ลาแล้วออฟฟิศ หันเป็น 'พี่เลี้ยงลูกเศรษฐี' กินหรู อยู่สบาย ได้เงินหลักล้าน!

งานดี เงินดี



เมื่องานดีๆ หายาก ทั้งหนัก ทั้งเงินน้อย แล้วยังต้องคอยระแวง ไม่รู้จะโดนเอไอแย่งงานเมื่อไหร่! ทำให้ Gen Z จำนวนไม่น้อยเริ่มถอดใจจากงานออฟฟิศ และมองหาโอกาสในงานใหม่ๆ

จังหวะพอเหมาะกับดีมานด์ในตลาดงานกลุ่มที่เรียกว่า "Private Services" หรือ "บริการส่วนบุคคล" ที่กำลังพุ่งสูงรับการเติบโตของมหาเศรษฐีโลกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นแบบพรวดๆ

เป็นธรรมดาที่มี "ดีมานด์" ก็ย่อมต้องมี "ซัพพลาย" บวกกับความเบื่อหน่ายและสิ้นหวังในงานออฟฟิศก็เลยผลักให้คนรุ่นใหม่หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดอาชีพงานบริการส่วนบุคคล หรือ Private Services มากขึ้น

สำหรับกลุ่มอาชีพ Private Services ที่อาจจะคุ้นกันมากสุด ก็คือ บัตเลอร์ หรือผู้ช่วย/ผู้ดูแล ที่รับหน้าที่เป็นทุกสิ่งให้นายจ้าง ซึ่งอาชีพนี้ไม่ใช่ใครจะเป็นได้ ต้องเทรนสารพัด ตั้งแต่มารยาทสังคม จนถึงความรู้ที่จำเป็นอื่นๆ เกี่ยวกับสังคมคนรวย ซึ่งอันที่จริงยังมีงานอื่นๆ เช่น คนขับเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวสุดหรู, กัปตันเรือยอชต์, เชฟประจำครอบครัว หรือ บอดี้การ์ด ก็จัดอยู่ในกลุ่ม Private Services ด้วย

แต่ล่าสุดที่กำลังมาแรงในหมู่คนรุ่นใหม่ที่ส่งใบสมัครขอเป็น "พี่เลี้ยงเด็ก" ให้กับครอบครัวมหาเศรษฐีมากขึ้น โดยยอมทิ้งใบปริญญาที่เหนื่อยยากร่ำเรียนมากว่าจะจบ แม้กระทั่งคนเป็นหมอ หรือ จบดอกเตอร์ก็ยังส่งใบสมัครกับเขาด้วย

นำมาสู่ปรากฏการณ์ "The billionaire nanny boom" เมื่อพี่เลี้ยงเด็กระดับมหาเศรษฐีกำลังเป็นอาชีพที่เฟื่องฟูทั่วโลก

คลื่นคนรวย สึนามิความมั่งคั่ง

ข้อมูลจาก Forbes ระบุถึงจำนวนมหาเศรษฐีพันล้านที่พุ่งสูงจาก 322 คนในปี 2000 ผ่านมาไม่ถึง 30 ปี วันนี้ โลกมีเศรษฐีพันล้านมากกว่า 3,000 คน และยังไม่นับรวมเศรษฐีทั่วๆ ไป ที่มีทรัพย์สินลงทุนระหว่าง 1 - 5 ล้านดอลลาร์ ที่มีมากถึง 52 ล้านคน!!

ความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลนี้ ทำให้เกิดความต้องการกองทัพบุคลากร เพื่อดูแลคฤหาสน์ เครื่องบิน และเรือยอชต์ทั้งหลาย

ไบรอัน แดเนียล (Brian Daniel) ผู้ก่อตั้ง Celebrity Personal Assistant Network ที่เริ่มต้นเมื่อปี 2007 เผยถึงความต้องการพนักงานส่วนบุคคลในตอนนี้ว่า ห่างไกลจากคำว่า “พอ”


อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/1208256
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่