ในเมื่อต่อต้านไม่ไหวแล้ว ก็เข้าร่วมเลยสิ มาดูธุรกิจ SMS กันว่า ถ้าเราจะเริ่มต้นทำธุรกิจแบบนี้ ต้องทำไงบ้าง

​ในปัจจุบันมีทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสมาร์ทโฟนให้ใช้งานสะดวกสบายมากมาย ทำให้หลายคนอาจมองว่า SMS การส่งข้อความเป็นรูปแบบที่ไม่มีคนสนใจใช้งานเลย เพราะตอนนี้หลายๆคนค้นหาข้อมูลเองได้ มีแอพฯรับส่งข้อความหากันโดยสะดวกไม่เสียค่าบริการต่อข้อความเลยหลากหลายแอพไม่ว่าจะเป็นไลน์ เมสเซนเจอร์ของเฟสฯ เป็นต้น

แต่... ตอนนี้ยังมีธุรกิจอันนึงที่ยังคงอยู่คู่คนไทยมานานแสนนานตั้งแต่เริ่มมีบริการส่งข้อความในโทรศัพท์มือถือ นั่นก็คือ SMS แบบเสียเงิน ซึ่งผมไปค้นข้อมูลมาเขาเรียกกันว่า VAS (Value Added Service) หรือ "บริการเสริมบนมือถือ"  สมัยแรกๆตอนผมเป็นหนุ่มผมจำได้ดีมีบริการส่งไปเพื่อดาวน์โหลดเพลง เสียค่าข้อความเพื่ออ่านข่าว ประมาณนี้เลย ไม่น่าจะเชื่อนะครับว่า ปีนี้ 2026 แล้ว ธุรกิจแบบนี้ยังคงอยู่คู่เรามาไม่หายไปไหนเลย ระบบนี้ยังแอบทำเงินอยู่เงียบๆ บางครั้งเราไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำเพราะพอข้อความเข้ามา มันไปอยู่ในถังขยะแสปมเลย กว่าเราจะรู้ตัว เงินหายไปไหนหมดหว่าาา

ทีนี้ผมเลยเกิดไอเดียว่า เออ! ธุรกิจแนวนี้มันยังทำเงินได้นะ เราไม่มีงานทำ แก่แล้วทำงานบริษัทคงไม่มีใครรับ งั้นมาศึกษาดูดีกว่าว่าเราจะทำธุรกิจนี้บ้างจะได้ไหม ถ้าจะทำเราต้องรู้อะไรบ้าง มีกลไกการทำงานอย่างไร

1. รูปแบบการทำรายได้ ได้น้อยแต่ได้นะ 😁
  ตามทฤษฎีหัวใจของ SMS VAS คือการขาย "ข้อมูลที่ผู้คนต้องการทราบในทันที" โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปค้นหาข้อมูลเอง รูปแบบที่ตอนนี้ได้รับความนิยมที่สุดคือ Subscription Model คือ เมื่อลูกค้ากดยืนยันสมัครบริการ(ฉันไม่เคยกดยืนยันเลยนะเฟ้ย มาได้ไงฟะ!!) ระบบจะทำการส่งข้อความเข้ามือถือลูกค้าตามตารางเวลาที่ตั้งไว้ และทุกครั้งที่ข้อความถูกส่งสำเร็จ ระบบจะหักเงินจากยอดเงินในมือถือหรือเรียกเก็บในบิลรายเดือนทันที หักเลย ข้อความละ 3 บาท 5 บาท ก็ว่ากันไป รายได้ดีแค่ไหน ลองคำนวนเล่นๆดูฮะ สมมติเราคิดค่าบริการข้อความละ 3 บาท ส่งวันละ 1 ข้อความ หากคุณมีคนกดรับสมัครข้อความจากเรา 1,000 คน เราจะมีทำรายได้สูงถึง 3,000 บาท  หรือประมาณ 90,000 บ. ต่อเดือนเลยนะ


2. จะทำธุรกิจนี้ต้องรู้จักใครบ้าง การจะส่ง SMS แบบเก็บเงินนั้น ไม่ได้ทำได้โดยลำพัง อ่าาาา... นี่แหละๆ ทำเพียงลำพังไม่ได้!!  
    เท่าที่ผมไปค้นหาข้อมูลมานะ จะมีส่วนประกอบ 3 ส่วน
     - ผู้ให้บริการเนื้อหา ก็คือตัวเรานี่แหละ ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูล พัฒนาเนื้อหา และทำการตลาดหาลูกค้า การจะทำธุรกิจอันนี้จะต้องเป็นนิติบุคคลนะครับ
     - Aggregator คือ ตัวกลางทางเทคนิคที่มีระบบเชื่อมต่อกับค่ายมือถือ (Gateway) นี่คือผู้จัดหาเลข Short Code (เช่น 4XXXXXX) และดูแลระบบหลังบ้านให้เรา หาไม่ยากเลยครับ กูเกิ้ลเลย มีบริการหลายเจ้า อย่าลืมว่าการที่เราจะสมัครใช้บริการส่วนนี้ได้จะต้องเป็นนิติบุคคลครับเพราะฉะนั้นต้องไปจดทะเบียนเป็นบริษัทก่อนนะ
      -  ค่ายมือถือต่างๆ เรารู้กันอยู่เนาะว่ามีค่ายไหนบ้างทุกวันนี้ นี่คือส่วนที่ทำหน้าที่ตัดเงินจากกระเป๋าลูกค้าและแบ่งรายได้กลับมาให้เรากับ Aggregator ซึ่งส่วนนี้เราก็มองข้ามไปได้เลยเพราะเราจะใช้บริการของ Aggregator เดี๋ยวเขาจะจัดหาให้เราเอง

3. ทีนี้ก็ Content ว่า มีอะไรที่ดึงดูดคนได้ เช่น
ความหวัง: เช่น บริการเลขเด็ด ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
ความมั่นใจ: เช่น บริการดูดวงรายวัน เคล็ดลับเสริมดวงตามวันเกิด
ความเร็ว: เช่น ผลบอลสด ข่าวหุ้นวงใน หรือสรุปประเด็นข่าวเด่น
ความสะดวก: เช่น สูตรอาหารสั้นๆ หรือคำศัพท์ภาษาอังกฤษวันละคำ

4. หาลูกค้าแบบไหน...  ประตูสู่ยอดขาย
ในอดีต ธุรกิจนี้อาจดูเทาๆ ด้วยการสุ่มส่ง SMS ไปให้คนสมัคร แต่ปัจจุบัน กสทช. เข้ามาควบคุมเข้มงวด ทำให้ "การตลาดแบบสมัครใจ" (Opt-in) กลายเป็นมาตรฐานใหม่
Landing Page คืออาวุธ: นักธุรกิจ SMS ยุคใหม่จะยิงโฆษณาผ่าน Facebook หรือ TikTok  หรือแปะแบนเนอร์โฆษณาตามเว็ปเถื่อนต่างๆ เมื่อคนสนใจจะคลิกเข้าไปที่หน้าเว็บที่ระบุรายละเอียดชัดเจน แต่ๆๆ ที่ผมได้เจอมาก็คือ ไม่ได้กดอะไรเลยทั้งนั้น แค่เข้าไปหน้าที่มีแบนเนอร์โฆษณาเหล่านั้นอยู่ ก็มีข้อความเด้งขึ้นมาทันทีว่าเราได้สมัครรับบริการ SMS แล้วเรียบร้อย​ ถึงแม้ว่าตามทฤษฎีแล้วจะต้องใช้ OTP ยืนยันตัวตน: ลูกค้าต้องกรอกเบอร์และใส่รหัส OTP เพื่อยืนยันว่า "ฉันต้องการสมัครจริง"

5. ความท้าทาย แม้จะเป็นธุรกิจที่ดูเหมือน Passive Income แต่กลับมีความท้าทายคือ การยกเลิกรับบริการได้ และ กฎระเบียบของกสทช.  ถ้าข้อมูลที่ส่งไปไม่มีประโยชน์ ลูกค้าจะกด *137 เพื่อยกเลิกทันที เราต้องมีความโปร่งใส มีการแจ้งราคาให้ชัดเจนและวิธีการยกเลิกที่ง่ายๆ แต่ก็มีความเสี่ยงที่เราจะโดนร้องเรียนไปที่กสทช มีโอกาสถูกปิดตัวได้

บทสรุป
ถ้าอยากทำธุรกิจ SMS VAS ต้องทำให้ไม่ใช่แค่การส่งข้อความ แต่คือการบริหารจัดการ Content ให้มีประสิทธิภาพนะครับ ป้องกันการโดนร้องเรียน (ถึงแม้ผมจะอยากร้องเรียนที่เคยโดนมาแต่ก็ขี้เกียจร้องเรียนนะ)

ปล. เขียนขึ้นมาคร่าวๆจากข้อมูลและความรู้ที่มีอันน้อยนิดนะครับ ผิดถูกอย่างไร มาแชร์มาพูดคุยกันครับ ว่าจะสามารถลงมือทำได้จริงไหม  ถ้าใครอยากจะลงมือทำยังไงก็หาข้อมูลเพิ่มเติมเอาเองนะครับ 🤭🤭🤭✌️✌️
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่