-หลอกว่าติดต่อแฟนไม่ได้นานแล้ว ทั้งที่ยังคบกับแฟนอยู่ พึ่งมาจับได้หลังเรารู้สึกรักไปแล้ว
-เราตกลงคุยด้วย
-แรกๆทุ่มเทเวลาให้เราเกือบ 24 ชั่วโมงอยู่หลายเดือน จนเราเชื่อใจว่าเขาโสดและไม่มีใครจริงๆ
-พอมีความสัมพันธ์กัน ตีตัวออกห่างทันที ไม่มีเวลาให้ ข้ออ้างสารพัดเหตุผล เพื่อหลีกเลี่ยงการมาเจอ
-พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเจ้าชู้มากมีไปทั่วเอาไปเรื่อย แฟนตัวจริงเรียนต่างประเทศ ช่วงอยู่กับแฟนก็นอกใจแฟนตลอด พอแฟนไปเรียนต่างประเทศ เลยหาที่ไประบายความใคร่ แบบไม่ต้องกลัวใคร
-เป็นเราที่คอยตาม รู้สึกตัวเองด้อยค่ามาก
-ดูถูกร่างกายเรา สรีระ ดูถูกฐานะเรา ดูถูกสภาพแวดล้อมที่เราเติบโตมา
-จากที่มาหาเราทุกวัน เริ่มมาอาทิตย์ละ1-2 ครั้ง มาหาเฉพาะดึกๆ5ทุ่ม-ตี1 อ้างว่าไปออกกำลังกาย กว่าจะทำโน้นนี่เสร็จเลยมาช้า เหมือนมาแค่มีเซ็กซ์พอเช้าก็แยกย้ายและเงียบหายเหมือนเดิม พอจะมาถึงมีการติดต่อมา
-ระหว่างที่คบกัน1ปี 6 เดือน ไม่เคยพูดถึงเรื่องอนาคต
-พอเราพูดถึงเรื่องแต่งงานบอกว่าเราจะจับเขา ทั้งที่เขาก็ไม่ได้หล่อหรือร่ำรวยอะไร แค่ที่บ้านพอมีฐานะมีการงานที่มั่นคง และไม่ได้เลี้ยงดูเราจนสุขสบายอะไร มีให้เงินใช้บ้างแต่ไม่มากเพียงหลักพัน
-ไม่เคยพูดถึงที่บ้านเรา
-ไม่เคยพาไปเจอที่บ้านเขา
-ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยไปเที่ยวไม่เคยไปดูหนังด้วยกันสักครั้งเพราะอ้างไม่มีเวลา
-วันหยุดเสาร์อาทิต นักขัติฯ เทศกาล วันสำคัญอะไร ไม่เคยอยู่ด้วย อ้างว่ากลับบ้านไปอยู่กับแม่
-มีธุระกับแม่ทุกวันหยุด ทั้งที่ช่วงจีบเราแรกๆอยู่กับเราได้ทุกวัน แต่ตอนนี้อ้างเป็นคนติดแม่
-ชอบพูดว่าเป็นลูกชายคนเล็กที่บ้านตามใจ ถูกเลี้ยงมาแบบนี้เลยเอาแต่ใจ นิสัยเป็นแบบนี้ โดยไม่คิดเปลี่ยนแปลง
-ทุกครั้งที่ทะเลาะกันจะเย็นชา ไม่ง้อใครทั้งที่ตัวเองผิดก็ไม่เคยง้อ และเลือกที่จะเงียบหายไปทุกครั้ง
-ชอบตะคอกใส่เรา
-พอทำอะไรผิดและเรานำมาพูดด้วยเหตุผลว่าสิ่งนี้ไม่ควรทำก็จะไม่ยอมรับผิดว่าทำแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย
-ไม่เคยสนใจอะไรเรานอกจากเรื่องของตัวเอง
-เราท้องกับเขาก็บังคับเราไปทำแท้งด้วยเหตุผลที่กดดันมากมายจนเราไม่สามารถรักษาชีวิตลูกไว้ได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเอาออก เราได้พยายามแบบที่สุดแล้ว จนหัวใจแตกสลายเพราะไม่สามารถเก็บลูกไว้ได้ เราลืมไม่ลงและรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้
-ขณะที่เขามารับเราไปทำแท้งเราร้องไห้ใจแทบขาดใจสลายมากๆขณะเดินทางไปคลิกนิก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาให้เก็บลูกไว้ได้เลย
-ถ้าเราไม่เอาลูกออกเขาบอกว่าเราต้องการจับเขาต้องการผูกมัดเขา เรากดดันหลายอย่างจนไม่สามารถเก็บลูกไว้ได้จากคำพูดและการกระทำของเขา รู้ดีแก่ใจต้องเป็นปัญหาที่เยื้อไม่จบถ้าเด็กคนนี้เกิดมา เพราะความคิดเขาไม่ทำลายเราก็ทำลายลูก
-หลังจากพาเราไปทำแท้งเราตกเลือดอย่างหนักเขาไม่อยู่ดูแลเราอ้างว่าต้องดูแลแม่ แม่ไม่สบาย
-พอเขากลับบ้านไปดูแลแม่ วันที่เราทำแท้งเราจิตตกหวาดกลัว เจ็บปวด ทุรนทุรายมาก ด้วยฮอร์โมนคนท้อง ถึงแม่จะยุติแล้วก็ตาม เลยโทรหาเขาๆไม่รับเลยโทรย้ำจนเขารับและเราไม่เชื่อว่าเขาอยู่กับแม่ เพราะเขาดูเหมือนทิ้งเราเลยหลังพาเราไปทำแท้ง เราจึงให้เขาเปิดกล้องว่าอยู่กับแม่จริงไหม แต่เขาหงุดหงิดใส่เราบอกเรางี่เง่าโวยวายใส่เรา และเขาก็หันกล้องไปที่แม่เขา เราเห็นแม่เขายืนอยู่ปกติไม่ได้ป่วยอะไรเลย เหมือนเขาร่วมมือกับแม่เขาหลอกเราเพื่อไม่อยากอยู่ดูแลเรา
-เรากับแม่เขาไม่เคยเจอกันไม่เคยพูดคุยกัน แต่เราไม่รู้ว่าเขาไปพูดอย่างไรกับแม่เขา เขาบอกเราว่าแม่เขาไม่ให้เราเข้าบ้านเขา
-เขาบอกว่าแม่ไม่ให้คบ ผญ แบบเรา ให้เหตุผลว่า ผู้หญิงแบบนี้อยู่ด้วยลำบากไม่มีอิสระ ไปไหนก็ตามจิก เราไม่รู้นะว่าเค้าไปสื่อสารแบบไหนให้แม่เขามองเราแบบนั้นทั้งที่ที่ผ่านมาที่คบกันมาตลอดเราไม่เคยโทรจิกโทรตามเค้าเลย แชทก็ไม่เคยแชทถ้าไม่มีธุระ แต่ที่เราโทรตามวันนั้นเพราะว่าเค้าพาเราไปทำแท้งแล้วมันเป็นภาวะทางอารมณ์ด้วยที่เรารู้สึกว่าเราอยากมีเพื่อนอยู่ด้วยอยากมีคนดูแล และพฤติกรรมเขาก็พยายามหนีเราตลอด
-และการที่เขาไม่มาดูแลเราไม่มาหาเรา ไม่เหมือนเดิมกับเราเขาก็อ้างแม่บอกว่าแม่ไม่ให้มาหา แต่เราว่าอยู่ที่ตัวเขาเองมากกว่าที่หนีปัญหาไม่อยากรับผิดชอบเรา
-หลังการทำแท้ง เราเลือดไหลไม่หยุดถึง 2 เดือน เนื่องจากเราตรวจพบเนื้อกในมดลูกจึงทำให้เลือดไหลไม่หยุดและอาจทำให้มีลูกอีกไม่ได้ ยิ่งทำให้เรารู้สึกผิด รู้สึกเสียใจอย่างหนักจนถึงทุกวันนี้ ว่าเรามีลูกแล้วแท้ๆแต่กลับรักษาเขาไว้ไม่ได้ เราอาจมีเค้าไม่ได้อีกตลอดไป ผิดบาปในใจเรามากขึ้นทุกวัน ส่วนตัวเขาก็ไม่สนใจอะไรไม่ได้รับผิดชอบอะไรเรา เรารักษาตัวเองตามกำลังที่รักษาได้
-ช่วงก่อนหน้าหลังยุติมาได้1 อาทิตย์ เราปวดท้องหนักมากเลยโทรไปให้เขาพาไปหาหมอ เขาบอกว่าเราอ้างเพื่อที่จะเจอเขา บอกเขาดีๆก็ได้ ไม่ต้องอ้างปวดท้อง เขาพูดแบบนี้กับเรา เราจึงไม่โทรหาเขาเรื่องอาการเจ็บป่วยอีก เจ็บแค่ไหนก็ต้องดูแลตัวเอง
-เราถามเขาว่าทำตัวมากับเราเหมือนกับตอนที่เรายังไม่ท้องได้ไหมทั้งที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำตัวดีนะมาๆหายๆแต่อย่างน้อยเค้าก็มาเราก็พยายามชินทั้งๆที่เราก็รับไม่ได้แต่เรารักเขามาก เราก็ยอม แต่เขาตอบเรากลับมาว่าแม่ไม่ให้มา เราต้องไปขอโทษแม่เขาก่อนและดูว่าแม่เขายังโอเคไหมถ้าแม่เขาโอเคเขาก็จะคบต่อถ้าแม่เขาไม่โอเคเขาก็คงต้องห่างเขาอ้างแม่แบบนี้ตลอด เค้าบอกว่าแม่เขาไม่โอเคที่เราโทรไปวีนเขาวันที่เขาพาเราไปทำแท้งแล้วเขาไม่ได้อยู่ดูแลเราเขาบอกว่าไม่มีใครรับได้ที่ลูกต้องมาเจอผู้หญิงพูดไม่ดีใส่แบบนี้ เค้ามองสิ่งที่เรา โทรไปเพื่อให้เขามาดูแลเรา เป็นเรื่องใหญ่มากซึ่งความจริงแม่เขาน่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา เรารู้สึกเป็นแบบไหนที่ต้องอยู่ในสภาวะแบบนั้นคนเดียว แม่ก็เคยผ่านการเป็นแม่ และลูกเขาก็ไม่ได้อยู่ดูแลเรา เขามองแต่ความรู้สึกของตัวเองว่าเขาเสียความรู้สึก ที่เราโทรไปต่อว่าเขามันยิ่งใหญ่มากใหญ่กว่า สิ่งที่เราเผชิญในการทำแท้งและการตกเลือดของเราซะอีก เรามองว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเรา เรามองว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำและทำไมต้องพยายามรักษาเขาไว้ ทำไมต้องเป็นเราที่ต้องไปขอโทษแม่เขา ถ้าเราเป็นแม่คนแล้วลูกชายของเราไปทำแบบนี้กับผู้หญิง ไม่ว่ากรณีใด เราจะให้ลูกชายเรามารับผิดชอบผู้หญิงให้เต็มที่ ถ้าคนที่เป็นผู้ใหญ่ มีความเป็นแม่คนเขาน่าจะมีความคิดแบบนี้นะ (แต่ใดๆเราไม่รู้เขาอ้างแม่ไหม แม่เขาพูดแบบนี้จริงไหม แต่เขาสื่อสารให้เราแบบนี้) เรามองว่า จากสิ่งที่เขาทำกับเรา ควรเป็้นหน้าที่เขาที่ต้องพยายามให้ความรู้สึกเราดีขึ้นจากสิ่งที่เขาพาเราไปทำ ถ้าเขารักเราจริงสิ่งที่เขาทำผิดพลาดกับเรามันเกิดขึ้นแล้วตัดสินใจไปแล้วมันไม่ผ่านไปแล้ว แต่เขาก็สามารถทำสิ่งอื่นที่ทดแทนความรู้สึกเราดีขึ้น และเดินต่อไปด้วยกันได้ ได้แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ เขาตั้งใจที่จะทิ้งเราหลังจากที่พาเราไปทำแท้ง เราไม่เคยบอกเรื่องนี้กับที่บ้านของเราเพราะเรายังรักเขาอยู่และต้องการมีเขาอยู่ วันหนึ่งถ้ายังคบกันไม่อยากให้ที่บ้านมองเขาในแง่ลบ แต่สำหรับเขาทำให้ที่บ้านเขามองเราในแง่ลบทั้งหมด ตัวเขาและครอบครัวโจมตีเราทั้งบ้าน ทั้งที่เราเป็นผู้ถูกกระทำ เรายังไม่เคยเจอแม่เขา แต่แม่เค้าไม่ชอบเราได้ขนาดนี้ มันก็ชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยากมีอนาคตไปกับเรา เราจึงตัดใจอย่างจริงจังทั้งที่ยังรักมาก ให้เขาเจอคนที่เหมาะสมกับเขาเถอะ
เรารักเขามากนะ เพราะเขาเป็นรักครั้งแรกของเราและมีลูกคนแรกด้วยกันแม้ลูกไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกก็ตาม เพราะมีพ่อที่ต้องการฆ่าเขาและมีแม่ที่ไม่สามารถปกป้องเขาได้ ทำให้เราเสียลูก เสียสุขภาพกาย สุขภาพจิต และที่สำคัญอาจจะมีลูกได้อีก
ทุกวันนี้เราบอกเลิกกับเขาแล้ว เรามาแบบสุดทาง เราไม่เห็นความพยายามของเขาที่จะรักษาเรา เห็นแต่ความเห็นแก่ตัวที่หนีปัญหาโดยอ้างทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่ไปมีคนใหม่ ตั้งแต่รู้จักเขามาสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดคือเขามองเห็นแค่ความสุขและความต้องการของตัวเองในทุกๆเรื่องทั้งเรื่องเซ็กซ์และรวมถึงเรื่องอื่นๆเรารู้มาตลอดแต่เราก็รักเขาก็เลยยอมจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จนเราไม่สามารถรับได้ ต่อให้รักมากแค่ไหนเราก็ไม่ใช้ชีวิตกับคนที่พาเรา ไปฆ่าลูกไม่ได้ ผู้ชายที่ไม่เคยปกป้องอะไรเราได้เลยแม่แต่นิด
หลังการทำแท้งเราใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมชีวิตมีแต่ความรู้สึกสูญเสีย ว่างเปล่า มีแต่ความเสียใจ คิดถึงลูกอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรก็คิดถึงร้องไห้ตลอดได้แต่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาพยายามนั่งสมาธิให้เขาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกและทำอะไรเพื่อลูกบ้าง รู้ทั้งรู้ว่าลูกคงไม่ให้อภัย ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลูกได้รับไหม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยส่วนคนเป็นพ่อมีความสุขกับคนใหม่แบบที่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
เราไม่มีวันเชื่อว่าผู้ชายที่พาผู้หญิงไปทำแท้งจะรักใครได้จริงขนาดลูกตัวเองยังฆ่าได้ลงคอ
ส่วนมุมมองทัศนคติความรักของเรา ณ ตอนนี้คือ ไม่มีรักไม่มีทุกข์ ขอไม่มีความรักตลอดไป ตั้งใจไว้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เข้าทางธรรม 50% ทางโลก 50% การที่เราเข้ามาทางธรรมมันทำให้เรารู้สึกว่าเรายังใกล้ชิดกับลูก เราเบียดเบียนชีวิตลูกจนเขาเสียชีวิต เลยตั้งใจจะไม่เบียดเบียนชีวิตใครอีก ตั้งใจจะเริ่มทานเจถ้าทำได้ก็จะทานตลอดชีวิต
รักครั้งแรกของเราเป็นความรักที่โง่เขลา รักแบบ ไม่ลืมหูลืมตา เป็นรักที่ตั้งใจรักมากๆ แต่ผู้ชายตั้งใจแค่มาหลอก ไม่เคยรัก ทุกอย่างเลยต้องจบแบบนี้ เราพยายามให้อภัยตัวเองเพื่อเริ่มต้นใหม่ เพราะไม่มีใครรู้ว่าทุกการเริ่มต้นจะจบลงแบบไหนต้องใช้เวลาถึงรู้ว่าสิ่งที่เราพบเจอมันเลวร้ายและถอยออกมาในที่สุด
ใดๆคือต้องยอมรับความจริงว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตครั้งนี้ ก็เพราะตัวเราเองที่รับคนแบบนี้เข้ามาในชีวิต อนุญาติให้เขามาทำลายชีวิตตั้งแต่แรก
เรายินดีรับทุกความคิดเห็นของทุกคนนะคะไม่ว่าจะทางบวกหรือลบ สิ่งที่เราพบเจอมาเป็นแบบนี้ของแต่ละคนเป็นแบบไหนบ้างคะ
ข้อความค่อนข้างยาว ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ และร่วมแสดงความคิดเห็น…
ใครเจอผู้ชายเห็นแก่ตัวขนาดไหนกันบ้าง ส่วนตัวเราเจอแบบนี้ ถึงกลับขอให้ชาตินี้ไม่ขอรู้สึกรักใครอีก
-เราตกลงคุยด้วย
-แรกๆทุ่มเทเวลาให้เราเกือบ 24 ชั่วโมงอยู่หลายเดือน จนเราเชื่อใจว่าเขาโสดและไม่มีใครจริงๆ
-พอมีความสัมพันธ์กัน ตีตัวออกห่างทันที ไม่มีเวลาให้ ข้ออ้างสารพัดเหตุผล เพื่อหลีกเลี่ยงการมาเจอ
-พึ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเจ้าชู้มากมีไปทั่วเอาไปเรื่อย แฟนตัวจริงเรียนต่างประเทศ ช่วงอยู่กับแฟนก็นอกใจแฟนตลอด พอแฟนไปเรียนต่างประเทศ เลยหาที่ไประบายความใคร่ แบบไม่ต้องกลัวใคร
-เป็นเราที่คอยตาม รู้สึกตัวเองด้อยค่ามาก
-ดูถูกร่างกายเรา สรีระ ดูถูกฐานะเรา ดูถูกสภาพแวดล้อมที่เราเติบโตมา
-จากที่มาหาเราทุกวัน เริ่มมาอาทิตย์ละ1-2 ครั้ง มาหาเฉพาะดึกๆ5ทุ่ม-ตี1 อ้างว่าไปออกกำลังกาย กว่าจะทำโน้นนี่เสร็จเลยมาช้า เหมือนมาแค่มีเซ็กซ์พอเช้าก็แยกย้ายและเงียบหายเหมือนเดิม พอจะมาถึงมีการติดต่อมา
-ระหว่างที่คบกัน1ปี 6 เดือน ไม่เคยพูดถึงเรื่องอนาคต
-พอเราพูดถึงเรื่องแต่งงานบอกว่าเราจะจับเขา ทั้งที่เขาก็ไม่ได้หล่อหรือร่ำรวยอะไร แค่ที่บ้านพอมีฐานะมีการงานที่มั่นคง และไม่ได้เลี้ยงดูเราจนสุขสบายอะไร มีให้เงินใช้บ้างแต่ไม่มากเพียงหลักพัน
-ไม่เคยพูดถึงที่บ้านเรา
-ไม่เคยพาไปเจอที่บ้านเขา
-ตั้งแต่คบกันมาไม่เคยไปเที่ยวไม่เคยไปดูหนังด้วยกันสักครั้งเพราะอ้างไม่มีเวลา
-วันหยุดเสาร์อาทิต นักขัติฯ เทศกาล วันสำคัญอะไร ไม่เคยอยู่ด้วย อ้างว่ากลับบ้านไปอยู่กับแม่
-มีธุระกับแม่ทุกวันหยุด ทั้งที่ช่วงจีบเราแรกๆอยู่กับเราได้ทุกวัน แต่ตอนนี้อ้างเป็นคนติดแม่
-ชอบพูดว่าเป็นลูกชายคนเล็กที่บ้านตามใจ ถูกเลี้ยงมาแบบนี้เลยเอาแต่ใจ นิสัยเป็นแบบนี้ โดยไม่คิดเปลี่ยนแปลง
-ทุกครั้งที่ทะเลาะกันจะเย็นชา ไม่ง้อใครทั้งที่ตัวเองผิดก็ไม่เคยง้อ และเลือกที่จะเงียบหายไปทุกครั้ง
-ชอบตะคอกใส่เรา
-พอทำอะไรผิดและเรานำมาพูดด้วยเหตุผลว่าสิ่งนี้ไม่ควรทำก็จะไม่ยอมรับผิดว่าทำแม้เป็นเรื่องเล็กน้อย
-ไม่เคยสนใจอะไรเรานอกจากเรื่องของตัวเอง
-เราท้องกับเขาก็บังคับเราไปทำแท้งด้วยเหตุผลที่กดดันมากมายจนเราไม่สามารถรักษาชีวิตลูกไว้ได้ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเอาออก เราได้พยายามแบบที่สุดแล้ว จนหัวใจแตกสลายเพราะไม่สามารถเก็บลูกไว้ได้ เราลืมไม่ลงและรับไม่ได้กับเหตุการณ์นี้
-ขณะที่เขามารับเราไปทำแท้งเราร้องไห้ใจแทบขาดใจสลายมากๆขณะเดินทางไปคลิกนิก แต่ไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาให้เก็บลูกไว้ได้เลย
-ถ้าเราไม่เอาลูกออกเขาบอกว่าเราต้องการจับเขาต้องการผูกมัดเขา เรากดดันหลายอย่างจนไม่สามารถเก็บลูกไว้ได้จากคำพูดและการกระทำของเขา รู้ดีแก่ใจต้องเป็นปัญหาที่เยื้อไม่จบถ้าเด็กคนนี้เกิดมา เพราะความคิดเขาไม่ทำลายเราก็ทำลายลูก
-หลังจากพาเราไปทำแท้งเราตกเลือดอย่างหนักเขาไม่อยู่ดูแลเราอ้างว่าต้องดูแลแม่ แม่ไม่สบาย
-พอเขากลับบ้านไปดูแลแม่ วันที่เราทำแท้งเราจิตตกหวาดกลัว เจ็บปวด ทุรนทุรายมาก ด้วยฮอร์โมนคนท้อง ถึงแม่จะยุติแล้วก็ตาม เลยโทรหาเขาๆไม่รับเลยโทรย้ำจนเขารับและเราไม่เชื่อว่าเขาอยู่กับแม่ เพราะเขาดูเหมือนทิ้งเราเลยหลังพาเราไปทำแท้ง เราจึงให้เขาเปิดกล้องว่าอยู่กับแม่จริงไหม แต่เขาหงุดหงิดใส่เราบอกเรางี่เง่าโวยวายใส่เรา และเขาก็หันกล้องไปที่แม่เขา เราเห็นแม่เขายืนอยู่ปกติไม่ได้ป่วยอะไรเลย เหมือนเขาร่วมมือกับแม่เขาหลอกเราเพื่อไม่อยากอยู่ดูแลเรา
-เรากับแม่เขาไม่เคยเจอกันไม่เคยพูดคุยกัน แต่เราไม่รู้ว่าเขาไปพูดอย่างไรกับแม่เขา เขาบอกเราว่าแม่เขาไม่ให้เราเข้าบ้านเขา
-เขาบอกว่าแม่ไม่ให้คบ ผญ แบบเรา ให้เหตุผลว่า ผู้หญิงแบบนี้อยู่ด้วยลำบากไม่มีอิสระ ไปไหนก็ตามจิก เราไม่รู้นะว่าเค้าไปสื่อสารแบบไหนให้แม่เขามองเราแบบนั้นทั้งที่ที่ผ่านมาที่คบกันมาตลอดเราไม่เคยโทรจิกโทรตามเค้าเลย แชทก็ไม่เคยแชทถ้าไม่มีธุระ แต่ที่เราโทรตามวันนั้นเพราะว่าเค้าพาเราไปทำแท้งแล้วมันเป็นภาวะทางอารมณ์ด้วยที่เรารู้สึกว่าเราอยากมีเพื่อนอยู่ด้วยอยากมีคนดูแล และพฤติกรรมเขาก็พยายามหนีเราตลอด
-และการที่เขาไม่มาดูแลเราไม่มาหาเรา ไม่เหมือนเดิมกับเราเขาก็อ้างแม่บอกว่าแม่ไม่ให้มาหา แต่เราว่าอยู่ที่ตัวเขาเองมากกว่าที่หนีปัญหาไม่อยากรับผิดชอบเรา
-หลังการทำแท้ง เราเลือดไหลไม่หยุดถึง 2 เดือน เนื่องจากเราตรวจพบเนื้อกในมดลูกจึงทำให้เลือดไหลไม่หยุดและอาจทำให้มีลูกอีกไม่ได้ ยิ่งทำให้เรารู้สึกผิด รู้สึกเสียใจอย่างหนักจนถึงทุกวันนี้ ว่าเรามีลูกแล้วแท้ๆแต่กลับรักษาเขาไว้ไม่ได้ เราอาจมีเค้าไม่ได้อีกตลอดไป ผิดบาปในใจเรามากขึ้นทุกวัน ส่วนตัวเขาก็ไม่สนใจอะไรไม่ได้รับผิดชอบอะไรเรา เรารักษาตัวเองตามกำลังที่รักษาได้
-ช่วงก่อนหน้าหลังยุติมาได้1 อาทิตย์ เราปวดท้องหนักมากเลยโทรไปให้เขาพาไปหาหมอ เขาบอกว่าเราอ้างเพื่อที่จะเจอเขา บอกเขาดีๆก็ได้ ไม่ต้องอ้างปวดท้อง เขาพูดแบบนี้กับเรา เราจึงไม่โทรหาเขาเรื่องอาการเจ็บป่วยอีก เจ็บแค่ไหนก็ต้องดูแลตัวเอง
-เราถามเขาว่าทำตัวมากับเราเหมือนกับตอนที่เรายังไม่ท้องได้ไหมทั้งที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้ทำตัวดีนะมาๆหายๆแต่อย่างน้อยเค้าก็มาเราก็พยายามชินทั้งๆที่เราก็รับไม่ได้แต่เรารักเขามาก เราก็ยอม แต่เขาตอบเรากลับมาว่าแม่ไม่ให้มา เราต้องไปขอโทษแม่เขาก่อนและดูว่าแม่เขายังโอเคไหมถ้าแม่เขาโอเคเขาก็จะคบต่อถ้าแม่เขาไม่โอเคเขาก็คงต้องห่างเขาอ้างแม่แบบนี้ตลอด เค้าบอกว่าแม่เขาไม่โอเคที่เราโทรไปวีนเขาวันที่เขาพาเราไปทำแท้งแล้วเขาไม่ได้อยู่ดูแลเราเขาบอกว่าไม่มีใครรับได้ที่ลูกต้องมาเจอผู้หญิงพูดไม่ดีใส่แบบนี้ เค้ามองสิ่งที่เรา โทรไปเพื่อให้เขามาดูแลเรา เป็นเรื่องใหญ่มากซึ่งความจริงแม่เขาน่าจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับเรา เรารู้สึกเป็นแบบไหนที่ต้องอยู่ในสภาวะแบบนั้นคนเดียว แม่ก็เคยผ่านการเป็นแม่ และลูกเขาก็ไม่ได้อยู่ดูแลเรา เขามองแต่ความรู้สึกของตัวเองว่าเขาเสียความรู้สึก ที่เราโทรไปต่อว่าเขามันยิ่งใหญ่มากใหญ่กว่า สิ่งที่เราเผชิญในการทำแท้งและการตกเลือดของเราซะอีก เรามองว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับเรา เรามองว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำและทำไมต้องพยายามรักษาเขาไว้ ทำไมต้องเป็นเราที่ต้องไปขอโทษแม่เขา ถ้าเราเป็นแม่คนแล้วลูกชายของเราไปทำแบบนี้กับผู้หญิง ไม่ว่ากรณีใด เราจะให้ลูกชายเรามารับผิดชอบผู้หญิงให้เต็มที่ ถ้าคนที่เป็นผู้ใหญ่ มีความเป็นแม่คนเขาน่าจะมีความคิดแบบนี้นะ (แต่ใดๆเราไม่รู้เขาอ้างแม่ไหม แม่เขาพูดแบบนี้จริงไหม แต่เขาสื่อสารให้เราแบบนี้) เรามองว่า จากสิ่งที่เขาทำกับเรา ควรเป็้นหน้าที่เขาที่ต้องพยายามให้ความรู้สึกเราดีขึ้นจากสิ่งที่เขาพาเราไปทำ ถ้าเขารักเราจริงสิ่งที่เขาทำผิดพลาดกับเรามันเกิดขึ้นแล้วตัดสินใจไปแล้วมันไม่ผ่านไปแล้ว แต่เขาก็สามารถทำสิ่งอื่นที่ทดแทนความรู้สึกเราดีขึ้น และเดินต่อไปด้วยกันได้ ได้แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำ เขาตั้งใจที่จะทิ้งเราหลังจากที่พาเราไปทำแท้ง เราไม่เคยบอกเรื่องนี้กับที่บ้านของเราเพราะเรายังรักเขาอยู่และต้องการมีเขาอยู่ วันหนึ่งถ้ายังคบกันไม่อยากให้ที่บ้านมองเขาในแง่ลบ แต่สำหรับเขาทำให้ที่บ้านเขามองเราในแง่ลบทั้งหมด ตัวเขาและครอบครัวโจมตีเราทั้งบ้าน ทั้งที่เราเป็นผู้ถูกกระทำ เรายังไม่เคยเจอแม่เขา แต่แม่เค้าไม่ชอบเราได้ขนาดนี้ มันก็ชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยากมีอนาคตไปกับเรา เราจึงตัดใจอย่างจริงจังทั้งที่ยังรักมาก ให้เขาเจอคนที่เหมาะสมกับเขาเถอะ
เรารักเขามากนะ เพราะเขาเป็นรักครั้งแรกของเราและมีลูกคนแรกด้วยกันแม้ลูกไม่มีโอกาสได้ลืมตาดูโลกก็ตาม เพราะมีพ่อที่ต้องการฆ่าเขาและมีแม่ที่ไม่สามารถปกป้องเขาได้ ทำให้เราเสียลูก เสียสุขภาพกาย สุขภาพจิต และที่สำคัญอาจจะมีลูกได้อีก
ทุกวันนี้เราบอกเลิกกับเขาแล้ว เรามาแบบสุดทาง เราไม่เห็นความพยายามของเขาที่จะรักษาเรา เห็นแต่ความเห็นแก่ตัวที่หนีปัญหาโดยอ้างทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อที่ไปมีคนใหม่ ตั้งแต่รู้จักเขามาสิ่งที่เรามองเห็นได้ชัดคือเขามองเห็นแค่ความสุขและความต้องการของตัวเองในทุกๆเรื่องทั้งเรื่องเซ็กซ์และรวมถึงเรื่องอื่นๆเรารู้มาตลอดแต่เราก็รักเขาก็เลยยอมจนกระทั่งเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จนเราไม่สามารถรับได้ ต่อให้รักมากแค่ไหนเราก็ไม่ใช้ชีวิตกับคนที่พาเรา ไปฆ่าลูกไม่ได้ ผู้ชายที่ไม่เคยปกป้องอะไรเราได้เลยแม่แต่นิด
หลังการทำแท้งเราใช้ชีวิตไม่เหมือนเดิมชีวิตมีแต่ความรู้สึกสูญเสีย ว่างเปล่า มีแต่ความเสียใจ คิดถึงลูกอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไรก็คิดถึงร้องไห้ตลอดได้แต่ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เขาพยายามนั่งสมาธิให้เขาเพื่อให้ตัวเองรู้สึกและทำอะไรเพื่อลูกบ้าง รู้ทั้งรู้ว่าลูกคงไม่ให้อภัย ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลูกได้รับไหม แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยส่วนคนเป็นพ่อมีความสุขกับคนใหม่แบบที่ไม่รู้สึกผิดอะไรเลย
เราไม่มีวันเชื่อว่าผู้ชายที่พาผู้หญิงไปทำแท้งจะรักใครได้จริงขนาดลูกตัวเองยังฆ่าได้ลงคอ
ส่วนมุมมองทัศนคติความรักของเรา ณ ตอนนี้คือ ไม่มีรักไม่มีทุกข์ ขอไม่มีความรักตลอดไป ตั้งใจไว้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่เข้าทางธรรม 50% ทางโลก 50% การที่เราเข้ามาทางธรรมมันทำให้เรารู้สึกว่าเรายังใกล้ชิดกับลูก เราเบียดเบียนชีวิตลูกจนเขาเสียชีวิต เลยตั้งใจจะไม่เบียดเบียนชีวิตใครอีก ตั้งใจจะเริ่มทานเจถ้าทำได้ก็จะทานตลอดชีวิต
รักครั้งแรกของเราเป็นความรักที่โง่เขลา รักแบบ ไม่ลืมหูลืมตา เป็นรักที่ตั้งใจรักมากๆ แต่ผู้ชายตั้งใจแค่มาหลอก ไม่เคยรัก ทุกอย่างเลยต้องจบแบบนี้ เราพยายามให้อภัยตัวเองเพื่อเริ่มต้นใหม่ เพราะไม่มีใครรู้ว่าทุกการเริ่มต้นจะจบลงแบบไหนต้องใช้เวลาถึงรู้ว่าสิ่งที่เราพบเจอมันเลวร้ายและถอยออกมาในที่สุด
ใดๆคือต้องยอมรับความจริงว่าความผิดพลาดครั้งใหญ่ในชีวิตครั้งนี้ ก็เพราะตัวเราเองที่รับคนแบบนี้เข้ามาในชีวิต อนุญาติให้เขามาทำลายชีวิตตั้งแต่แรก
เรายินดีรับทุกความคิดเห็นของทุกคนนะคะไม่ว่าจะทางบวกหรือลบ สิ่งที่เราพบเจอมาเป็นแบบนี้ของแต่ละคนเป็นแบบไหนบ้างคะ
ข้อความค่อนข้างยาว ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ และร่วมแสดงความคิดเห็น…