เรื่องมีอยู่ว่า เคยทำงานโรงแรมแห่งหนึ่งในภาคใต้ ตอนเราทำงานอยู่ก็ไม่ค่อยโอเค + เวลาผิดอะไรต้องรับหน้าอยู่คนเดียว เรื่องของเราที่ผิดยอมรับว่าเราสะเพร่าเอง แต่ตอนนั้นเราคิดว่าเราคงไม่เหมาะและโตกว่านี้ได้เลยลาออกจบกันไป ที่นี่หลังลาออกรุ่นน้องคนหนึ่งไปทำงานแทน ต้องบอกอย่างนี้ว่าที่ทำงานจะมีกันแค่ 3 คน ฟร้อน 2 คน สลับกันเข้าเวรครั้งล่ะ 2 วัน และแม่บ้าน 1 คน
ตั้งแต่ตอนเราอยู่ ฟร้อนอีกคนมักจะสลับเวรตัวเองมาอยู่ในวันที่มีกรุ๊ปใหญ่ๆเข้ามาพัก หรือ เทศกาลที่มีคนเยอะๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาทำอย่างนั้นกับรุ่นน้องเรา และเมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดเหตุ "ชื่อลูกค้าที่ลงไว้ในระบบหาย กลายเป็นชื่อลูกค้าคนอื่น" เมื่อเราได้ยินแบบนั้นก็รับฟัง ได้ความว่า เป็นลูกค้าจองห้อง+ซื้อทริปไปเที่ยว รุ่นน้องเรารับเคส รับมัดจำ ทำบุ๊คกิ้งลงระบบเรียบร้อย แต่เมื่อใกล้วันเช็คอิน กลับกลายเป็นชื่อลูกค้าที่จองกับฟร้อนอีกคนแทน เกิดปัญหาบุ๊คกิ้งล้น ก็มาบังคับให้รุ่นน้องโทรไปขอยกเลิกลูกค้าจากบุ๊คกิ้งออนไลน์แทน รุ่นน้องเรารู้สึกไม่สบายใจ และตื่นตระหนกมาก จึงได้บอกกับเจ้าของไปว่าตนเองลงข้อมูลไปแล้วจริงๆ ซึ่งเจ้าของโรงแรมตอบกลับมาว่า รุ่นน้องเราเป็นคนลืมเองหรือเปล่า และบุ๊คกิ้งที่ล้นและมีการโทรไปยกเลิก มีค่าธรรมเนียมในการปรับ ดังนั้น ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นรุ่นน้องเราต้องรับผิดชอบ
ทางรุ่นน้องเสียใจมากโทรมาคุย เราเลยให้ไปดูในประวัติการแก้ไขของระบบเนื่องจากข้อมูลต้องลงในกูเกิลชีต สรุปว่ามีคนแก้ไขจริงๆ ซึ่งเป็นวันที่ฟร้อนอีกคนทำงาน ดังนั้น รุ่นน้องเราลงข้อมูลไว้ตั้งแต่แรก แต่โดนสลับกับลูกค้าของฟร้อนอีกคนแทน
รุ่นน้องของเราโชว์หลักฐานให้กับเจ้าของโรงแรมดู แทนที่จะเข้าใจ เขาพูดเพียงว่าจะไม่ปรับก็ได้ แต่ให้ไปขอโทษฟร้อนอีกคน และบอกว่ามันเกิดจากความผิดพลาดของระบบแทน ซึ่ง มันยุติธรรมหรือ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขอคนละความคิดเห็นสำหรับที่ทำงานแบบนี้
ตั้งแต่ตอนเราอยู่ ฟร้อนอีกคนมักจะสลับเวรตัวเองมาอยู่ในวันที่มีกรุ๊ปใหญ่ๆเข้ามาพัก หรือ เทศกาลที่มีคนเยอะๆ ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาทำอย่างนั้นกับรุ่นน้องเรา และเมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดเหตุ "ชื่อลูกค้าที่ลงไว้ในระบบหาย กลายเป็นชื่อลูกค้าคนอื่น" เมื่อเราได้ยินแบบนั้นก็รับฟัง ได้ความว่า เป็นลูกค้าจองห้อง+ซื้อทริปไปเที่ยว รุ่นน้องเรารับเคส รับมัดจำ ทำบุ๊คกิ้งลงระบบเรียบร้อย แต่เมื่อใกล้วันเช็คอิน กลับกลายเป็นชื่อลูกค้าที่จองกับฟร้อนอีกคนแทน เกิดปัญหาบุ๊คกิ้งล้น ก็มาบังคับให้รุ่นน้องโทรไปขอยกเลิกลูกค้าจากบุ๊คกิ้งออนไลน์แทน รุ่นน้องเรารู้สึกไม่สบายใจ และตื่นตระหนกมาก จึงได้บอกกับเจ้าของไปว่าตนเองลงข้อมูลไปแล้วจริงๆ ซึ่งเจ้าของโรงแรมตอบกลับมาว่า รุ่นน้องเราเป็นคนลืมเองหรือเปล่า และบุ๊คกิ้งที่ล้นและมีการโทรไปยกเลิก มีค่าธรรมเนียมในการปรับ ดังนั้น ค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นรุ่นน้องเราต้องรับผิดชอบ
ทางรุ่นน้องเสียใจมากโทรมาคุย เราเลยให้ไปดูในประวัติการแก้ไขของระบบเนื่องจากข้อมูลต้องลงในกูเกิลชีต สรุปว่ามีคนแก้ไขจริงๆ ซึ่งเป็นวันที่ฟร้อนอีกคนทำงาน ดังนั้น รุ่นน้องเราลงข้อมูลไว้ตั้งแต่แรก แต่โดนสลับกับลูกค้าของฟร้อนอีกคนแทน
รุ่นน้องของเราโชว์หลักฐานให้กับเจ้าของโรงแรมดู แทนที่จะเข้าใจ เขาพูดเพียงว่าจะไม่ปรับก็ได้ แต่ให้ไปขอโทษฟร้อนอีกคน และบอกว่ามันเกิดจากความผิดพลาดของระบบแทน ซึ่ง มันยุติธรรมหรือ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น