เรตติ้งผู้ชมงาน SBS Gayo Daejeon
https://theqoo.net/hot/4041000389
ทั่วประเทศ / เขตมหานคร
ส่วนที่ 1 1.2 / ??
ส่วนที่ 2 1.9 / ??
ส่วนที่ 3 1.9 / ??
เฉลี่ย 1.67%
ปีที่แล้ว ตอนที่ 1: 1.9 / ตอนที่ 2: 2.8 / ตอนที่ 3: 3.1
2025 ทำสถิติต่ำสุดตลอดกาล ไม่ว่าจะเป็นค่าเฉลี่ยหรือบางส่วน
คาดว่าในปี 2024 จะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปี 2023 แต่ในปีนี้จะลดลงอีกครั้งเมื่อเทียบกับปี 2024
อ้างอิง
ค่าเฉลี่ย 21 ปี 2.1 / ค่าเฉลี่ย 22 ปี 2.33 / ค่าเฉลี่ย 23 ปี 2.33 / ค่าเฉลี่ย 24 ปี 2.6
อัตราส่วนดังกล่าวยังคงอยู่ที่ 2% ต่อไป
-
จากกระทู้ที่ตั้งโดยชาวเน็ตเกาหลีว่างานของ SBS ในปีนี้มีเรตติ้งต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของการแสดงปลายปีของช่อง ส่วนใหญ่มีความเห็นว่างานไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ทำให้เรตติ้งลดลงอย่างต่อเนื่อง และศิลปินก็มีเวลาจำกัดเกินไป วงละไม่กี่นาที ทำให้หลายคนเลือกจะรอดูใน Youtube ที่ตัดคลิปมาเฉพาะวงที่ชอบมากกว่า ไม่ได้นั่งดูตั้งแต่ต้นจนจบ ตรงนี้น่าจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้เรตติ้งต่ำลงเรื่อยๆ ในทุกๆ ปี
หลายคนบอกว่าไม่รู้จักไอดอลที่มาขึ้นร้องเพลงในงานสักเท่าไหร่ มีวงดังไม่กี่วงแล้ว
บางคนก็บอกว่าจะไปดูไอดอลลิปซิงค์บนเวทีทำไม
บางคนก็บอกว่าใครเขานั่งดูทีวีกัน สมัยนี้เขาดูใน Youtube กับทวิตเตอร์ที่ตัดคลิปเฉพาะวงที่ชอบมาดูก็พอแล้ว
บางคนก็บอกว่าที่เรตติ้งลดลง เพราะคนมีทางเลือกในการดูมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องนั่งหน้าจอ ดูทีวีอย่างเดียว
บางคนก็บอกว่าไม่ต้องดูสดก็ได้ เดี๋ยวช่องมันก็อัพคลิปการแสดงของวงที่ชอบให้ดูภายหลัง ทำไมต้องดูยาวๆ ตั้งแต่ต้นจนจบด้วย ในเมื่อมันมีวงที่เราไม่สนใจเยอะแยะ ก็รอดูแค่วงที่ชอบก็พอ
-
สิ่งที่น่าสนใจกว่าก็คือประเด็นที่ว่าสมัยนี้แม้กระทั่งคนเกาหลีก็ฟัง Kpop วงใหม่ๆ เจนใหม่ๆ น้อยลง ขนาดว่างานนี้ขนนักร้องดังๆ เจน 4 เจน 5 มาเต็มไปหมด แต่หลายคนกลับบอกว่ามีแต่นักร้องที่ไม่รู้จัก หรือรู้จักแค่ไม่กี่วง แล้วเพลงก็ฟังไม่เข้าหูเท่าไหร่แล้ว
ดังนั้น Mindset ที่ว่าคนจะดูตั้งแต่ต้นจนจบงาน แล้วเห็นผลงานไอดอลที่ตัวเองไม่รู้จักแล้วชอบ โดนตกเข้าด้อม ก็อาจจะลดน้อยลง เพราะส่วนใหญ่เน้นดูคลิปสั้นๆ ของวงที่ตัวเองชอบเสียมากกว่า หรือวงที่มีกระแสเรื่องแสดงสดดีๆ คนก็จะตามดู จึงไม่แปลกที่วงที่แสดงสดได้ดีจะมียอดวิวใน Youtube ของงานนี้เยอะกว่าวงที่แสดงสดไม่ดีและน่าเบื่อ
.
สำหรับ SBS ที่จัดงานก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องเรตติ้งที่ต่ำ เพราะช่องสามารถสร้างรายได้จากการขายตั๋วอยู่แล้ว และค่าจ้างศิลปินมางานปลายปีก็ไม่ได้สูงมาก เพราะหลายวงก็ต้องการมาเพื่อโปรโมทเพลงตัวเองกันทั้งนั้น แถมยังมีขายลิขสิทธิ์ต่อได้ด้วย อย่างที่เกาหลีก็ขายให้ Netflix ด้วย ทำให้ใครอยากดูยาวๆ แต่ไม่ว่างดูสด ก็สามารถตามดูต่อได้ใน Netflix ของเกาหลี ดังนั้นเรตติ้งต่ำแค่ไหนก็ไม่มีผล เพราะยังสามารถหารายได้จากส่วนอื่นมาทดแทนได้ แล้วก็ยังอัพลง Youtube ของตัวเองได้ด้วย
แต่ประเด็นของโพสนี้คือคนฟัง Kpop วงใหม่ๆ เริ่มมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ในประเทศเกาหลี คนที่อายุมากขึ้น ก็ฟัง Kpop วงใหม่ๆ น้อยลง ส่วนมากก็ยังฟังแต่เจนเก่าๆ ที่ตัวเองชอบ ไม่ได้สนใจตามวงใหม่ๆ ที่นักร้องอายุน้อยลงเรื่อยๆ สักเท่าไหร่แล้ว ทำให้กลุ่มเป้าหมายของคนฟัง Kpop ในเกาหลีก็ลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนวงที่เดบิ้วออกมา วงไหนหวังพึ่งฐานเกาหลีก็เหนื่อยหน่อย
ภาพด้านล่างเป็นภาพคนที่ซื้อบัตรเข้าไปในงาน เพื่อถ่ายภาพไอดอลที่ตัวเองชอบ บางคนก็ถ่ายมาขายบ้าน Fan base ต่างๆ ที่เห็นสีขาวๆ นั่นก็คือเลนส์เทเลของกล้องนะ ไม่รู้ว่าค่าย Canon หรือ Sony เพราะเลนส์ซูมเทเลจะสีขาวเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็น Canon
.
สถานการณ์ในธุรกิจ Kpop ณ เวลานี้เป็นอย่างไร ?
วงในเจน 4 ตอนนี้ก็ยังพีคอยู่ และยังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง วงดังๆ จากเจน 3 หลายๆ วงก็ยังรอจังหวะออกเพลงอยู่ในปีหน้า ไม่ว่าจะเป็น BTS หรือ Blackpink ก็น่าจะสร้างยอดขายได้ดี
ดังนั้นการที่วงจากเจน 5 จะแข่งในตลาดเกาหลีในปีหน้า ก็จะยังเป็นเรื่องที่ยากมากๆ อยู่เหมือนเดิม ไม่ต่างจากปีนี้ ขนาดวง Girl Group ที่เป็นที่นิยม เพลงติดชาร์ตอันดับสูงๆ ก็ยังไม่สามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านอัลบั้มเลยในปีนี้ เพราะฐานแฟนคลับไม่ได้โตมากพอ สำหรับวง Girl Group มีแค่ Babymonster วงเดียวที่ทำรายได้จาการขาย Mini Albumได้สูงสุดที่ 700,000 แผ่น
หากไม่สามารถขยายฐานแฟนคลับออกไปต่างประเทศได้ แล้วต้องมาแย่งแฟนคลับกันในกลุ่มตลาด Kpop ในประเทศเกาหลีที่คนฟังน้อยลงทุกวัน ไหนจะต้องแย่งกับรุ่นพี่เจน 3 เจน 4 ที่ยังออกผลงานมาเรื่อยๆ โอกาสที่วงเจน 5 จะเกิดได้ก็มีน้อยลงเรื่อยๆ
โอกาสรอดที่ดีที่สุดคือต้องสร้างฐานแฟนคลับนอกประเทศเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ว่าทำไมศิลปิน Kpop ส่วนมาก เน้นการจัด Concert ที่ต่างประเทศมากขึ้น วงไหนที่ต้องพึ่งพาฐานแฟนคลับจากเกาหลีเป็นหลัก โอกาสรอดก็น้อยลงเรื่อยๆ
อย่างที่เคยอธิบายไปว่าวงที่จะรอดได้ ต้องสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้มากพอ คุ้มทุนตอนฝึก แล้วสร้างกำไรได้ ถึงจะได้ไปต่อ ถ้าออกอัลบั้มมาสักพักแล้วยอดขายอัลบั้มไม่ดี จัดคอนไม่ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกดองจนหมดสัญญาเหมือนที่เราได้เห็นวงไอดอลจากค่ายขนาดเล็กและขนาดกลางค่อยๆ ยุบวงกันไปเรื่อยๆ เพราะไม่คุ้มทุนนั่นเอง
.
คำถามต่อมาคือทำไมถ้าไปต่างประเทศไม่ได้ เพราะฐานแฟนคลับไม่เยอะพอ ทำไมถึงไม่จัดคอนในประเทศแล้วทัวร์ไปตามเมืองใหญ่ต่างๆ ของเกาหลีล่ะ อย่างปูซานก็มีสนามบิน มีหอประชุมที่ใหญ่พอจะจัดคอนได้ ทำไมค่ายเพลงส่วนใหญ่ถึงไม่สนใจมาจัด อาจจะจัดความจุราวๆ 3000 - 5000 คน ก็น่าจะมีหลายเมืองที่พอจัดได้ แต่ทำไมค่ายถึงไม่ทำ
คำตอบมันก็ง่ายๆ คือทำแล้วมันไม่คุ้มนะแหละ ไหนจะต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เวที เครื่องเสียง แล้วไปจัดใน scale ที่เล็กเกินไป มันก็ไม่คุ้ม ค่าบัตรก็ขายแพงเท่าที่โซลไม่ได้อีก วงที่ดังพอจะไปจัดต่างประเทศได้เขาเลยไม่สนใจจัดต่างจังหวัดในเกาหลีไง ไปจัดญี่ปุ่นคุ้มกว่า
มีกระทู้บ่นเหมือนกัน ว่าทำไมวง Kpop เกาหลีสมัยนี้ไม่ค่อยจัด Concert ในประเทศ เน้นไปญี่ปุ่น หรือ SEA กันหมด หลายคนบอกว่าไม่ค่อยฟัง Kpop ยุคใหม่ๆ แล้ว เพราะเหมือนเน้นตลาดต่างประเทศมากเกินไป นั่นก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าฐานคนฟัง Kpop ในเกาหลีมันน้อยลงเรื่อยๆ จนแทบไม่น่าสนใจในเชิงธุรกิจ ใครทำวง Kpop เจนใหม่ๆ ออกมา แล้วไม่สามารถขยายฐานแฟนคลับออกไปต่างประเทศได้ ก็ไม่น่าจะรอดแน่ๆ ลองอ่านความเห็นในกระทู้ด้านล่างดู
https://theqoo.net/hot/4041089648?page=2
-
ใครยังเชียร์ให้ไอดอลเจน 5 ที่ตัวเองสนับสนุน สร้างฐานแฟนคลับในเกาหลีเป็นหลัก แล้วค่อยไปหาฐานแฟนคลับต่างประเทศก็ลองพิจารณาดูละกัน บางทีมันอาจจะเสียสองเด้งก็ได้นะ คือต่อให้โปรโมทหนักขนาดไหน ก็ไม่สามารถเพิ่มฐานแฟนคลับได้สักเท่าไหร่แล้ว กลายเป็นเวลาที่เสียไปดันไม่คุ้มค่า พอตัดสินใจจะออกไปต่างประเทศ ก็มีวงอื่นที่เขามองข้ามตลาดเกาหลี กวาดฐานแฟนคลับไปหมดแล้ว ออกไปก็ไม่ได้เพิ่มอีก
อย่าง Babymonster ที่เห็นชัดเจนว่าไม่ได้เน้นการโปรโมทในตลาดเกาหลีมากนัก ไม่ได้เดินสายขึ้นรายการเพลงทุกเวที, ไม่ได้ขึ้นเวทีมหาลัย, ไม่ได้เดินสายรายการวาไรตี้ แต่เอาเวลาไปทำ Content ลงในช่อง youtube ตัวเอง แล้วเน้นเดินสายทัวร์ Concert โดยเน้นตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ก็ประสบความสำเร็จดีไม่ว่าจะยอดขายอัลบั้ม, ยอดขายบัตร Concert, ฐานแฟนคลับที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก, และยอด Engagement จาก Platform online ต่างๆ ก็สูงที่สุดในเจนในทุก Platform ผลที่ตามมาก็คือได้โฆษณาแบรนด์ใหญ่ๆ เยอะมาก เพราะสินค้ามองว่าคุ้มค่ากับการจ้าง เพราะสามารถสร้างการรับรู้ให้กับฐานแฟนคลับต่างประเทศได้ด้วย
แนวทางเดิมๆ ที่ใช้กันในยุคเจนสาม เจนสี่ ที่เน้นสร้างฐานที่เกาหลีให้แข็งแรงก่อน มันอาจจะไม่เข้าท่าแล้วก็ได้นะ ในยุคที่โลกไร้พรมแดน และการโปรโมทก็สามารถทำไปถึงแฟนคลับทั่วโลกได้พร้อมๆ กันแบบนี้
เรตติ้งผู้ชมงาน SBS Gayo Daejeon ที่ต่ำลงทุกปี และความเห็นชาวเน็ตเกาหลีต่อการแสดงของศิลปินในงาน
.
สำหรับ SBS ที่จัดงานก็คงไม่ได้มีปัญหาอะไรกับเรื่องเรตติ้งที่ต่ำ เพราะช่องสามารถสร้างรายได้จากการขายตั๋วอยู่แล้ว และค่าจ้างศิลปินมางานปลายปีก็ไม่ได้สูงมาก เพราะหลายวงก็ต้องการมาเพื่อโปรโมทเพลงตัวเองกันทั้งนั้น แถมยังมีขายลิขสิทธิ์ต่อได้ด้วย อย่างที่เกาหลีก็ขายให้ Netflix ด้วย ทำให้ใครอยากดูยาวๆ แต่ไม่ว่างดูสด ก็สามารถตามดูต่อได้ใน Netflix ของเกาหลี ดังนั้นเรตติ้งต่ำแค่ไหนก็ไม่มีผล เพราะยังสามารถหารายได้จากส่วนอื่นมาทดแทนได้ แล้วก็ยังอัพลง Youtube ของตัวเองได้ด้วย
แต่ประเด็นของโพสนี้คือคนฟัง Kpop วงใหม่ๆ เริ่มมีจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ ในประเทศเกาหลี คนที่อายุมากขึ้น ก็ฟัง Kpop วงใหม่ๆ น้อยลง ส่วนมากก็ยังฟังแต่เจนเก่าๆ ที่ตัวเองชอบ ไม่ได้สนใจตามวงใหม่ๆ ที่นักร้องอายุน้อยลงเรื่อยๆ สักเท่าไหร่แล้ว ทำให้กลุ่มเป้าหมายของคนฟัง Kpop ในเกาหลีก็ลดลงเรื่อยๆ สวนทางกับจำนวนวงที่เดบิ้วออกมา วงไหนหวังพึ่งฐานเกาหลีก็เหนื่อยหน่อย
ภาพด้านล่างเป็นภาพคนที่ซื้อบัตรเข้าไปในงาน เพื่อถ่ายภาพไอดอลที่ตัวเองชอบ บางคนก็ถ่ายมาขายบ้าน Fan base ต่างๆ ที่เห็นสีขาวๆ นั่นก็คือเลนส์เทเลของกล้องนะ ไม่รู้ว่าค่าย Canon หรือ Sony เพราะเลนส์ซูมเทเลจะสีขาวเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่น่าจะเป็น Canon
.
สถานการณ์ในธุรกิจ Kpop ณ เวลานี้เป็นอย่างไร ?
วงในเจน 4 ตอนนี้ก็ยังพีคอยู่ และยังมีผลงานอย่างต่อเนื่อง วงดังๆ จากเจน 3 หลายๆ วงก็ยังรอจังหวะออกเพลงอยู่ในปีหน้า ไม่ว่าจะเป็น BTS หรือ Blackpink ก็น่าจะสร้างยอดขายได้ดี
ดังนั้นการที่วงจากเจน 5 จะแข่งในตลาดเกาหลีในปีหน้า ก็จะยังเป็นเรื่องที่ยากมากๆ อยู่เหมือนเดิม ไม่ต่างจากปีนี้ ขนาดวง Girl Group ที่เป็นที่นิยม เพลงติดชาร์ตอันดับสูงๆ ก็ยังไม่สามารถทำยอดขายได้ถึง 1 ล้านอัลบั้มเลยในปีนี้ เพราะฐานแฟนคลับไม่ได้โตมากพอ สำหรับวง Girl Group มีแค่ Babymonster วงเดียวที่ทำรายได้จาการขาย Mini Albumได้สูงสุดที่ 700,000 แผ่น
หากไม่สามารถขยายฐานแฟนคลับออกไปต่างประเทศได้ แล้วต้องมาแย่งแฟนคลับกันในกลุ่มตลาด Kpop ในประเทศเกาหลีที่คนฟังน้อยลงทุกวัน ไหนจะต้องแย่งกับรุ่นพี่เจน 3 เจน 4 ที่ยังออกผลงานมาเรื่อยๆ โอกาสที่วงเจน 5 จะเกิดได้ก็มีน้อยลงเรื่อยๆ
โอกาสรอดที่ดีที่สุดคือต้องสร้างฐานแฟนคลับนอกประเทศเท่านั้น จึงไม่แปลกที่ว่าทำไมศิลปิน Kpop ส่วนมาก เน้นการจัด Concert ที่ต่างประเทศมากขึ้น วงไหนที่ต้องพึ่งพาฐานแฟนคลับจากเกาหลีเป็นหลัก โอกาสรอดก็น้อยลงเรื่อยๆ
อย่างที่เคยอธิบายไปว่าวงที่จะรอดได้ ต้องสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้มากพอ คุ้มทุนตอนฝึก แล้วสร้างกำไรได้ ถึงจะได้ไปต่อ ถ้าออกอัลบั้มมาสักพักแล้วยอดขายอัลบั้มไม่ดี จัดคอนไม่ได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะถูกดองจนหมดสัญญาเหมือนที่เราได้เห็นวงไอดอลจากค่ายขนาดเล็กและขนาดกลางค่อยๆ ยุบวงกันไปเรื่อยๆ เพราะไม่คุ้มทุนนั่นเอง
.
คำถามต่อมาคือทำไมถ้าไปต่างประเทศไม่ได้ เพราะฐานแฟนคลับไม่เยอะพอ ทำไมถึงไม่จัดคอนในประเทศแล้วทัวร์ไปตามเมืองใหญ่ต่างๆ ของเกาหลีล่ะ อย่างปูซานก็มีสนามบิน มีหอประชุมที่ใหญ่พอจะจัดคอนได้ ทำไมค่ายเพลงส่วนใหญ่ถึงไม่สนใจมาจัด อาจจะจัดความจุราวๆ 3000 - 5000 คน ก็น่าจะมีหลายเมืองที่พอจัดได้ แต่ทำไมค่ายถึงไม่ทำ
คำตอบมันก็ง่ายๆ คือทำแล้วมันไม่คุ้มนะแหละ ไหนจะต้องเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เวที เครื่องเสียง แล้วไปจัดใน scale ที่เล็กเกินไป มันก็ไม่คุ้ม ค่าบัตรก็ขายแพงเท่าที่โซลไม่ได้อีก วงที่ดังพอจะไปจัดต่างประเทศได้เขาเลยไม่สนใจจัดต่างจังหวัดในเกาหลีไง ไปจัดญี่ปุ่นคุ้มกว่า
มีกระทู้บ่นเหมือนกัน ว่าทำไมวง Kpop เกาหลีสมัยนี้ไม่ค่อยจัด Concert ในประเทศ เน้นไปญี่ปุ่น หรือ SEA กันหมด หลายคนบอกว่าไม่ค่อยฟัง Kpop ยุคใหม่ๆ แล้ว เพราะเหมือนเน้นตลาดต่างประเทศมากเกินไป นั่นก็ยิ่งเห็นได้ชัดว่าฐานคนฟัง Kpop ในเกาหลีมันน้อยลงเรื่อยๆ จนแทบไม่น่าสนใจในเชิงธุรกิจ ใครทำวง Kpop เจนใหม่ๆ ออกมา แล้วไม่สามารถขยายฐานแฟนคลับออกไปต่างประเทศได้ ก็ไม่น่าจะรอดแน่ๆ ลองอ่านความเห็นในกระทู้ด้านล่างดู
https://theqoo.net/hot/4041089648?page=2