คือผมมองว่าเราควรดูฝ่ายตรงข้ามประกอบ และประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา
ถ้าดูท่าทางไม่ใช่คนใช้กำลังก็ไม่ต้องกลัว ความขัดแย้ง
หรือ ถ้าอยู่ในสถานที่คนเยอะๆ มีคนเดินมาด้วยกันหลายคน ก็ใส่สุดได้เลยไม่ต้องกลัวอีกฝ่ายใช้กำลัง
คือที่บ้านผมไม่สอนให้รู้จักบริหารความเสี่ยงใดๆเลย ถ้ามีแนวโน้มว่าเป็นความขัดแย้งแม้มีโอกาสเพียง1-5%ที่อีกฝ่ายจะใช้กำลัง
เขาก็จะสอนให้หลีกเลี่ยงไว้ก่อนแบบ100%เลย
จนบางครั้งก็รู้สึกว่าเสียโอกาส หรือ โดนอีกฝ่ายเอาเปรียบ เพื่อจบเรื่อง
ก็ดีครับเพราะแนวคิดแบบนี้ในชีวิตผมไม่เคยโดนชกสักครั้งเลย
แต่รู้สึกว่าอยู่ในเซฟโซนเกินไป ถ้าเรากล้ากว่านี้เราอาจจะได้โอกาสในชีวิตที่ดีกว่านี้
ต้องบริหารความเสี่ยงบ้าง ดูสถานการณ์ฝ่ายตรงข้ามวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้าม ยังไงเราคงไม่โดนใช้กำลังง่ายๆหรอกเรากลัวเกินไปเอง
มันก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เห็นโอกาสโดนใช้กำลัง1-5%แล้วรีบหลีกเลี่ยงทันทีโดยไม่พยายามบริหารความเสี่ยงนั้น
การไม่กลัวความขัดแย้ง บางครั้งอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าใช่หรือเปล่าครับ ถ้าเรารู้จักประเมินภาพรวมประกอบกัน
ที่บ้านสอนให้หลีกเลี่ยงความขัดแย้ง มากเกินไป จนคิดว่าอาจเสียโอกาสในบางครั้ง
ถ้าดูท่าทางไม่ใช่คนใช้กำลังก็ไม่ต้องกลัว ความขัดแย้ง
หรือ ถ้าอยู่ในสถานที่คนเยอะๆ มีคนเดินมาด้วยกันหลายคน ก็ใส่สุดได้เลยไม่ต้องกลัวอีกฝ่ายใช้กำลัง
คือที่บ้านผมไม่สอนให้รู้จักบริหารความเสี่ยงใดๆเลย ถ้ามีแนวโน้มว่าเป็นความขัดแย้งแม้มีโอกาสเพียง1-5%ที่อีกฝ่ายจะใช้กำลัง
เขาก็จะสอนให้หลีกเลี่ยงไว้ก่อนแบบ100%เลย
จนบางครั้งก็รู้สึกว่าเสียโอกาส หรือ โดนอีกฝ่ายเอาเปรียบ เพื่อจบเรื่อง
ก็ดีครับเพราะแนวคิดแบบนี้ในชีวิตผมไม่เคยโดนชกสักครั้งเลย
แต่รู้สึกว่าอยู่ในเซฟโซนเกินไป ถ้าเรากล้ากว่านี้เราอาจจะได้โอกาสในชีวิตที่ดีกว่านี้
ต้องบริหารความเสี่ยงบ้าง ดูสถานการณ์ฝ่ายตรงข้ามวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้าม ยังไงเราคงไม่โดนใช้กำลังง่ายๆหรอกเรากลัวเกินไปเอง
มันก็อาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า เห็นโอกาสโดนใช้กำลัง1-5%แล้วรีบหลีกเลี่ยงทันทีโดยไม่พยายามบริหารความเสี่ยงนั้น
การไม่กลัวความขัดแย้ง บางครั้งอาจให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าใช่หรือเปล่าครับ ถ้าเรารู้จักประเมินภาพรวมประกอบกัน