ถอดบทเรียน JKN คนไทยในธุรกิจโลก หมดทางแล้ว จริงหรือ ?

ประเทศไทย ยังไม่เป็นเลิศในการทำธุรกิจนานาชาติ เพราะค่านิยมกลัวความล้มเหลว
การเร่งลงทุนสิ่งที่ยังไม่จำเป็น และบทบาทภาครัฐในการสนับสนุนธุรกิจที่อยากไประดับโลก  

ธุรกิจนางงาม เป็นธุรกิจที่เหมาะกับจริต คนไทย ซึ่งหากทำให้สำเร็จได้ จะนำไปสู่การจ้างงานมหาศาล
หากสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงถึงสินค้าแฟชั่น การท่องเที่ยว การแสดง และธุรกิจสื่อ โดยมีไทยเป็นศูนย์กลาง
แต่แน่นอน ต้องดึงต่างประเทศมาร่วมด้วย อาทิ การออกแบบชุดราตรีของดีไซเนอร์ฟิลิปปินส์
ซึ่งธุรกิจระดับโลก จะอยู่ได้ เมื่อคนทั่วโลก รู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วม เสริมกำลังให้งานใหญ่เป็นไปได้
มากกว่าเน้นคนในชาติเดียว

อย่างไรก็ดี JKN สอนให้เพิ่มความระมัดระวังในการสร้างแบรนด์ที่เข้มแข็ง
ซึ่งประกอบด้วย 3 ปัจจัย  
1. ไม่ควรลงทุนผลิตสินค้า จนกว่า แบรนด์จะอยู่ในจินตนาการของผู้คน
ไม่ว่าเสน่ห์ ความน่าติดตาม ความสวยงาม เสื้อผ้า เวที ที่สามารถทำให้นางงาม กลายเป็นศูนย์กลางความสนใจ
น่าจะเป็นโจทย์แรก รวมถึงการอบรมด้านทัศนคติ การพูดจา แนวคิด หากนางงามคือนางฟ้าในใจผู้คนได้
ผ่านการพัฒนามากพอ เพียงเอาสินค้าไปวางข้างๆ ก็ขายได้ ไม่ต้องให้เธอพูดจาขายสินค้า
ยิ่งขายตรง ยิ่งขาดชั้นเชิง ยิ่งหมดคุณค่าในสายตาลูกค้า

2.  การเกี่ยวข้องกับธุรกิจอื่นที่สังคมต่อต้าน  อันจะนำไปสู่ความไม่เชื่อมั่นในตัวแบรนด์
แต่ควรออกแบบวิธีของนางงามยุคใหม่ ที่ประกอบด้วยมุมมองของคนหลายเพศ รวมถึงผู้หญิง
ยิ่งไม่ได้วางตำแหน่งแบรนด์ระดับสูง โอกาสที่จะได้ผู้สมัครมีคุณภาพ เป็นแรงบันดาลใจของผู้คนได้
ยิ่งน้อย

3.  ความน่าเชื่อถือในกติกาและคณะกรรมการ นั่นคือ ระบบการประกวดที่สังคมรู้สึกว่าน่าเชื่อถือ
ไม่ว่า กรรมการคือบุคคลที่เชี่ยวชาญและมีเกียรติ คะแนนมาจากเรื่องใด การประมวลผลโปร่งใส ตรวจสอบได้

หากเราเป็นเจ้าหนี้ เรามองว่าหากลูกหนี้ยังทำธุรกิจ ย่อมมีโอกาสได้เงิน แต่เจ้าหนี้ต้องเข้าใจในความยาก
และควรให้เวลาในการพลิกฟื้นธุรกิจ เช่นเดียวกับ ครั้งหนึ่ง ที่คุณแอน จักรพงษ์ เคยแก้เกมได้
กรณีที่เคยมีคำพูดพาดพิง แคทรีโอนา เกรย์

ดังที่หลายฝ่ายแนะนำ หากเคลียร์หนี้และไกล่เกลี่ยคดีความได้ ย่อมไม่เท่ากับตาย หรือ สิ้นสภาพ
สามารถไปต่อด้วยทุนที่น้อยลง หักลบกลบหนี้ ก็ยังมีฐานะ อาจยังเป็นธุรกิจหลักพันล้านอยู่
หากออกหมัดถูกจุด ลงทุนถูกที่ กำหนดบทบาทได้ดี

แม้แต่สิทธิด้านคอนเทนละคร ซึ่งเคยทำเงินให้กับ JKN
หากได้เจรจาร่วมกับ ช่อง 3 งานชั้นดีของไทย
เช่น ละครเรื่อง รากนครา ธรณีนี่นี้ใครครอง
ควรจะใส่เสียงพากษ์ภาษาอังกฤษ
แล้วขยายตลาด หารายได้จากพลาตฟอร์ม ชาวต่างชาติเริ่มชอบดูละครไทย

เมื่อเราเปลี่ยนแนวทางและตัวตนได้อย่างสง่างาม  เราจะเปลี่ยนอนาคตได้
เพราะธุรกิจแนวนี้ อาศัยจุดแข็งด้านการตลาดและบริหารชื่อเสียง หากทำได้ดี  ภาพลักษณ์ก็ดีกันทั้งประเทศ

คนไทยและรัฐบาล ต้องช่วยกันคิด อะไรที่เราทำได้ระดับโลกจริงๆ เช่น เกษตร บันเทิง  เทคโนโลยีเฉพาะด้าน
เช่น เรื่องอาหาร และการท่องเที่ยว โปรดไว้ใจไทย เราควรจะมีเพิ่ม   และใส่คุณภาพของแบรนด์ไทย
สังคมไทยเดิม นิยมงานราชการ เพราะเน้นความมั่นคง  แต่หากจะขับเคลื่อนคนไทยให้เข้าใจธุรกิจ
ต้องเรียนรู้ก่อนว่า ความผิดพลาด ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่สอนวิธีไม่ให้เราผิดซ้ำ เลือกทางที่ถูก หาทางแก้ไข
การควบคุมอารมณ์จะเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ ลดผลกระทบที่จะตามมา
ที่ปรึกษาที่ดี  คือคนที่ดึงเราขึ้น แม้การเดินขึ้น นั้นยากกว่าเดินลง แต่จำเป็นต้องสู้
เพื่อกอบกู้ชื่อเสียง และโอกาสแห่งความยั่งยืน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่