เมื่อการเป็น "ลูกหนี้ชั้นดี" เท่ากับ "เสมอตัว": ตลกร้ายของนโยบายการเงินยุคใหม่
ในโลกการเงินที่ควรจะขับเคลื่อนด้วยความซื่อสัตย์และวินัย วันนี้เรากลับเห็นภาพที่ย้อนแย้ง เมื่อคนที่ "จ่ายครบ จ่ายไว ไม่เคยเบี้ยว" กลายเป็นกลุ่มคนที่ถูกลืมในทุกนโยบายเยียวยา ขณะที่ "ผู้ไร้วินัย" กลับได้รับสปอตไลท์และการยื่นมือเข้าช่วยครั้งแล้วครั้งเล่า

1. "วินัย" ที่กลายเป็นภาระ
สำหรับคนที่มีวินัยทางการเงิน พวกเขาไม่ได้มีเงินเหลือใช้ แต่เขาเลือกที่จะ "อดออมเพื่อจ่าย" ยอมตัดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ยอมเครียดเพื่อรักษาประวัติเครดิต และเพื่อให้มั่นใจว่าภาระหนี้จะไม่ไปกระทบต่อระบบส่วนรวม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่า ไม่มีส่วนลด ไม่มีเงินคืน และไม่มีมาตรการจูงใจใดๆ เพราะถือว่า "คุณดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว"
2. วงจร Moral Hazard: เมื่อการทำผิดได้รับรางวัล
ในทางเศรษฐศาสตร์มีคำว่า Moral Hazard (ภัยทางศีลธรรม) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อนโยบายรัฐเข้าไปอุ้มชูผู้ที่ทำผิดพลาดจนเกินขอบเขต จนคนเหล่านั้นไม่เกรงกลัวต่อความเสี่ยง เมื่อคนที่ไม่จ่ายหนี้ได้รับการพักหนี้ หรือลดดอกเบี้ยบ่อยครั้งเข้า คำถามจะเกิดขึ้นในใจลูกหนี้ชั้นดีทันทีว่า "แล้วเราจะลำบากจ่ายตรงไปทำไม?"
หากวันหนึ่งลูกหนี้ชั้นดีหมดกำลังใจและจงใจ "เสียวินัย" เพื่อรอความช่วยเหลือ ระบบการเงินทั้งระบบอาจพังทลายลงได้
3. ตลกร้ายของ "เบี้ยคืน" และ "การปลดหนี้"
ภาพที่เจ็บปวดที่สุดคือการเห็นโครงการ "คืนเงิน" หรือ "แฮร์คัต (Haircut)" ให้กับผู้ที่มีประวัติค้างชำระยาวนาน เพื่อจูงใจให้เขากลับมาเข้าระบบ ในขณะที่คนที่จ่ายตรงเป๊ะทุกงวดกลับต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยเต็มจำนวนต่อไป กลายเป็นว่า "ยิ่งมีวินัย ต้นทุนการเงินยิ่งสูงกว่าคนผิดนัด" ในเชิงเปรียบเทียบ
4. ผลกระทบระยะยาว: วัฒนธรรมการเงินที่บิดเบี้ยว
หากนโยบายการเงินยังคงเน้นการ "ซ่อม" โดยไม่ "สร้าง" หรือไม่ "ให้รางวัล" คนที่รักษามาตรฐาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การเสื่อมถอยของวินัยทางการเงิน: คนรุ่นใหม่จะมองว่าการเป็นหนี้เสียไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดี๋ยวรัฐก็ช่วย
ความเหลื่อมล้ำทางความรู้สึก: เกิดช่องว่างและความไม่พอใจระหว่างกลุ่มคนในสังคม
ระบบเครดิตที่ไร้ความหมาย: ถ้าการมี Credit Score ดีเยี่ยมไม่มีสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้มากกว่าคนทั่วไป เครดิตบูโรก็อาจเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง
บทสรุปที่ควรจะเป็น:
นโยบายการเงินที่ยั่งยืน ไม่ควรเพียงแค่พยุงคนที่ล้ม แต่ต้อง "เชิดชูคนที่ยืนตรง" ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกหนี้ชั้นดี การคืนภาษี หรือการสร้างสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ความดีมีมูลค่า และให้ "วินัย" ไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำแล้วเสมอตัว
#siamstr #soundmoneyzap #bitcoin
เมื่อการเป็น "ลูกหนี้ชั้นดี" เท่ากับ "เสมอตัว" ตลกร้ายของนโยบายการเงินยุคใหม่
ในโลกการเงินที่ควรจะขับเคลื่อนด้วยความซื่อสัตย์และวินัย วันนี้เรากลับเห็นภาพที่ย้อนแย้ง เมื่อคนที่ "จ่ายครบ จ่ายไว ไม่เคยเบี้ยว" กลายเป็นกลุ่มคนที่ถูกลืมในทุกนโยบายเยียวยา ขณะที่ "ผู้ไร้วินัย" กลับได้รับสปอตไลท์และการยื่นมือเข้าช่วยครั้งแล้วครั้งเล่า
1. "วินัย" ที่กลายเป็นภาระ
สำหรับคนที่มีวินัยทางการเงิน พวกเขาไม่ได้มีเงินเหลือใช้ แต่เขาเลือกที่จะ "อดออมเพื่อจ่าย" ยอมตัดค่าใช้จ่ายส่วนตัว ยอมเครียดเพื่อรักษาประวัติเครดิต และเพื่อให้มั่นใจว่าภาระหนี้จะไม่ไปกระทบต่อระบบส่วนรวม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความว่างเปล่า ไม่มีส่วนลด ไม่มีเงินคืน และไม่มีมาตรการจูงใจใดๆ เพราะถือว่า "คุณดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว"
2. วงจร Moral Hazard: เมื่อการทำผิดได้รับรางวัล
ในทางเศรษฐศาสตร์มีคำว่า Moral Hazard (ภัยทางศีลธรรม) ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อนโยบายรัฐเข้าไปอุ้มชูผู้ที่ทำผิดพลาดจนเกินขอบเขต จนคนเหล่านั้นไม่เกรงกลัวต่อความเสี่ยง เมื่อคนที่ไม่จ่ายหนี้ได้รับการพักหนี้ หรือลดดอกเบี้ยบ่อยครั้งเข้า คำถามจะเกิดขึ้นในใจลูกหนี้ชั้นดีทันทีว่า "แล้วเราจะลำบากจ่ายตรงไปทำไม?"
หากวันหนึ่งลูกหนี้ชั้นดีหมดกำลังใจและจงใจ "เสียวินัย" เพื่อรอความช่วยเหลือ ระบบการเงินทั้งระบบอาจพังทลายลงได้
3. ตลกร้ายของ "เบี้ยคืน" และ "การปลดหนี้"
ภาพที่เจ็บปวดที่สุดคือการเห็นโครงการ "คืนเงิน" หรือ "แฮร์คัต (Haircut)" ให้กับผู้ที่มีประวัติค้างชำระยาวนาน เพื่อจูงใจให้เขากลับมาเข้าระบบ ในขณะที่คนที่จ่ายตรงเป๊ะทุกงวดกลับต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยเต็มจำนวนต่อไป กลายเป็นว่า "ยิ่งมีวินัย ต้นทุนการเงินยิ่งสูงกว่าคนผิดนัด" ในเชิงเปรียบเทียบ
4. ผลกระทบระยะยาว: วัฒนธรรมการเงินที่บิดเบี้ยว
หากนโยบายการเงินยังคงเน้นการ "ซ่อม" โดยไม่ "สร้าง" หรือไม่ "ให้รางวัล" คนที่รักษามาตรฐาน สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ การเสื่อมถอยของวินัยทางการเงิน: คนรุ่นใหม่จะมองว่าการเป็นหนี้เสียไม่ใช่เรื่องใหญ่ เดี๋ยวรัฐก็ช่วย
ความเหลื่อมล้ำทางความรู้สึก: เกิดช่องว่างและความไม่พอใจระหว่างกลุ่มคนในสังคม
ระบบเครดิตที่ไร้ความหมาย: ถ้าการมี Credit Score ดีเยี่ยมไม่มีสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้มากกว่าคนทั่วไป เครดิตบูโรก็อาจเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง
บทสรุปที่ควรจะเป็น:
นโยบายการเงินที่ยั่งยืน ไม่ควรเพียงแค่พยุงคนที่ล้ม แต่ต้อง "เชิดชูคนที่ยืนตรง" ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการลดดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกหนี้ชั้นดี การคืนภาษี หรือการสร้างสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้ เพื่อให้ความดีมีมูลค่า และให้ "วินัย" ไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำแล้วเสมอตัว
#siamstr #soundmoneyzap #bitcoin