ผมเข้าใจว่าเป็นคนนอนกรน (แต่ไม่ได้ดังมากผิดปกติ เป็นกรนแบบปกติ)
แต่ก่อน ก็เลยไม่เลือกไปนอนแบบโฮสเทลที่นอนรวมกันหลายคนในห้องเดียวกัน เพราะเกรงใจคนอื่น
แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ผมได้ไปกางเต็นท์นอนในที่ต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ และลานกางเต็นท์ของเอกชน ด้วย
ก็จะมีเต็นท์อื่นๆ ตั้งใกล้ๆ กันหลายเต็นท์
พอตกกลางคืน เวลาที่ทุกคนเริ่มเข้านอนกัน
ก็จะได้ยินเสียงกรนมาจากเต็นท์โน้นบ้างเต็นท์นั้นบ้าง แต่เป็นกรนเบาๆ พอรับได้นะครับ
และก็มีคนนอนกรนทุกที่เลยที่ไปกางเต็นท์
ผมเลยเข้าใจว่า ในโฮสเตล มันก็น่าจะมีคนนอนกรนเป็นปกติหรือเปล่าครับ ไม่น่าจะใช่ข้อห้ามอะไร
ปล. คือหลังจากที่ไปนอนตามอุทยานแห่งชาติ หรือลานกางเต็นท์เอกชน ต้องใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่นๆ ห้องสุขารวมกันคนอื่นๆ ผมก็รู้สึกว่า ผมสามารถไปนอนในโฮสเตลตามที่สถานที่เที่ยวต่างๆ ได้แบบสบายเลยครับ ถ้าสามารถนอนโฮสเทลได้ ก็จะประหยัดค่าที่พักไปได้พอสมควรเลย
ถ้ารู้ตัวว่าเป็นคนนอนกรน(ปกติ) ควรจะไปพักที่พักแบบโฮสเทลมั้ย
แต่ก่อน ก็เลยไม่เลือกไปนอนแบบโฮสเทลที่นอนรวมกันหลายคนในห้องเดียวกัน เพราะเกรงใจคนอื่น
แต่ช่วงปีที่ผ่านมา ผมได้ไปกางเต็นท์นอนในที่ต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ และลานกางเต็นท์ของเอกชน ด้วย
ก็จะมีเต็นท์อื่นๆ ตั้งใกล้ๆ กันหลายเต็นท์
พอตกกลางคืน เวลาที่ทุกคนเริ่มเข้านอนกัน
ก็จะได้ยินเสียงกรนมาจากเต็นท์โน้นบ้างเต็นท์นั้นบ้าง แต่เป็นกรนเบาๆ พอรับได้นะครับ
และก็มีคนนอนกรนทุกที่เลยที่ไปกางเต็นท์
ผมเลยเข้าใจว่า ในโฮสเตล มันก็น่าจะมีคนนอนกรนเป็นปกติหรือเปล่าครับ ไม่น่าจะใช่ข้อห้ามอะไร
ปล. คือหลังจากที่ไปนอนตามอุทยานแห่งชาติ หรือลานกางเต็นท์เอกชน ต้องใช้ห้องน้ำรวมกับคนอื่นๆ ห้องสุขารวมกันคนอื่นๆ ผมก็รู้สึกว่า ผมสามารถไปนอนในโฮสเตลตามที่สถานที่เที่ยวต่างๆ ได้แบบสบายเลยครับ ถ้าสามารถนอนโฮสเทลได้ ก็จะประหยัดค่าที่พักไปได้พอสมควรเลย