หากคุณได้มีโอกาสมาจังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) จังหวัดที่มีพื้นที่มากเป็นอันดับ 4 และมีประชากรมากเป็นลำดับ 2 ของประเทศไทย จังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายโดยเฉพาะความงามทางศิลปะสถาปัตยกรรมที่มีการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันตามสายน้ำริมฝั่งโขงด้วยแล้วหละก็ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะมีความสวยงามมากน้อยเพียงใด
ดังนั้นในครั้งนี้เมื่อเราได้กลับมาเยือนจังหวัดนี้อีกครั้ง เราจะพาทุกท่านไปยังสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ซึ่งครั้งก่อนหน้านี้เราได้พาทุกท่านไปเยือนมาแล้วในช่วงเวลากลางวันกับบทความ "
พาเที่ยว วัดเรืองแสง อุบลราชธานี ความงามที่ไม่ต้องรอค่ำ " สถานที่ตอนกลางวันว่าสวยแล้ว ในยามกลางคืนแบบนี้บอกได้เลยว่า "สวยกว่ามาก" แต่การจะได้มาซึ่งบางสิ่งย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย ระยะทางเกือบ 100 กิโลเมตรกับเวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง จากตัวเมืองอุบลฯ ที่เราต้องแลกไป แต่รับรองได้เลยทุกตัวเลขของไมล์กิโลและทุกการขยับไปของเข็มนาฬิกามันจะคุ้มค่ามาก ๆ แล้วคุณคิดว่ามันคุ้มค่าแค่ไหนลองตามมารับชมกันได้เลยครับ
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่หลายคนเรียกกันว่า
วัดเรืองแสง ตั้งอยู่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ กับเขื่อนสิริธร และที่มาของวัดเรืองแสงก็มาจาก สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ UV ในตอนกลางวัน และสามารถเปล่งแสงเรืองรอง (Glow) ในความมืดออกมาเองได้ในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งก็ได้มีการทาไว้ตามจุดต่าง ๆ บริเวณรอบ ๆ โบสถ์สำคัญ สำหรับรอบนี้เราประมาณการเวลาออกจากตัวเมืองมาให้ทันกับช่วงพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเย็นพอดี เพื่อที่จะได้เห็นทั้งวิวแบบพระอาทิตย์ที่จะลับขอบฟ้า และรอคอยช่วงเวลาแห่งแสง ในยามค่ำคืนจะได้รอไม่นานมากนัก
อุโบสถมหัศจรรย์
เมื่อมาถึงสถานที่สำคัญของที่แห่งนี้ คือ อุโบสถสีทอง ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าที่มาพร้อมกับศิลปะแบบล้านนามาแต่ไกล เกล็ดพญานาค 6 เศียรที่พันรอบอุโบสถสะท้อนจับกับแสงของพระอาทิตย์สีส้มเหลือบเขียวช่างสวยงามวิจิตรงามตาเป็นอย่างมาก รอบนอกยังมีงานปั้นลายดอกบัวและสัตว์ป่าหิมพานต์ด้วยความปราณีตบรรจงเป็น ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานด้านหลังเป็นฉากต้นโพธิ์สีทองเหลืองอร่าม และจุดสำคัญของอุโบสถหลังนี้คือบริเวณผนังหลังอุโบสถด้านนอกที่จะมี ต้นกัลปพฤกษ์ขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ต้นไม้จริง แต่เป็นสุดยอดประติมากรรมการเรียงแผ่นโมเสกที่มีการเคลือบสารเรืองแสงเป็นรูป ต้นกัลปพฤกษ์ ที่จะแผ่กิ่งก้านใบคอยกักเก็บแสงไว้ในช่วงเวลากลางวัน และรอเวลาเจิดจรัสสว่างไสวในยามค่ำคืน
การรอคอย
บ้างครั้งการรอคอยอะไรสักอย่างมันช่างยาวนานเสียเหลือเกิน แต่ในห้วงเวลานี้หากมองออกไปทางด้านขวาของอุโบสถ เราจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามเป็นอย่างมาก แสงอาทิตย์สีส้มตัดกับขอบของผืนน้ำบริเวณอ่างเก็บน้ำสิริธร กลายเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ลมเย็นในเดือนพฤศจิกายนผัดผ่านผิวเอากายสั่นไหว พร้อมกับหัวใจที่พองโตเมื่อพบกับภาพความสงบเบื้องหน้า ความเงียบมันดีอย่างงี้เองสินะ และหากเดินต่อไปบริเวณด้านหลังยังสามารถเห็นทิวเขาลำเนาไพรและเห็นบ้านพี่เมืองน้องอย่างประเทศลาวได้จากมุมนี้อีกด้วย
"บางครั้งการรอคอยก็ไม่ได้แย่เสมอไป เพราะนอกจากจะทำให้เรามีเวลาพอที่จะได้สัมผัสกับความเงียบสงบของธรรมชาติแล้ว บางครั้งการรอคอยเวลาที่เหมาะสม ระหว่างทางก็มีอะไรให้เราได้ชื่นชมเพียงแค่ลองเปิดตาและตั้งใจรับรู้ความงดงามรอบตัว"
เวลาที่เหมาะสม
แสงอาทิตย์เดินทางลาจากไปอย่างรวดเร็วจนใจหาย ท้องฟ้าพาเราเข้าสู่ Night Mode แสงสีเขียวจากสารทางวิทยาศาสตร์ที่รอคอยเริ่มปรากฎขึ้นเด่นชัดในความมืด บริเวณพื้นทางเดินขึ้นลายส่องสว่างท่ามกลางความมืดกลมกลืนกับแสงไฟสีส้มที่ฉายส่องออกมาจากภายในโบสถ์ "ลงตัว..บอกได้คำเดียวว่าลงตัว"
จุดไฮไลท์สำคัญคือบริเวณด้านหลังอุโบสถตรงต้นกัลปพฤกษ์ ที่เริ่มฉายแสงสว่างสีเขียวอร่ามออกมาให้ยลโฉมแบบเทพนิยาย นี่มันมหัศจรรย์มาก ๆ สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้เราจะบอกเทคนิค และแทคติก 2 ข้อด้วยกัน ข้อที่ 1 หากคุณเอาโทรศัพท์มือถือเปิดไฟฉายแล้วไปจ่อที่พื้นบริเวณที่เปล่งประกายด้วยแสงจากสารฟลูออเรสเซนต์ คุณจะสามารถเขียนชื่อคนที่เราคิดถึงแล้วคำนั้นจะปรากฎให้เราเห็น และข้อที่ 2 หากคุณอยากมีภาพสวย ๆ ให้ใช้มือถืออีกเครื่อง (ที่ไม่ใช้เครื่องที่ถ่าย) เปิดไฟฉายและส่องมาที่ตัวแบบ (ประมาณ 45 องศา) ตอนจะถ่ายรูปภาพ และให้ตากล้องเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืนซึ่งส่วนใหญ่โทรศัพท์ใหม่ ๆ จะมี (ปล.ตัวแบบก็พยายามอยู่นิ่ง ๆ ด้วยนะ) แล้วคุณก็จะได้ภาพที่ระลึกออกมาสวยงาม
สำหรับทริปนี้เราใช้เพียงโทรศัพท์มือถือ MI 14T Pro เป็นอุปกรณ์ในการถ่ายภาพทั้งหมด ซึ่งหลังๆ เราก็ใช้แค่กล้องโทรศัพท์มันสะดวกดีและก็ให้ภาพที่เราพอใจแล้ว เอาเวลาเซ็ทกล้องไปไว้เก็บความทรงจำ เก็บบรรยากาศที่มีให้เราอย่างน้อยนิด
ตอนจบ
อุบลฯ หนาวแล้ว...สรุปสุดท้าย เราว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ เราให้เป็นที่ท่องเที่ยวเบอร์ต้น ๆ ในใจเลยนะ เพราะนอกจากสถาปัตกรรมที่สวยงามมาก ๆ แล้ว ลมเย็น แสงส้มของพระอาทิตย์ และแสงสีเขียวที่สะท้อนออกมาในยามค่ำคืนแบบนี้ทำให้เราหัวใจพองโต ตื่นเต้นและประทับใจเป็นอย่างมาก ระยะทางและเวลามันทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่เลือกที่มาแม้มันจะไกล นายเลือกถูกแล้วเสียงในหัวที่ย้ำเตือนเมื่อกลับมาดูบทความนี้อีกครั้ง "นายเลือกถูกแล้ว" หวังว่าเผื่อใครมีโอกาสลองแวะมายลโฉมแสงสีวิทยาศาสตร์ดูนะครับ มันสวยงามจริง ๆ นะ : )
สวัสดี
-เสือซ่อนยิ้ม-
[CR] พาเที่ยว วัดเรืองแสง อุบลราชธานี (ตอนกลางคืน) ที่ต้องมาให้ได้สักครั้งก่อนตาย
วัดสิรินธรวรารามภูพร้าว หรือที่หลายคนเรียกกันว่า วัดเรืองแสง ตั้งอยู่ตำบลช่องเม็ก อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งก็อยู่ใกล้ ๆ กับเขื่อนสิริธร และที่มาของวัดเรืองแสงก็มาจาก สารเรืองแสง หรือ สารฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งมีคุณสมบัติดูดซับพลังงานแสงอาทิตย์ UV ในตอนกลางวัน และสามารถเปล่งแสงเรืองรอง (Glow) ในความมืดออกมาเองได้ในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งก็ได้มีการทาไว้ตามจุดต่าง ๆ บริเวณรอบ ๆ โบสถ์สำคัญ สำหรับรอบนี้เราประมาณการเวลาออกจากตัวเมืองมาให้ทันกับช่วงพระอาทิตย์ตกดินในช่วงเย็นพอดี เพื่อที่จะได้เห็นทั้งวิวแบบพระอาทิตย์ที่จะลับขอบฟ้า และรอคอยช่วงเวลาแห่งแสง ในยามค่ำคืนจะได้รอไม่นานมากนัก
เมื่อมาถึงสถานที่สำคัญของที่แห่งนี้ คือ อุโบสถสีทอง ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าที่มาพร้อมกับศิลปะแบบล้านนามาแต่ไกล เกล็ดพญานาค 6 เศียรที่พันรอบอุโบสถสะท้อนจับกับแสงของพระอาทิตย์สีส้มเหลือบเขียวช่างสวยงามวิจิตรงามตาเป็นอย่างมาก รอบนอกยังมีงานปั้นลายดอกบัวและสัตว์ป่าหิมพานต์ด้วยความปราณีตบรรจงเป็น ภายในอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของพระประธานด้านหลังเป็นฉากต้นโพธิ์สีทองเหลืองอร่าม และจุดสำคัญของอุโบสถหลังนี้คือบริเวณผนังหลังอุโบสถด้านนอกที่จะมี ต้นกัลปพฤกษ์ขนาดใหญ่ที่ไม่ใช่ต้นไม้จริง แต่เป็นสุดยอดประติมากรรมการเรียงแผ่นโมเสกที่มีการเคลือบสารเรืองแสงเป็นรูป ต้นกัลปพฤกษ์ ที่จะแผ่กิ่งก้านใบคอยกักเก็บแสงไว้ในช่วงเวลากลางวัน และรอเวลาเจิดจรัสสว่างไสวในยามค่ำคืน
แสงอาทิตย์เดินทางลาจากไปอย่างรวดเร็วจนใจหาย ท้องฟ้าพาเราเข้าสู่ Night Mode แสงสีเขียวจากสารทางวิทยาศาสตร์ที่รอคอยเริ่มปรากฎขึ้นเด่นชัดในความมืด บริเวณพื้นทางเดินขึ้นลายส่องสว่างท่ามกลางความมืดกลมกลืนกับแสงไฟสีส้มที่ฉายส่องออกมาจากภายในโบสถ์ "ลงตัว..บอกได้คำเดียวว่าลงตัว"
อุบลฯ หนาวแล้ว...สรุปสุดท้าย เราว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ เราให้เป็นที่ท่องเที่ยวเบอร์ต้น ๆ ในใจเลยนะ เพราะนอกจากสถาปัตกรรมที่สวยงามมาก ๆ แล้ว ลมเย็น แสงส้มของพระอาทิตย์ และแสงสีเขียวที่สะท้อนออกมาในยามค่ำคืนแบบนี้ทำให้เราหัวใจพองโต ตื่นเต้นและประทับใจเป็นอย่างมาก ระยะทางและเวลามันทำให้รู้สึกว่ามันคุ้มค่าที่เลือกที่มาแม้มันจะไกล นายเลือกถูกแล้วเสียงในหัวที่ย้ำเตือนเมื่อกลับมาดูบทความนี้อีกครั้ง "นายเลือกถูกแล้ว" หวังว่าเผื่อใครมีโอกาสลองแวะมายลโฉมแสงสีวิทยาศาสตร์ดูนะครับ มันสวยงามจริง ๆ นะ : )
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้