การรักษาศีลเพราะความกลัวหรือความรังเกียจ การรักษานี้ยังถือว่าได้บุญหรือไหม

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับชาวพันทิปทุกท่านครับ
   วันนี้มีประเด็นเรื่องศีล (ขอเน้นไปที่ศีล ๕ เป็นสำคัญ) ผมขบคิดมาสักพักแล้ว จึงอยากชวนทุกท่านมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันครับ โดยปกติเวลาพูดถึงเรื่องของการรักษาศีล (ศีล ๕) ก็มักจะนึกถึงคนที่มีน้ำใจเป็นบุญ มีเมตตา แต่ถ้าลองพิจารณาให้ลึกลงไปถึงเจตนาของการรักษาศีลก็จะพบกับข้อกังขา ผมลองสมมติสถานการณ์ ๕ ข้อนี้ขึ้นมา ดังนี้
   ๑) ศีลข้อ ๑ เจอแมลงสาบในห้องนอน ใจหนึ่งก็อยากบี้ให้จบ ๆ ไป แต่อีกใจก็ขยะแขยง เกินกว่าจะเอาเท้าไปสัมผัส เลยปล่อยมันไป
   ๒) ศีลข้อ ๒ เจอเงินร่วงอยู่ในซอยเปลี่ยว ใจจริงก็อยากได้ แต่ตามองไปทั่วด้วยคิดว่า มีกล้องวงจรปิดหรือไม่ พอเห็นกล้องทันใด มือที่กำลังจะเอื้อมก็หดกลับทันควัน เพราะกลัวจะถูกจับได้
   ๓) ศีลข้อ ๓ แอบชอบคนมีเจ้าของ โอกาสมี ใจก็มี แต่ที่ยับยั้งชั่งใจได้เพราะกลัวตัวเองจะเสียชื่อเสียง กลัวโดนประณามในที่ทำงาน ไม่ใช่เพราะเกิดความสงสารคู่สมรส
   ๔) ศีลข้อ ๔ โอกาสโกหกเพื่อเอาตัวรอดอยู่ตรงหน้า แต่ที่เลือกพูดความจริงเพราะคำนวณว่า หากความแตกทีหลัง มันจะไม่คุ้มเสีย ปัญหาที่ตามมาก็จะยุ่งยากกว่าเดิม
   ๕) ศีลข้อ ๕ เพื่อนชวนดื่มเหล้า แต่ไม่ดื่ม เพราะรู้สึกว่า รสชาติห่วย ไม่ชอบ ไม่เห็นจะอร่อยเลย
   คำถามชวนคิดคือ "ถ้าละเว้นจากความชั่วทั้งหลายด้วยความกลัวหรือความไม่ชอบส่วนตัวเช่นนี้ ศีลของเรายังจะเป็นกุศลได้อยู่หรือไหม"
   ระหว่างคนที่ไม่ฆ่าเพราะสงสารสัตว์กับคนที่ไม่ฆ่าเพราะรังเกียจ ในเชิงผลลัพธ์ สัตว์รอดชีวิตเหมือนกัน แต่ในเชิงการพัฒนาจิตใจ ผมว่ามันคนละเรื่องเลย เราแค่กลัวโดนกฎหมายจับ กลัวคนด่า กลัวตกนรก แต่ใจเรายังไม่ได้อ่อนโยนลงเลยแม้แต่นิดเดียว
  มาแชร์มุมมองกันครับ อยากฟังมุมมองที่หลากหลายของทุกท่านครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่