สำหรับรายได้จากการทัวร์ Concert ของ Babymonster ในรอบปี 2025 นั้นจะประกอบไปด้วย
1. First World Tour Hello Monsters 2025 โดย YG แถลงว่ามียอดผู้ชมมากกว่า 300,000 คน แต่ไม่ระบุจำนวนที่ชัดเจน
2. Love Monster Asia Fan Concert 2025 มีแถลงยอดขายที่ญี่ปุ่นว่าขายได้มากกว่า 100,000 ใบ ยังไม่แจ้งยอดรวมของที่ไทยและไต้หวัน ถ้ารวมก็น่าจะเพิ่มอีก 40,000 - 50,000 ที่นั่ง รวมแล้วก็จะราวๆ 140,000 - 150,000 ที่นั่ง
ทำให้ยอดขายบัตรของปี 2025 จะอยู่ที่ราวๆ 450,000 - 500,000 ใบ สำหรับวงที่เดบิ้วมายังไม่ครบ 2 ปี ก็ถือว่าเป็นวงทำเงินของจริง เพราะคนมาดูต้องซื้อบัตรจริงๆ แล้วบัตรก็ไม่ได้ถูกนะ แล้วรายได้ก็เข้าบัญชีจริงๆ ด้วย รวยกันไปตั้งแต่อายุวงยังไม่ครบสองปีเลยด้วยซ้ำ
รายละเอียดพวกยอดการขายบัตรและรายได้ของแต่ละเมือง ขอยกไปอธิบายในความเห็นที่ 1 ละกันนะ เพราะค่อนข้างยาว แต่ยอดรวมรายได้อยู่ที่ราวๆ 40 - 45 ล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ
***
สำหรับทัวร์ Fan Concert ที่จัดขึ้นแค่สามประเทศคือญี่ปุ่น, ไทย, ไต้หวันรอบนี้ ถือว่าทัวร์สั้นมากๆ เพราะหลังปีใหม่น่าจะต้องเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มใหม่ที่น่าจะวางแผงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ อาจจะมีนาคม หรือเมษายน 2026 แล้วหลังจากโปรโมทในเกาหลีเสร็จ ก็น่าจะเดินสาย World Tour แบบเต็มที่อีกครั้ง
ก็เลยทำให้ต้องยัดวันที่ยากๆ ให้กับทัวร์ที่เปิดเพิ่มในไทย กับไต้หวันแบบนั้น แม้ว่าอาจจะสามารถเปิดเมืองในเอเชียเพิ่มได้ แต่ YG น่าจะเลือกจบทัวร์แค่นี้ เพื่อเตรียมตัวทำ Full Album แล้วมากกว่า ตารางงานช่วง มค. - มีค. น่าจะเน้นไปที่การเตรียมตัว Comeback แบบ Full Album นี่แหละ ไม่งั้นคงไม่ยัดวันยากๆ ให้กับคอนที่ไทยและไต้หวันแน่ๆ
***
สรุปยอดการขายบัตร Fan Concert ในแต่ละประเทศ
สำหรับญี่ปุ่น ทัวร์ 4 เมือง 8 รอบการแสดง ขายบัตรได้มากกว่า 100,000 ใบ สำหรับราคาบัตรขายเท่ากันทุกเมือง ราคาตาม Link ด้านล่าง สามารถ Sold out ได้อย่างรวดเร็วในทุกเมือง ทั้งๆ ที่พึ่งมาทัวร์ไปตอนต้นปีเอง แสดงว่าฐานแฟนคลับในญี่ปุ่นของวงแน่นมากจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีการออกเพลงญี่ปุ่นมาเลย มีแค่ Ghost ที่เป็น Ost เท่านั้น
https://yg-babymonster-official.jp/live/love-monsters/
***
ส่วนที่ไทยตอนนี้บัตรยังไม่ Sold out ของวันที่ 27 เหลือประมาณ 500 ที่นั่ง และของวันที่ 28 เหลือประมาณ 1000 ที่นั่ง แต่ก็ถือว่าใกล้ sold out แล้ว ราคาบัตรจะถูกกว่าทัวร์แรก Hello Monsters เล็กน้อย แต่ก็ถือว่าราคาแพงที่สุดถ้าเทียบกับที่ญี่ปุ่นและไต้หวัน
ถ้าไม่ได้ขายบัตรช่วงปลายปีแบบนี้ น่าจะ Sold out ไปนานแล้ว ความจุอิมแพ็คก็ราวๆ 11,000 - 12,000 ที่นั่ง สองวันก็คูณสองไป น่าจะขายได้ราวๆ 22,000 - 24,000 ใบ
***
ส่วนที่ไต้หวัน จัดวันที่ 2 - 3 มค. ก็รอยต่อปีใหม่เหมือนกัน ก็เล่นท่ายากอีกแล้ว บัตรก็เหลือพอๆ กับที่ไทย ยังไม่ sold out เพราะมีเปิดที่นั่งโซนใหม่เพิ่มเติม แต่คิดว่าก่อนถึงวันแสดงน่าจะ sold out ได้ ราคาบัตรจะถูกกว่าที่ไทยเล็กน้อย ค่าเงินบาทไทยกับค่าเงินไต้หวันพอๆ กัน ความจุสูงสุดอยู่ที่ราวๆ 13,000 - 15,000 แล้วแต่การจัดตำแหน่งที่นั่ง สองรอบก็น่าจะทำยอดขายรวมได้ราวๆ 26000 - 30,000 ใบในกรณีจัดที่นั่งเต็มพิกัดและ Sold out ได้
ซึ่งถ้าประเมินที่นั่งของที่ไทย และไต้หวันรวมไปด้วย ก็น่าจะราวๆ 45,000 - 50,000 ที่นั่งที่ขายได้ ก็จะทำให้ Fan concert นี้ขายบัตรได้ไปอีกราวๆ 150,000 ใบ
ให้ Grok ประเมินรายได้ของทัวร์ Fan Concert เล็กๆ รอบนี้ ตีราคาบัตรเฉลี่ยต่ำหน่อย ก็จะได้ประมาณ 19 - 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 600 - 640 ล้านบาท
***
สรุปแล้วยอดรวมทัวร์ประจำปี 2025 ก็จะอยู่ที่ราวๆ 450,000 - 500,000 ใบโดยประมาณ
1. First World Tour Hello Monsters 2025 ยอดผู้ชมมากกว่า 300,000 คน ทำรายได้ราวๆ 40 - 45 ล้านเหรียญ
2. Love Monster Asia Fan Concert 2025 ยอดผู้ชมมากกว่า 150,000 คน ทำรายได้ราวๆ 19 - 20 ล้านเหรียญ
รวมรายได้จากการทัวร์ 2025 ทั้งหมด ประมาณ 60 - 65 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,900 - 2,000 ล้านบาทไทย เฉพาะรายได้จากบัตร Concert ไม่รวมรายได้อย่างอื่น
***
จบทัวร์ปีนี้ก็น่าจะรับทรัพย์กันจุกๆ เพราะ YG แบ่งส่วนแบ่งกำไรให้ศิลปินมากพอสมควรสำหรับการทัวร์คอน อย่างน้อยก็ 50% ของกำไรเลย (อยู่ที่สัญญาที่เซ็นต์กันว่าแบ่งรายได้คอนอย่างไร ในประเทศกับต่างประเทศต่างกันหรือเปล่า) เพราะรายได้หลักของศิลปิน YG มาจากการทัวร์คอนนี่แหละ และยังมีรายได้จากส่วนแบ่งการขายสินค้าที่ระลึก แท่งไฟ และอัลบั้มที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทัวร์คอนด้วย ซึ่งส่งผลให้อัลบั้ม Drip มียอดขายจนทะลุ 1 ล้านอัลบั้มได้ระหว่างที่ทัวร์คอนนี่แหละ เรียกว่าเหนื่อย แต่คุ้มมากๆ สำหรับทัวร์คอนในปี 2025 นี้ เห็นยอดเงินที่เข้าบัญชีก็คงหายเหนื่อยกันทุกคน
ดูทรงแล้วก็คงจะรวยกันแล้วตั้งแต่เดบิ้วยังไม่ครบ 2 ปีนี่แหละ และปีหน้าปล่อย Full Album ช่วงฤดูใบไม้ผลิ และรามิน่าจะกลับมาในวงแล้ว ก็น่าจะมีทัวร์คอนเพิ่มอีก และ Scale การทัวร์น่าจะใหญ่ขึ้น และไปหลายประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะโซนยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ที่รอบก่อนไม่ได้ไป รอบนี้น่าจะได้ไปแน่ๆ และคงทำให้ยอดการขายบัตรสูงขึ้นกว่าเดิมอีกพอสมควร
***
การทำวงไอดอลในเชิงธุรกิจ รายได้จะมาจาก
1. การจัดทัวร์ Concert ไอดอลจะได้รับส่วนแบ่งตรงนี้มากที่สุด เพราะมักจะมาพร้อมๆ กับรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึกด้วย ซึ่งก็สูงพอๆ กัน หลายคนซื้อสินค้าที่ระลึกแพงกว่าตั๋วคอนอีก
2. การขายอัลบั้ม ถ้าทำยอดขายอัลบั้มได้สูง รายได้ก็จะสูงตาม ส่วนแบ่งก็ตามสัญญา ซึ่งปกติ YG จะให้ส่วนแบ่งกับศิลปินค่อนข้างสูง
3. รายได้จากการรับเป็น Presenter โฆษณาสินค้า ถ่ายปกนิตยสาร หรือรับ BA ของแบรนด์ต่างๆ รายได้ก็ถือว่าดี ซึ่งตอนนี้เบมอนรับไม่ไม่รู้กี่แบรนด์แล้ว เจ้าใหญ่ๆ ทั้งนั้น
4. รายได้จากการไปร่วมรายการทีวี Youtube อื่นๆ รวมถึงการไปขึ้นเวทีปลายปี รายได้ส่วนนี้ถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับ 3 ข้อด้านบน แต่ก็จะมองว่าได้รับผลประโยชน์กลับมาในแง่การโปรโมทวงให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้น
5. รายได้จาก Social Media Platform ต่างๆ เช่น Youtube, Spotify, Tiktok, Instagram ซึ่ง BM มียอด Sub สูงมากๆ ในทุก Platform และมียอด Engagement สูงมากๆ เช่นกัน ก็น่าจะทำรายได้จากตรงนี้เยอะมากๆ ล่าสุดยอด Sub Youtube กำลังจะถึง 11 ล้านแล้ว ถือว่าเร็วมาก เพราะตอน Comeback mini album we go up ยังพึ่ง 10.6 ล้านอยู่เลย
***
ทำไม YG จึงกล้าปล่อยให้ Babymonster วงที่อายุไม่ถึงสองปีทัวร์เยอะขนาดนี้ ทั้งที่ชาร์ตเพลงก็ไม่ได้สูง ???
วงที่ประสบความสำเร็จ และมีรายได้สูงจึงมักจะเป็นวงที่เดินสายทัวร์คอนได้เยอะ ไปได้หลายโซน หลายประเทศ เมื่อก่อนการจะทัวร์คอนได้ ก็จะใช้มาตรวัดจากการติดชาร์ตเพลงอันดับสูงๆ ในประเทศต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบัน ถ้าวางแผนดี ทำช่องส่วนตัวของศิลปินแยกจากค่ายออกมาเลย แล้วอัพ Content ทุกอย่างเกี่ยวกับวงลงในช่องส่วนตัวเลย แบบที่ YG ทำให้กับศิลปินในค่ายไม่ว่าจะ Blackpink, Babymonster ก็จะทำให้เห็นข้อมูลจากหลังบ้านของ Social Media Platform ต่างๆ ชัดเจน ว่าคนจากประเทศไหนเข้ามาชน Content เยอะบ้าง ถ้าเยอะมากพอก็ไปจัดคอนที่นั่นได้
ผลจากการทัวร์แรกของ Babymonster ก็พิสูจน์แล้วว่ามันใช้งานได้จริง เพราะทุกทัวร์ก็ sold out หรือเกือบ Sold out ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะ KSPO Dome ของเกาหลี ที่ตอนประกาศว่าจะเปิดทัวร์ที่ KSPO Dome ก็มีแต่คนตั้งข้อสงสัยว่าวงที่ไม่ได้มีเพลงติดชาร์ตอันดับสูงๆ ในเกาหลีจะขายบัตรได้หมดถึงสองรอบจริงๆ หรือเปล่า จะมีคนไปดูไหม ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าสุดท้ายก็ Sold out ทั้งสองวัน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังเดบิ้วไม่ครบ 1 ปีเลย และไม่จำเป็นต้อง Rak, Pak หรือได้รางวัลรายการเพลงเยอะแยะอะไร ก็ดึงคนเกาหลีให้มาดูคอนจนเต็มความจุ KSPO Dome ได้ถึงสองวันสบายๆ
หรือที่อเมริกา แม้จะไม่มีเพลงติด Hot100 สักเพลง แต่ก็ประเดิมทัวร์ก่อนในสองเมืองหลักของ Kpop อย่าง Prudential Center, Newark USA ที่มีความจุหนึ่งหมื่นคน+ และที่ LA อย่าง Kia Forum ก็สามารถ Sold out บัตรที่นั่นได้ ทั้งๆ ที่เดบิ้วมาไม่ทันถึงปี ซึ่งปกติวง kpop ส่วนใหญ่มักใช้เวลาสะสมฐานแฟนคลับราวๆ 3 ปี กว่าจะไปเปิดทัวร์คอนที่อเมริกาได้ แต่พอ BM ไปจัดคอนคนก็ร้องเพลงกันได้เต็มฮอล์
จึงสรุปได้ว่าการประเมินด้วยการใช้ข้อมูลจาก Social Media Platform ต่างๆ ใช้งานได้ดี จนทำให้เปิดทัวร์อเมริกาเพิ่มอีกถึง 6 เมือง แล้วก็ทำยอดขายได้ค่อนข้างสูงในทุกเมืองที่จัด โดยมียอดขายบัตรรวมอยู่ที่ 67,481 ใบ และเชื่อว่าปีหน้าคงขายบัตรที่อเมริกาได้มากกว่ารอบนี้แน่ๆ เพราะคนที่ไปดูมีแต่กระแสบวกเต็มไปหมด กับการร้องสด เต้นสดบนเวทีและ Energy ดีมากๆ ถูกใจคนเมกาสุดๆ และน่าจะเพิ่มฐานแฟนคลับในอเมริกาได้อีกเยอะหลังจบคอน
การโปรโมทที่ดีที่สุด ก็คือการทัวร์คอนนี่แหละ โดยเฉพาะในอเมริกาที่คนชอบดูวงที่ Perform ได้ดีบนเวที และร้องสดได้จริง
***
ส่วนที่ญี่ปุ่นและเอเชีย มีการชิมลางไปก่อนแล้วตั้งแต่ตอนปล่อยอัลบั้ม SHEESH โดยการทำ Fan Meeting ก่อนในหลายเมืองที่ญี่ปุ่นและ SEA ซึ่งกระแสตอบรับดี สอดคล้องกับข้อมูลหลังบ้านใน Social Media Platform ต่างๆ ก็เลยทำให้กล้าทัวร์อารีน่าที่ความจุระดับหมื่น + ในหลายๆ เมือง และคอนที่ญี่ปุ่นก็ประสบความสำเร็จด้วยดี Sold out ได้หมดอย่างรวมเร็ว และในทัวร์เอเชียที่เหลือก็ Sold out ได้เกือบครบทุกเมืองเช่นกัน เรียกว่าทัวร์กันแบบไม่สนใจชาร์ตกันเลย ปีหน้าในญี่ปุ่นน่าจะได้ไปโตเกียวโดมแน่ๆ
ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับการทัวร์คอนในปี 2025 เพราะทำรายได้สูงมากๆ สำหรับวงที่เดบิ้วมายังไม่ครบสองปี แต่ทำได้ขนาดนี้แล้ว และแน่นอนว่าการทัวร์ที่หนักหน่วงเช่นนี้ มันก็เหมือนกินสารเร่งพลังให้เด็กๆ ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของแต่ละคน ทำให้พัฒนาการของแต่ละคนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากวงในเจนเดียวกันอย่างชัดเจน
ผลที่ตามมาคือถ้าขึ้นเวทีรวมปลายปีเมื่อไหร่ ก็กินเรียบ กวาดยอด Engagement เป็นอันดับต้นๆ เสมอ เพราะการแสดงมันมีพลัง และสามารถดึงดูดสายตาให้ดูซ้ำได้บ่อยๆ นั่นเอง เวที MAMA ก็คว้ายอดวิวสูงสุดอันดับ 1 และ 2 มาได้แบบชิลๆ และเวที SBS ที่จะแสดงในวันที่ 25 ธค. ก็ไม่น่าจะต่างกัน
.
หลายคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ BM แต่ห่วงใย และใส่ใจตลอดเวลา อาจจะตั้งคำถามว่าถ้ายอดรายได้จากการทัวร์สูงจริงๆ ทำไมไม่เห็นติดอันดับที่ Billboard จัดเลยล่ะ อันดับ 10 แอสป้ารายได้ 19 ล้านยังติดเลย
ประเด็นนี้เดี๋ยวชี้แจงโดยละเอียดในความเห็นด้านล่างก็แล้วกันนะ
สรุปยอดรายได้โดยประมาณจากการทัวร์ Concert ของ Babymonster ในรอบปี 2025 First World Tour + Fan Concert
1. First World Tour Hello Monsters 2025 โดย YG แถลงว่ามียอดผู้ชมมากกว่า 300,000 คน แต่ไม่ระบุจำนวนที่ชัดเจน
2. Love Monster Asia Fan Concert 2025 มีแถลงยอดขายที่ญี่ปุ่นว่าขายได้มากกว่า 100,000 ใบ ยังไม่แจ้งยอดรวมของที่ไทยและไต้หวัน ถ้ารวมก็น่าจะเพิ่มอีก 40,000 - 50,000 ที่นั่ง รวมแล้วก็จะราวๆ 140,000 - 150,000 ที่นั่ง
ทำให้ยอดขายบัตรของปี 2025 จะอยู่ที่ราวๆ 450,000 - 500,000 ใบ สำหรับวงที่เดบิ้วมายังไม่ครบ 2 ปี ก็ถือว่าเป็นวงทำเงินของจริง เพราะคนมาดูต้องซื้อบัตรจริงๆ แล้วบัตรก็ไม่ได้ถูกนะ แล้วรายได้ก็เข้าบัญชีจริงๆ ด้วย รวยกันไปตั้งแต่อายุวงยังไม่ครบสองปีเลยด้วยซ้ำ
รายละเอียดพวกยอดการขายบัตรและรายได้ของแต่ละเมือง ขอยกไปอธิบายในความเห็นที่ 1 ละกันนะ เพราะค่อนข้างยาว แต่ยอดรวมรายได้อยู่ที่ราวๆ 40 - 45 ล้านเหรียญสหรัฐโดยประมาณ
***
สำหรับทัวร์ Fan Concert ที่จัดขึ้นแค่สามประเทศคือญี่ปุ่น, ไทย, ไต้หวันรอบนี้ ถือว่าทัวร์สั้นมากๆ เพราะหลังปีใหม่น่าจะต้องเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มใหม่ที่น่าจะวางแผงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ อาจจะมีนาคม หรือเมษายน 2026 แล้วหลังจากโปรโมทในเกาหลีเสร็จ ก็น่าจะเดินสาย World Tour แบบเต็มที่อีกครั้ง
ก็เลยทำให้ต้องยัดวันที่ยากๆ ให้กับทัวร์ที่เปิดเพิ่มในไทย กับไต้หวันแบบนั้น แม้ว่าอาจจะสามารถเปิดเมืองในเอเชียเพิ่มได้ แต่ YG น่าจะเลือกจบทัวร์แค่นี้ เพื่อเตรียมตัวทำ Full Album แล้วมากกว่า ตารางงานช่วง มค. - มีค. น่าจะเน้นไปที่การเตรียมตัว Comeback แบบ Full Album นี่แหละ ไม่งั้นคงไม่ยัดวันยากๆ ให้กับคอนที่ไทยและไต้หวันแน่ๆ
***
สรุปยอดการขายบัตร Fan Concert ในแต่ละประเทศ
สำหรับญี่ปุ่น ทัวร์ 4 เมือง 8 รอบการแสดง ขายบัตรได้มากกว่า 100,000 ใบ สำหรับราคาบัตรขายเท่ากันทุกเมือง ราคาตาม Link ด้านล่าง สามารถ Sold out ได้อย่างรวดเร็วในทุกเมือง ทั้งๆ ที่พึ่งมาทัวร์ไปตอนต้นปีเอง แสดงว่าฐานแฟนคลับในญี่ปุ่นของวงแน่นมากจริงๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีการออกเพลงญี่ปุ่นมาเลย มีแค่ Ghost ที่เป็น Ost เท่านั้น
https://yg-babymonster-official.jp/live/love-monsters/
***
ส่วนที่ไทยตอนนี้บัตรยังไม่ Sold out ของวันที่ 27 เหลือประมาณ 500 ที่นั่ง และของวันที่ 28 เหลือประมาณ 1000 ที่นั่ง แต่ก็ถือว่าใกล้ sold out แล้ว ราคาบัตรจะถูกกว่าทัวร์แรก Hello Monsters เล็กน้อย แต่ก็ถือว่าราคาแพงที่สุดถ้าเทียบกับที่ญี่ปุ่นและไต้หวัน
ถ้าไม่ได้ขายบัตรช่วงปลายปีแบบนี้ น่าจะ Sold out ไปนานแล้ว ความจุอิมแพ็คก็ราวๆ 11,000 - 12,000 ที่นั่ง สองวันก็คูณสองไป น่าจะขายได้ราวๆ 22,000 - 24,000 ใบ
***
ส่วนที่ไต้หวัน จัดวันที่ 2 - 3 มค. ก็รอยต่อปีใหม่เหมือนกัน ก็เล่นท่ายากอีกแล้ว บัตรก็เหลือพอๆ กับที่ไทย ยังไม่ sold out เพราะมีเปิดที่นั่งโซนใหม่เพิ่มเติม แต่คิดว่าก่อนถึงวันแสดงน่าจะ sold out ได้ ราคาบัตรจะถูกกว่าที่ไทยเล็กน้อย ค่าเงินบาทไทยกับค่าเงินไต้หวันพอๆ กัน ความจุสูงสุดอยู่ที่ราวๆ 13,000 - 15,000 แล้วแต่การจัดตำแหน่งที่นั่ง สองรอบก็น่าจะทำยอดขายรวมได้ราวๆ 26000 - 30,000 ใบในกรณีจัดที่นั่งเต็มพิกัดและ Sold out ได้
ซึ่งถ้าประเมินที่นั่งของที่ไทย และไต้หวันรวมไปด้วย ก็น่าจะราวๆ 45,000 - 50,000 ที่นั่งที่ขายได้ ก็จะทำให้ Fan concert นี้ขายบัตรได้ไปอีกราวๆ 150,000 ใบ
ให้ Grok ประเมินรายได้ของทัวร์ Fan Concert เล็กๆ รอบนี้ ตีราคาบัตรเฉลี่ยต่ำหน่อย ก็จะได้ประมาณ 19 - 20 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 600 - 640 ล้านบาท
***
สรุปแล้วยอดรวมทัวร์ประจำปี 2025 ก็จะอยู่ที่ราวๆ 450,000 - 500,000 ใบโดยประมาณ
1. First World Tour Hello Monsters 2025 ยอดผู้ชมมากกว่า 300,000 คน ทำรายได้ราวๆ 40 - 45 ล้านเหรียญ
2. Love Monster Asia Fan Concert 2025 ยอดผู้ชมมากกว่า 150,000 คน ทำรายได้ราวๆ 19 - 20 ล้านเหรียญ
รวมรายได้จากการทัวร์ 2025 ทั้งหมด ประมาณ 60 - 65 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 1,900 - 2,000 ล้านบาทไทย เฉพาะรายได้จากบัตร Concert ไม่รวมรายได้อย่างอื่น
***
จบทัวร์ปีนี้ก็น่าจะรับทรัพย์กันจุกๆ เพราะ YG แบ่งส่วนแบ่งกำไรให้ศิลปินมากพอสมควรสำหรับการทัวร์คอน อย่างน้อยก็ 50% ของกำไรเลย (อยู่ที่สัญญาที่เซ็นต์กันว่าแบ่งรายได้คอนอย่างไร ในประเทศกับต่างประเทศต่างกันหรือเปล่า) เพราะรายได้หลักของศิลปิน YG มาจากการทัวร์คอนนี่แหละ และยังมีรายได้จากส่วนแบ่งการขายสินค้าที่ระลึก แท่งไฟ และอัลบั้มที่ยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างทัวร์คอนด้วย ซึ่งส่งผลให้อัลบั้ม Drip มียอดขายจนทะลุ 1 ล้านอัลบั้มได้ระหว่างที่ทัวร์คอนนี่แหละ เรียกว่าเหนื่อย แต่คุ้มมากๆ สำหรับทัวร์คอนในปี 2025 นี้ เห็นยอดเงินที่เข้าบัญชีก็คงหายเหนื่อยกันทุกคน
ดูทรงแล้วก็คงจะรวยกันแล้วตั้งแต่เดบิ้วยังไม่ครบ 2 ปีนี่แหละ และปีหน้าปล่อย Full Album ช่วงฤดูใบไม้ผลิ และรามิน่าจะกลับมาในวงแล้ว ก็น่าจะมีทัวร์คอนเพิ่มอีก และ Scale การทัวร์น่าจะใหญ่ขึ้น และไปหลายประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะโซนยุโรป ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ที่รอบก่อนไม่ได้ไป รอบนี้น่าจะได้ไปแน่ๆ และคงทำให้ยอดการขายบัตรสูงขึ้นกว่าเดิมอีกพอสมควร
***
การทำวงไอดอลในเชิงธุรกิจ รายได้จะมาจาก
1. การจัดทัวร์ Concert ไอดอลจะได้รับส่วนแบ่งตรงนี้มากที่สุด เพราะมักจะมาพร้อมๆ กับรายได้จากการขายสินค้าที่ระลึกด้วย ซึ่งก็สูงพอๆ กัน หลายคนซื้อสินค้าที่ระลึกแพงกว่าตั๋วคอนอีก
2. การขายอัลบั้ม ถ้าทำยอดขายอัลบั้มได้สูง รายได้ก็จะสูงตาม ส่วนแบ่งก็ตามสัญญา ซึ่งปกติ YG จะให้ส่วนแบ่งกับศิลปินค่อนข้างสูง
3. รายได้จากการรับเป็น Presenter โฆษณาสินค้า ถ่ายปกนิตยสาร หรือรับ BA ของแบรนด์ต่างๆ รายได้ก็ถือว่าดี ซึ่งตอนนี้เบมอนรับไม่ไม่รู้กี่แบรนด์แล้ว เจ้าใหญ่ๆ ทั้งนั้น
4. รายได้จากการไปร่วมรายการทีวี Youtube อื่นๆ รวมถึงการไปขึ้นเวทีปลายปี รายได้ส่วนนี้ถือว่าน้อยมากๆ เมื่อเทียบกับ 3 ข้อด้านบน แต่ก็จะมองว่าได้รับผลประโยชน์กลับมาในแง่การโปรโมทวงให้คนทั่วไปได้รู้จักมากขึ้น
5. รายได้จาก Social Media Platform ต่างๆ เช่น Youtube, Spotify, Tiktok, Instagram ซึ่ง BM มียอด Sub สูงมากๆ ในทุก Platform และมียอด Engagement สูงมากๆ เช่นกัน ก็น่าจะทำรายได้จากตรงนี้เยอะมากๆ ล่าสุดยอด Sub Youtube กำลังจะถึง 11 ล้านแล้ว ถือว่าเร็วมาก เพราะตอน Comeback mini album we go up ยังพึ่ง 10.6 ล้านอยู่เลย
***
ทำไม YG จึงกล้าปล่อยให้ Babymonster วงที่อายุไม่ถึงสองปีทัวร์เยอะขนาดนี้ ทั้งที่ชาร์ตเพลงก็ไม่ได้สูง ???
วงที่ประสบความสำเร็จ และมีรายได้สูงจึงมักจะเป็นวงที่เดินสายทัวร์คอนได้เยอะ ไปได้หลายโซน หลายประเทศ เมื่อก่อนการจะทัวร์คอนได้ ก็จะใช้มาตรวัดจากการติดชาร์ตเพลงอันดับสูงๆ ในประเทศต่างๆ แต่ในยุคปัจจุบัน ถ้าวางแผนดี ทำช่องส่วนตัวของศิลปินแยกจากค่ายออกมาเลย แล้วอัพ Content ทุกอย่างเกี่ยวกับวงลงในช่องส่วนตัวเลย แบบที่ YG ทำให้กับศิลปินในค่ายไม่ว่าจะ Blackpink, Babymonster ก็จะทำให้เห็นข้อมูลจากหลังบ้านของ Social Media Platform ต่างๆ ชัดเจน ว่าคนจากประเทศไหนเข้ามาชน Content เยอะบ้าง ถ้าเยอะมากพอก็ไปจัดคอนที่นั่นได้
ผลจากการทัวร์แรกของ Babymonster ก็พิสูจน์แล้วว่ามันใช้งานได้จริง เพราะทุกทัวร์ก็ sold out หรือเกือบ Sold out ได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะ KSPO Dome ของเกาหลี ที่ตอนประกาศว่าจะเปิดทัวร์ที่ KSPO Dome ก็มีแต่คนตั้งข้อสงสัยว่าวงที่ไม่ได้มีเพลงติดชาร์ตอันดับสูงๆ ในเกาหลีจะขายบัตรได้หมดถึงสองรอบจริงๆ หรือเปล่า จะมีคนไปดูไหม ซึ่งก็พิสูจน์แล้วว่าสุดท้ายก็ Sold out ทั้งสองวัน ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังเดบิ้วไม่ครบ 1 ปีเลย และไม่จำเป็นต้อง Rak, Pak หรือได้รางวัลรายการเพลงเยอะแยะอะไร ก็ดึงคนเกาหลีให้มาดูคอนจนเต็มความจุ KSPO Dome ได้ถึงสองวันสบายๆ
หรือที่อเมริกา แม้จะไม่มีเพลงติด Hot100 สักเพลง แต่ก็ประเดิมทัวร์ก่อนในสองเมืองหลักของ Kpop อย่าง Prudential Center, Newark USA ที่มีความจุหนึ่งหมื่นคน+ และที่ LA อย่าง Kia Forum ก็สามารถ Sold out บัตรที่นั่นได้ ทั้งๆ ที่เดบิ้วมาไม่ทันถึงปี ซึ่งปกติวง kpop ส่วนใหญ่มักใช้เวลาสะสมฐานแฟนคลับราวๆ 3 ปี กว่าจะไปเปิดทัวร์คอนที่อเมริกาได้ แต่พอ BM ไปจัดคอนคนก็ร้องเพลงกันได้เต็มฮอล์
จึงสรุปได้ว่าการประเมินด้วยการใช้ข้อมูลจาก Social Media Platform ต่างๆ ใช้งานได้ดี จนทำให้เปิดทัวร์อเมริกาเพิ่มอีกถึง 6 เมือง แล้วก็ทำยอดขายได้ค่อนข้างสูงในทุกเมืองที่จัด โดยมียอดขายบัตรรวมอยู่ที่ 67,481 ใบ และเชื่อว่าปีหน้าคงขายบัตรที่อเมริกาได้มากกว่ารอบนี้แน่ๆ เพราะคนที่ไปดูมีแต่กระแสบวกเต็มไปหมด กับการร้องสด เต้นสดบนเวทีและ Energy ดีมากๆ ถูกใจคนเมกาสุดๆ และน่าจะเพิ่มฐานแฟนคลับในอเมริกาได้อีกเยอะหลังจบคอน
การโปรโมทที่ดีที่สุด ก็คือการทัวร์คอนนี่แหละ โดยเฉพาะในอเมริกาที่คนชอบดูวงที่ Perform ได้ดีบนเวที และร้องสดได้จริง
***
ส่วนที่ญี่ปุ่นและเอเชีย มีการชิมลางไปก่อนแล้วตั้งแต่ตอนปล่อยอัลบั้ม SHEESH โดยการทำ Fan Meeting ก่อนในหลายเมืองที่ญี่ปุ่นและ SEA ซึ่งกระแสตอบรับดี สอดคล้องกับข้อมูลหลังบ้านใน Social Media Platform ต่างๆ ก็เลยทำให้กล้าทัวร์อารีน่าที่ความจุระดับหมื่น + ในหลายๆ เมือง และคอนที่ญี่ปุ่นก็ประสบความสำเร็จด้วยดี Sold out ได้หมดอย่างรวมเร็ว และในทัวร์เอเชียที่เหลือก็ Sold out ได้เกือบครบทุกเมืองเช่นกัน เรียกว่าทัวร์กันแบบไม่สนใจชาร์ตกันเลย ปีหน้าในญี่ปุ่นน่าจะได้ไปโตเกียวโดมแน่ๆ
ก็ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากมายกับการทัวร์คอนในปี 2025 เพราะทำรายได้สูงมากๆ สำหรับวงที่เดบิ้วมายังไม่ครบสองปี แต่ทำได้ขนาดนี้แล้ว และแน่นอนว่าการทัวร์ที่หนักหน่วงเช่นนี้ มันก็เหมือนกินสารเร่งพลังให้เด็กๆ ต้องก้าวข้ามขีดจำกัดของแต่ละคน ทำให้พัฒนาการของแต่ละคนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากวงในเจนเดียวกันอย่างชัดเจน
ผลที่ตามมาคือถ้าขึ้นเวทีรวมปลายปีเมื่อไหร่ ก็กินเรียบ กวาดยอด Engagement เป็นอันดับต้นๆ เสมอ เพราะการแสดงมันมีพลัง และสามารถดึงดูดสายตาให้ดูซ้ำได้บ่อยๆ นั่นเอง เวที MAMA ก็คว้ายอดวิวสูงสุดอันดับ 1 และ 2 มาได้แบบชิลๆ และเวที SBS ที่จะแสดงในวันที่ 25 ธค. ก็ไม่น่าจะต่างกัน
.
หลายคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ BM แต่ห่วงใย และใส่ใจตลอดเวลา อาจจะตั้งคำถามว่าถ้ายอดรายได้จากการทัวร์สูงจริงๆ ทำไมไม่เห็นติดอันดับที่ Billboard จัดเลยล่ะ อันดับ 10 แอสป้ารายได้ 19 ล้านยังติดเลย
ประเด็นนี้เดี๋ยวชี้แจงโดยละเอียดในความเห็นด้านล่างก็แล้วกันนะ