12 เหตุการณ์ที่สุดแห่งปี’68 สั่นสะเทือนธุรกิจการเงิน-ตลาดทุน

กระทู้ข่าว
ปี 2568 เป็นอีกปีที่มีหลากหลายเรื่องราวเกิดขึ้น ทั้งปัจจัยภายนอก ปัจจัยภายใน ที่ส่งผลกระทบเชื่อมโยงมาถึงภาคการเงิน และตลาดทุนของไทยอย่างมาก โดย “ประชาชาติธุรกิจ” ได้รวบรวมเหตุการณ์/เรื่องสำคัญที่เกี่ยวข้องไว้ 12 เหตุการณ์ดังต่อไปนี้

1.“ภาษีทรัมป์” ป่วนตลอดปี การกลับเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นสมัยที่ 2 ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อต้นปีได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับทั่วโลก ในทุกมิติ โดยเฉพาะ “สงครามการค้า” ที่รุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง จากการที่ผู้นำอเมริกาประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

เริ่มต้นจากตีหัวเข้าบ้านด้วยการประกาศเก็บภาษีอัตรา 36% และทยอยเปิดเจรจากับประเทศต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของประเทศไทยสุดท้าย มีการเคาะอัตราภาษีที่ 19% ออกมา ในช่วงรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” เป็นนายกรัฐมนตรี ภายใต้ทีมเจรจาที่มี “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังสมัยนั้นเป็นหัวหน้าทีม และจนกระทั่งปัจจุบันการเจรจาในรายละเอียดต่าง ๆ ก็ยังไม่จบสิ้น แม้ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแล้วก็ตามที

2.ทองทะยานแรง-ปรับฐานหนัก ผลพวงจากสงครามการค้าสหรัฐกับจีน ตลอดจนปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสงครามรัสเซีย-ยูเครน, อิสราเอล-กลุ่มฮามาส ฯลฯ ตลอดจนปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐ และนโยบายที่คาดเดาได้ยากของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นแรงส่งสำคัญให้ราคาทองคำทะยานขึ้นอย่างร้อนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

โดยทองคำไทยพุ่งขึ้นถึง 23,850 บาท (ณ 26 ธ.ค.) แม้จะมีบางช่วงที่ราคาทองมีการปรับฐาน แต่มาถึงช่วงปลายปีก็ปรับขึ้นอีกได้ โดยราคาทองทำจุดสูงสุดที่ 67,400 บาท ต่ำสุด 42,550 บาท ทั้งนี้ ในเดือน ก.ย. เป็นเดือนที่ราคาทองปรับขึ้นมากที่สุด คือ ปรับขึ้น 5,800 บาท

3.ทุนใหญ่คว้าไลเซนส์ Virtual Bank ในเดือน มิ.ย. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศรายชื่อ 3 กลุ่มทุนใหญ่ ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) จากผู้ยื่นคำขออนุญาตจำนวนทั้งสิ้น 5 ราย โดยผู้ได้รับใบอนุญาต ได้แก่ 1) บริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (กลุ่มแอสเซนด์ มันนี่ ในเครือ ซี.พี.)

2) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) 3) บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) 4) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และ 5) บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) WeTechnology Limited KakaoBank Corp. ซึ่งจะต้องเปิดดำเนินการภายใน 1 ปีนับจากวันที่ 19 มิ.ย. 2568

4.ผู้ว่าการ ธปท. คนใหม่จากแบงก์รัฐ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลังเสนอ แต่งตั้ง “นายวิทัย รัตนากร” ให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป โดยนายวิทัย เป็นผู้ว่าการ ธปท. คนที่ 22 ลำดับที่ 24 และเป็นคนแรกที่มาจากผู้บริหารแบงก์รัฐ หรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยทำงานบนเก้าอี้ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน มาถึง 2 วาระ ซึ่งได้ประกาศให้ธนาคารออมสินเป็น Social Bank หรือธนาคารเพื่อสังคม

5.หุ้น THAI กลับเข้าเทรด หุ้น บมจ.การบินไทย (THAI) กลับเข้าซื้อขายหลักทรัพย์วันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อีกครั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2568 หลังศาลล้มละลายมีคำสั่งให้ออกจากแผนฟื้นฟูกิจการ โดยเปิดเทรดวันแรกราคาหุ้นอยู่ที่ 10.50 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 134.4% จากราคาเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่ 4.48 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดเกือบ 3 แสนล้านบาท หลังจากนั้นราคาทะยานต่อเนื่อง เคยขึ้นไประดับสูงกว่า 18 บาท ในเดือน ส.ค. 2568 แต่ปัจจุบันราคากลับร่วงลงมาแถว ๆ 7-8 บาทแล้ว

6.เปลี่ยนรัฐบาล-รมช.คลัง ตกเก้าอี้ ประเทศไทยต้องเข้าสู่โหมดการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอีกครั้ง จากการที่เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเลือกนายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 โดยได้รับเสียงสนับสนุนอย่างมีเงื่อนไขจากพรรคประชาชน จากนั้นรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ได้ดึงนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย

และอดีตประธานคณะที่ปรึกษาของนายพิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง ในรัฐบาลชุดก่อน และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด เข้ามาร่วมเป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล อย่างไรก็ดี ต่อมานายวรภัค ที่เข้ามานั่งเก้าอี้ รมช.คลัง ได้ไม่ถึงเดือนก็ได้ตัดสินใจลาออก หลังจากถูกขุดคุ้ยอย่างหนักในประเด็นที่ถูกเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ ซึ่งนายวรภัค ปฏิเสธแข็งขันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และถูกใส่ร้าย แต่ลาออกเพื่อไม่ให้กระทบกับรัฐบาล

7.JKN สะเทือนตลาดหุ้นไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตรวจพบการเปิดเผยงบการเงินของ บมจ.เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) งวดประจำปี 2566 เป็นเท็จและตกแต่งบัญชี รวมถึงมีการขายหุ้น JKN

โดยอาศัยข้อมูลภายใน ส่งผลให้ผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้อง 12 รายถูกกล่าวโทษและส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนิน​คดี พร้อมมีคำสั่งอายัดทรัพย์สินและห้ามออกนอกประเทศ “แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” ผู้ก่อตั้งบริษัท พร้อมพวกรวม 4 ราย ขณะเดียวกัน JKN เผชิญปัญหาสภาพคล่องจนผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้รวม 7 รุ่น และแม้จะยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล แต่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยกคำร้อง ทำให้ไม่สามารถกู้สถานะทางธุรกิจหรือความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้ ส่งผลให้หุ้น JKN ถูกเพิกถอนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยซื้อขายวันสุดท้ายเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2568 ที่ผ่านมา

8.บจ.ไทย พัวพันสแกมเมอร์ ข่าวใหญ่สั่นสะเทือนตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง เมื่อตกเป็นข่าวว่าเป็นช่องทางในการฟอกเงินของเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลังจากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ดำเนินการยึดทรัพย์เครือข่ายสแกมเมอร์ และมีการอายัดหุ้น บมจ.บางจาก (BCP) มูลค่า 6,000 ล้านบาท พร้อมขยายผลตรวจสอบบริษัทจดทะเบียน (บจ.) อีก 7 ราย

ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยืนยันว่า ในกระบวนการตรวจสอบของ ก.ล.ต. จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่เป็นชื่อบุคคล ข้อมูล หรือจำนวนบริษัทที่อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการ โดยการตรวจสอบของ ก.ล.ต. จะมุ่งเน้นไปที่การสืบหา “ผู้ถือหุ้นตัวจริง” เป็นสำคัญ

9.หุ้นร่วงหนัก-IPO ต่ำสุดรอบ 14 ปี ปี 2568 เป็นปีที่ตลาดหุ้นไทยดำดิ่งหนักมาก โดยดัชนีร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 1,068.73 จุดในเดือน มิ.ย. จากปัจจัยลบที่มะรุมมะตุ้ม ทั้งสงครามการค้า ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ จากสถานการณ์ทางการเมือง สอดคล้องกับภาพการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทย

ที่ปีนี้มีหุ้นใหม่เพียง 18 บริษัท มีมูลค่าระดมทุน 8,991.70 ล้านบาท, มูลค่าเสนอขาย 13,293.24 ล้านบาท และมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 77,758.68 ล้านบาท เป็นปีที่หุ้น IPO เข้าใหม่ต่ำสุด ทั้งจำนวนหุ้นและมูลค่า ในรอบ 14 ปี แบ่งเป็น เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จำนวน 6 บริษัท และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) จำนวน 12 บริษัท

10.ประกันอ่วมแผ่นดินไหว-น้ำท่วม ปี 2568 เป็นปีที่ธุรกิจประกันวินาศภัย ต้องเผชิญกับหลายเหตุการณ์ภัยพิบัติที่เข้ามากระทบ จนอาจจะส่งผลกระทบต่อค่าเบี้ยประกันภัยต่อในปี 2569 ทั้งเหตุการณ์แผ่นดินไหวจนอาคารที่กำลังก่อสร้างของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มลงมา และตึกหลายแห่งในกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกันยังมีเหตุการณ์น้ำท่วมหนักทั้งทางภาคเหนือ และต่อมาเกิดในภาคใต้ โดยเฉพาะในอำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา ที่นับว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี ทางสมาคมประกันวินาศภัยไทย คาดว่ามูลค่าความเสียหายรวม จะอยู่ในช่วงประมาณ 23,000-27,000 ล้านบาท แบ่งเป็น รถยนต์ 25,000 ถึง 30,000 คัน มูลค่าความเสียหายประมาณ 11,000-13,000 ล้านบาท และประกันภัยทรัพย์สินรวมประมาณ 12,000-14,000 ล้านบาท

11.ตัวแทนประกันชีวิตโกงเบี้ยลูกค้า ข่าวใหญ่ท้ายปีสั่นสะเทือนวงการประกันชีวิต เมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ได้ตรวจพบการกระทำการฉ้อฉลประกันภัย โดย “นางสาวจันเกตุ ทับบุญ” ตัวแทนประกันชีวิตของบริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ที่กระทำการหลอกลวงผู้เอาประกันภัยให้ชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยล่วงหน้า

โดยมีการหลอกลวงว่าจะให้ส่วนลดเงินค่าเบี้ยประกันภัยจำนวน 15% ของเงินค่าเบี้ยประกันภัย หรือให้ทองคำเป็นการตอบแทนในการทำสัญญาประกันภัย เมื่อผู้เอาประกันภัย (ผู้เสียหายประมาณ 12 ราย) หลงเชื่อและชำระเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้ “นางสาวจันเกตุ” กลับไม่ได้นำส่งเงินค่าเบี้ยประกันภัยให้กับบริษัท ซึ่งทาง คปภ.ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาตตัวแทน และให้มีการเยียวยาผู้เสียหาย

12.คุมเทรดทองคำ-เงินลงทุนจากต่างประเทศ ส่งท้ายปี 2568 ด้วยการที่กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศงัด 3 มาตรการ รับมือปัญหาเงินบาทแข็งค่าหนัก โดยดึงกรมสรรพากรคุมเข้มธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พิจารณาเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ และทาง ธปท.ศึกษากำหนดเพดานซื้อทอง เพื่อแก้บาทแข็ง-เก็งกำไร คาดว่าจะมีการออกเกณฑ์ภายในเดือน ม.ค. 2569 นี้ นอกจากนี้ ธปท.ยังมีการออกประกาศด่วน สั่งแบงก์ตรวจธุรกรรมนำเข้าเงินตราต่างประเทศเกิน 2 แสนดอลลาร์ มีผลทันที ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. 2568

เพื่อตรวจสอบที่มา-ที่ไปของเงินทุกธุรกรรม จับตาพิเศษเงินลงทุนต่างประเทศในธุรกิจ “อสังหาริมทรัพย์-สินทรัพย์ดิจิทัล”.. อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/finance/news-1944347
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่