ทำไมเราเห็นแต่มาตราการกีดกันทางการค้ากีดกันคนจนอพยพเข้า แต่ไม่มีกีดกันเงินออกแบบท่องเที่ยวหรืออพยพออกเลย เสียเงินเหมือนกันแท้ๆ
ใครขึ้เกียจอ่านยาวก็ข้ามไปย่อหน้าสุดท้ายได้เลย
ถ้าเรามองว่าการเป็นหนี้ของรัฐทำให้รายได้ประชากรเพิ่มขึ้นชั่วคราว
อันนี้สมมุติญี่ปุ่นหรือจะเป็น อเมริกา ยุโรป ก็ได้ สมมุติ ซาโต้ควรมีรายได้ 20,000บาท(เท่าคนไทยตีกลมๆ) แต่รัฐบาลญี่ปุ่นกู้เพิ่ม100,000ต่อเดือน/ต่อหัว จนเป็นหนี้ 237%ต่อจีดีพี แล้วเงินหมุนไปมาหาวิธีให้ซาโต้มีรายได้ 120,000 (ถ้าซาโต้ทำงานรัฐก็ขึ้นเงินเดือนตรงๆง่ายๆ หรือถ้าซาโต้เป็นเกษตรกรก็หนุนราคาและผูกขาดห้ามนำเข้า)
มองในมุมรัฐบาล ซาโต้คือ
ผู้รับทุนรัฐบาล 1แสนต่อเดือนที่รัฐกู้มาให้ขอเรียกว่าเงินที่รัฐฝากไว้ ทำแบบนี้30ปี ก็ 36ล้านนี่ยังไม่รวมดอกเบี้ย
มองในมุมนายซาโต้ๆมีเงินฝากรัฐ40ล้าน ซาโต้คิดว่าเป็นเจ้าหนี้
สถานะจริงๆซาโต้เปรียบเทียบง่ายๆเหมือน นักเรียนกยส. รัฐฝากเงินไว้ที่ซาโต้ก่อนเดียวเอาทุนคืนทีหลังคิดว่าเงิน40ล้านรัฐบาลจะเอาคืนเมื่อไรก็ได้ เช่น เดียวซาโต้ตายก็เก็บภาษีมรดกซัก10ล้าน ภาษีบ้าน ภาษีรายปี ภาษีกินอยู่แวต เอาให้ตลอดชีวิตเท่ากับ 40ล้าน หรือง่ายกว่านั้นทำให้เงินเฟ้อ
แต่กลายเป็นว่านายซาโต้เอาเงินไปใช้ที่อื่น เช่นเที่ยวไทย หรือย้ายบ้านถาวรไปอยู่เวียดนาม และไม่กลับญี่ปุ่นอีกตอนอายุ50ปี
สิ่งที่เกิดขึ้น ภาษีมรดก/บ้านไม่มีซาโต้ไม่ต้องการมีทรัพย์สินในญี่ปุ่น ภาษีเงินได้รายปีถ้าเสีย40% 48000ก็ยังน้อยกว่าเงินที่รัฐฝากไว้1แสน ภาษีกินอยู่พออพยพออกก็ไม่เสียแล้ว ภาษีนำเข้าก็ไม่เสีย
ลองคิดดูในสถานะการณ์ที่ความเหลือมล้ำสูงมาก ถ้า 10% ของคนรวยในประเทศที่รัฐฝากเงินไว้กับประชากรไปใช้จ่ายตา่งประเทศ นอกจากเสียเงินยังเสียประชากรอีก
ถ้าอนาคตซักวันนึงรัฐบาลเลิกการฝากเงินแบบนี้แบบสมบูรณ์ นางิสะที่เป็นคนเจนถัดๆไป รายได้ลดลงเหลือ 20,000(ตีไปว่าอนาคต 10เยนแลกได้1บาทและเงินเดือนไม่เพิ่มตามเงินเฟ้อ) แถมยังต้องจ่ายภาษีให้เป็นค่าบำนาญของซาโต้อีก
เอาเป็นว่าหนี้เยอะ จะหารายได้เพิ่มน่าจะยาก ยังไงก็ต้องลดรายจ่าย ถ้ามองว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศคือสินค้าฟุ่มเฟือยขั้นสุดและการบินก็เพิ่มคาร์บอนด้วย และคนเที่ยวต่างประเทศไม่ใช่คนใกล้อดตายแน่นอน(หรือขอตายในธรรมชาติที่สวยงาม)
มาตรการกีดกันทางการเที่ยวหรืออพยพออก เช่น ถ้าไปเที่ยว รูดบัตรหรือเอาเงินออก 120,000 ก็หักเท่าเงินที่รัฐฝากไว้1แสน เหลือใช้จริง 20,000 แต่อาจจะลดหย่อนให้เหลือใช้จริง 40,000 ก็ได้ แล้วคนที่อพยพออกซื้อบ้านต่างประเทศไม่ได้เงินบำนาญ หรือคนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศไม่เกิน30ปีห้ามรับสวัสดิการใดๆรวมทั้งเงินบำนาญ
ถ้ามีมาตรการกีดกันการท่องเที่ยวหรือคนมีเงินอพยพออก ห้ามคนเที่ยวต่างประเทศรับบำนาญสวัสดิการ30ปี เศรษฐกิจโลกน่าจะดีขึ้นไหม
ใครขึ้เกียจอ่านยาวก็ข้ามไปย่อหน้าสุดท้ายได้เลย
ถ้าเรามองว่าการเป็นหนี้ของรัฐทำให้รายได้ประชากรเพิ่มขึ้นชั่วคราว
อันนี้สมมุติญี่ปุ่นหรือจะเป็น อเมริกา ยุโรป ก็ได้ สมมุติ ซาโต้ควรมีรายได้ 20,000บาท(เท่าคนไทยตีกลมๆ) แต่รัฐบาลญี่ปุ่นกู้เพิ่ม100,000ต่อเดือน/ต่อหัว จนเป็นหนี้ 237%ต่อจีดีพี แล้วเงินหมุนไปมาหาวิธีให้ซาโต้มีรายได้ 120,000 (ถ้าซาโต้ทำงานรัฐก็ขึ้นเงินเดือนตรงๆง่ายๆ หรือถ้าซาโต้เป็นเกษตรกรก็หนุนราคาและผูกขาดห้ามนำเข้า)
มองในมุมรัฐบาล ซาโต้คือผู้รับทุนรัฐบาล 1แสนต่อเดือนที่รัฐกู้มาให้ขอเรียกว่าเงินที่รัฐฝากไว้ ทำแบบนี้30ปี ก็ 36ล้านนี่ยังไม่รวมดอกเบี้ย
มองในมุมนายซาโต้ๆมีเงินฝากรัฐ40ล้าน ซาโต้คิดว่าเป็นเจ้าหนี้
สถานะจริงๆซาโต้เปรียบเทียบง่ายๆเหมือน นักเรียนกยส. รัฐฝากเงินไว้ที่ซาโต้ก่อนเดียวเอาทุนคืนทีหลังคิดว่าเงิน40ล้านรัฐบาลจะเอาคืนเมื่อไรก็ได้ เช่น เดียวซาโต้ตายก็เก็บภาษีมรดกซัก10ล้าน ภาษีบ้าน ภาษีรายปี ภาษีกินอยู่แวต เอาให้ตลอดชีวิตเท่ากับ 40ล้าน หรือง่ายกว่านั้นทำให้เงินเฟ้อ
แต่กลายเป็นว่านายซาโต้เอาเงินไปใช้ที่อื่น เช่นเที่ยวไทย หรือย้ายบ้านถาวรไปอยู่เวียดนาม และไม่กลับญี่ปุ่นอีกตอนอายุ50ปี
สิ่งที่เกิดขึ้น ภาษีมรดก/บ้านไม่มีซาโต้ไม่ต้องการมีทรัพย์สินในญี่ปุ่น ภาษีเงินได้รายปีถ้าเสีย40% 48000ก็ยังน้อยกว่าเงินที่รัฐฝากไว้1แสน ภาษีกินอยู่พออพยพออกก็ไม่เสียแล้ว ภาษีนำเข้าก็ไม่เสีย
ลองคิดดูในสถานะการณ์ที่ความเหลือมล้ำสูงมาก ถ้า 10% ของคนรวยในประเทศที่รัฐฝากเงินไว้กับประชากรไปใช้จ่ายตา่งประเทศ นอกจากเสียเงินยังเสียประชากรอีก
ถ้าอนาคตซักวันนึงรัฐบาลเลิกการฝากเงินแบบนี้แบบสมบูรณ์ นางิสะที่เป็นคนเจนถัดๆไป รายได้ลดลงเหลือ 20,000(ตีไปว่าอนาคต 10เยนแลกได้1บาทและเงินเดือนไม่เพิ่มตามเงินเฟ้อ) แถมยังต้องจ่ายภาษีให้เป็นค่าบำนาญของซาโต้อีก
เอาเป็นว่าหนี้เยอะ จะหารายได้เพิ่มน่าจะยาก ยังไงก็ต้องลดรายจ่าย ถ้ามองว่าการท่องเที่ยวต่างประเทศคือสินค้าฟุ่มเฟือยขั้นสุดและการบินก็เพิ่มคาร์บอนด้วย และคนเที่ยวต่างประเทศไม่ใช่คนใกล้อดตายแน่นอน(หรือขอตายในธรรมชาติที่สวยงาม)
มาตรการกีดกันทางการเที่ยวหรืออพยพออก เช่น ถ้าไปเที่ยว รูดบัตรหรือเอาเงินออก 120,000 ก็หักเท่าเงินที่รัฐฝากไว้1แสน เหลือใช้จริง 20,000 แต่อาจจะลดหย่อนให้เหลือใช้จริง 40,000 ก็ได้ แล้วคนที่อพยพออกซื้อบ้านต่างประเทศไม่ได้เงินบำนาญ หรือคนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศไม่เกิน30ปีห้ามรับสวัสดิการใดๆรวมทั้งเงินบำนาญ