แม่ใครเป็นแบบนี้บ้างครับ ของขวัญวันปีใหม่ที่โคตรปวดกระบานครับพูดจากใจจริง

กระทู้สนทนา
วันนี้ผมมาบ่นและก็ระบายเฉยๆ อย่าหาสาระมาก โอเคนะครับ
Happy New Year นะครับ ทุกๆ คน ขอให้มีความสุขๆมากๆ เพราะก็ไม่มีใครอยากมีทุกข์กันหรอกครับ แต่มันก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา
ขอให้ได้อยู่กับคนที่เรารักเขา จริงๆ และเขาก็รักเรา จริงๆ ครับ สาคู666
.
สิ่งที่งงและขัดแย้งกันมากที่สุดในปีใหม่นี้คือ ตรรกะของแม่ตัวเอง
เรียกได้ว่าเป็นแหล่งพลังงานลบอันดับหนึ่งของบ้านเลยนะครับ
ถ้าใครเผลอคล้อยตามไปตามคำพูด รับรองครับไม่สุขภาพจิตเสียก็ได้เข้าโรงบาลแน่นอนครับ
ที่เกริ่นมาขนาดนี้ก็เพราะอยากให้ทุกคนลองนึกภาพตามดู
เชื่อว่าไม่เกินความสามารถคนอ่านแน่นอนครับ
เมื่อประมาณ 2 วันที่แล้วเพิ่งมาบอกกับลูกตัวเองว่าเงินพอมั้ย ไม่พอตรงไหนอะไรยัง
พี่ผมก็บอกอ๋อไม่เป็นไร กินเท่านี้แหล่ะพอได้แล้ว แม่ก็เลยบอกประมาณว่า
ถ้ามันลำบาก พี่ก็ไม่เป็นไร เอาไปเลย เหมือนพร้อมซัพพอร์ต ในด้านไลฟ์สไตล์ไรงี้
มาวันนี้ เปิดประเดิมฤกษ์งามยามดี วันที่ 1 มกราคม มาด้วยการล้างจานที่มีมหาศาล
เพราะตามกำหนดการ วันนี้เป็นวันขึ้นบ้านใหม่ของพ่อ จึงทำให้แม่เรียกพี่ไปช่วยงานล้างจานหลังบ้าน
ก็ได้มีการคุยการตามปกติ เพราะคนที่ไหนมันจะนั่งล้างจาน เฉยๆ ได้ว่ะ คงเบื่อตายกันพอดี

นิยามที่มีให้แม่ก็คือ "เด็กที่ไม่ได้รับความรักแล้วพอโตมาโหยหาอำนาจ การสั่งงานแบบเบ็ดเสร็จ การบงการทุกสิ่งรอบตัว คับคล้ายคับค่าว่าโลกนี้หมุนรอบตัวเองครับ"
you see ผมไม่เคยเห็นแม่คนไหนประณามลูกตัวเองต่อหน้าแม่ค้าที่กำลังซื้อของอยู่หรอกนะ ว่าไม่ช่วยงานนู้นนี่นั่นบ้าง แต่ถ้ามาดูจริงๆ ว่าในช่วงเวลาเหล่านั้นผมทำอะไร
ก็เรียนตามที่ท่านแม่บอกไงครับ แค่นี้คิดไม่ได้ หรือไม่มีสมองใช้สำหรับคิดกันแน่ มีปัญญาหาเงินเกือบครึ่งแสนต่อเดือน แต่ไม่มีปัญญาหาความมั่นคงทางอารมณ์เนี่ยนะ
เป็นสิ่งที่ขัดแย้งมากที่สุดในชีวิตผมเลย มาดูบริบทสถานการณ์ตัวอย่างที่ผมพึ่งพูดถึงเมื่อกี้ไป ลูกแม่ค้าที่อายุเท่ากับผม กำลังช่วยแม่ตัวเองขายของอยู่ ซึ่งผมมองเห็นเป็นภาพที่สวยงาม
แต่ไม่รู้ว่ากระบวนการ (Perception, Reaction, Interaction) ของแม่เขาเป็นยังไง และถ้าให้ผมพูดตรงๆ บางทีมันอึดอัดมากนะ ในช่วงวัยเด็กของผมอ่ะ
กว่าจะโตมามีความคิดเป็นของตัวเองก็ย่างเข้าสู่ปีที่ 15 ของชีวิตล่ะ มาเริ่มกันที่ Perception หรือการรับรู้กันครับ หนึ่งเลยคือแม่ผมอาจจะคิดว่าเอ่อเด็กคนนี้ช่วยแม่เขาทำมาหากิน
และนำ
ไปสู่กระบวนการที่สองซึ่งก็คือ Reaction หรือ การตอบสนองภายใน แม่ก็อาจจะคิดในหัวประมาณว่า "ลูกฉันไม่เห็นช่วยฉันทำมาหากินเลย" เสร็จปื้ป
ทีนี้ไปที่ Interaction หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับโลกแห่งความจริงครับ แม่ผมก็พูดออกไปประมาณว่า "ปาดด ลูกคือกตัณญูดีแท้ ซอยพ่อแม่เฮ็ดงานทำมาหากิน ไม่เหมือนลูกข่อย"
เอ้า ทีนี้ผมก็งงเลยครับ ทำไมพูดไปอย่างงั้น ในเมื่อสถานการณ์ มันโคตรจะแตกต่าง ที่นาก็ไม่มีใหัทำ ร้านค้าก็ไม่มีให้เปิด แล้วทีนี้จะมให้กูช่วยยังไงก็ในเมื่อทำงานราชการ
อุ้ปปส์ ขอโทษครับ สำหรับภาษาที่เริ่มหยาบคาย แต่มันเหมือนผมเก็บกดมานานแล้วล่ะครับ ทำไรไม่ได้หรอกครับ ผมยังต้องแบ่มือขอตังอยู่ พาไปหาจิตแแพทย์ก็แล้ว
ถ้าถามว่าหนักขนาดนั้นเลยหรอ เชื่อผมสิครับ มันหลายครั้งแล้วด้วย เรียกได้ว่านับครั้งไม่ถ้วนเลยก็ได้ครับ ทั้ง ผม ทั้ง พี่ ทั้ง พ่อ เหมือนทุกคนเริ่มเบื่อแล้วล่ะครับ
หวาดระแวงกันเองไปหมดในบ้าน และที่ผมยกตัวอย่างมาไม่ได้พูดในเชิงแซวเล่นนะครับ จริงจังมากยังกะอยากให้ผมลาออกจากโรงเรียนประจำมาขายขนมปังนึ่งเลยครับ
เอาเป็นว่ามันจะ 3,000 ตัวอักษณแล้ว ผมยังไม่ได้อาบน้ำผมขอตัวก่อน แต่ถ้าใครอยากตามต่อก็บอกผมได้ครับ ผมอยากระบายให้มันหมดไส้หมดพุงเลยครับ มันส์ดี ไปละครับ บ็ายๆ


อ่ออีกอย่างหนึ่งที่ผมเกือบลืมเลยก็คือ นางเคยบอกว่า "พ่อแม่เปรียบเสมือนพระในบ้าน" อีกนะคั้บ ชีคงไม่ไหวแล้วหล่ะ55555 T_T
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่