็คือผิด ทีอายุ 13-14 ไปฆ่าคน ชาวบ้านยังเรียกร้องว่าเอาผิดซะ ไม่ใช่เด็กแล้ว!! แหมแต่พอเป็นเรื่องเพศปึ๊บกลายเป็นเด็กขึ้นมาทันที ต้องแก้กฎหมายมาเอาผิดคนพวกนี้ คนพวกนี้อาศัยจุดอ่อนช่องโหว่ของกฎหมายหากินมานานแล้ว
 
ต้องดูที่การกระทำ ไม่ใช่ดูอายุ ใครข่มขืน คนนั้นก็ผิด
ใครค้ากาม ใครล่อลวงด้วยเหล้าด้วยยา คนนั้นก็ผิด ไม่เกี่ยวกับอายุ

...เดี๋ยวกรณีนี้ค่อยมาว่ากระทู้ต่อๆไป เพราะมีเยอะ มีเรื่อง LGBTQ กับเยาวชนด้วย ใครควรติดคุก? หรืออีกหลายๆเคสเลย...
 
. . .
 
มาดูตัวอย่างมาตรฐานนิยาม “คุกคามทางเพศ” ที่แต่ละคนพยามสร้างบรรทัดฐานกันขึ้นมา เล่นแบบไม่ปรึกษานักกฎหมายเลย บางเจ้าแค่ผิวปากยังไม่ได้ ต่างคนต่างคิดไม่ปรึกษานักกฎหมาย







. . .

แต่ทุกวันนี้เรามีกฎหมายแล้วนะ ไม่ต้องมาคิดเองบัญญัติเอง
รอศึกษาจากนักกฎหมาย รอศึกษาจากฎีกา
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่