สวัสดีครับ! ขอมาตั้งกระทู้รีวิวประสบการณ์ดูหนังรอบพิเศษ
"Avatar 3: Fire and Ash" ในระบบ
Krungsri FirstChoice Blue Plus ที่
Krungsri IMAX Paragon Cineplex เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมาครับ
รอบนี้เป็นรอบเหมาโรงสำหรับสมาชิก Blue Plus โดยเฉพาะ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เริ่มแจกบัตรเลย!
🍿 ประสบการณ์รอบพิเศษ: มาช้าแต่ได้ดู!
ผมออกจากราชบุรีมาก็ปาเข้าไป 12:15 น. แล้วครับ พอถึงสยามพารากอนก็ 14:30 น. (หนังเริ่ม 14:00 น.) จุดแจกบัตรก็เก็บไปแล้ว แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ เลยรับสิทธิ์ดูฟรี
2 สิทธิ์ พร้อมที่นั่งติดกัน (I13-16) และได้คูปอง
Popcorn และเครื่องดื่มฟรี สิทธิ์ละ 1 ชุดด้วยครับ!
Popcorn: รสชีสหมด อดเลย! เลยเลือกเป็นรสหวานมาครับ
เครื่องดื่ม: เหลือแค่โค้กกับโค้กซีโร่ เลยจัดโค้กซีโร่มาดับร้อนครับ
ป๊อปคอร์นพร้อม น้ำพร้อม สแตมป์บัตรจอดรถฟรี 6 ชั่วโมงเรียบร้อย ก็วิ่งเข้าโรงไปรับแว่น 3D เลยครับ!
🎬 เข้าช้าไปหน่อย... แต่ก็ยังสนุก! (ฉบับไม่สปอยล์)
ยอมรับว่าเข้าโรงไปตอนหนังฉายไปเกือบชั่วโมงแล้วครับ! แต่โชคดีที่พอรู้เรื่องราวคร่าว ๆ ก่อนดู
Avatar 3 มาบ้าง เลยพอตามทันเนื้อเรื่องหลัก ๆ ได้ครับ
ที่นั่ง I แถวกลาง: ไม่เคยนั่งใกล้จอ IMAX ขนาดนี้มาก่อน แต่กลับสามารถดูภาพแนวกว้างได้เต็มตา
ไม่ต้องเงยคอจนเมื่อยเลยครับ! เป็นข้อดีที่เหนือความคาดหมาย
ซับไตเติล: อันนี้แปลกดีครับ ซับไตเติลจะคอย
ย้ายตำแหน่ง ไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ตรงกลางบ้าง เพื่อหลบตัวละครสำคัญในแต่ละฉาก ทำให้อาจจะต้องกวาดสายตาตามนิดหน่อยครับ
แม้จะพลาดฉาก Action ใหญ่ ๆ ช่วงต้นเรื่องไปแล้ว 1 ฉาก แต่หลังจากนั้นก็ยังมีฉาก Action เล็ก ๆ ให้ได้ลุ้นและสนุกตามไปเรื่อย ๆ ครับ
🤔 พลอตเรื่องและจุดที่น่าสงสัย: ซ้ำไปมั้ย?
ต้องบอกตามตรงว่าจุดที่เป็น
จุดบอด ของหนังเรื่องนี้เลยคือ
พลอตเรื่องที่ซ้ำเดิมครับ!
ตัวละครเดิม ๆ ถูกจับไปแบบเดิม
มีสงคราม ต้องมีการรวมเผ่ามารบ
ตัวประกอบบางตัวจากไปแบบไม่จำเป็น
เรียกได้ว่า
"หากินกับพลอตเดิม" ไม่เปลี่ยนโครงสร้างหลักเลยครับ แฟนพันธุ์แท้อาจจะรู้สึกเดาทางได้บ้าง แต่ก็ต้องชมว่ามีการเปลี่ยนแปลง
รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ยังดูได้เพลิน ๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อหรือเดาได้ 100% ครับ บางตัวละครที่ไม่น่ารอด ก็กลับรอดมาได้แบบไม่น่าเชื่อ!
🎭 ตัวละครที่โดดเด่น: Varang Tsahik
ตัวละคร
Varang Tsahik และเผ่า
Mangkwan ต้องยอมรับว่าดีไซน์มาได้
โดดเด่น ลึกลับ น่าค้นหา และมีเสน่ห์ร้ายกาจ สมกับที่เป็นตัวใหญ่ในโปสเตอร์เลยครับ!
เคยเห็นบางคอมเมนต์จาก YouTuber วิจารณ์ว่าตัวละครนี้และเผ่าไม่จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง สามารถตัดออกไปได้...
แต่ผมว่าไม่จริงนะครับ! เพราะถ้าไม่มี Varang กลุ่มหนึ่งจะไม่มีทางหาอีกกลุ่มหนึ่งเจอได้เลย นี่คือ
จุดสำคัญ ที่ผลักดันเนื้อเรื่องให้เดินต่อเลยครับ!
และอีกเรื่องที่โดนหลอกกันมาเยอะ: ภาคนี้
ไม่ได้ดำเนินเรื่องโดย Lo'ak เป็นหลักเหมือนที่วิจารณ์กัน แต่ยังคงเป็น
Jake Sully เหมือนเดิมครับ!
✨ Visual Effects & IMAX 3D: สวยสุดจัด แต่ก็มีข้อจำกัด
งานภาพคือ
จุดขายหลัก ของแฟรนไชส์นี้ที่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า
สวยมาก จนทำให้เรารู้สึกเหมือน
ตกลงไปในโลก Pandora จริง ๆ ครับ!
แต่ด้วยความที่เป็น
IMAX 3D นี่แหละครับ...
ผมดูหนังไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เริ่มมีอาการ
มึนหัว ครับ ต้องพักสายตาประมาณ 5 นาที ถึงจะดูต่อได้ ใครที่ไม่คุ้นกับ 3D อาจจะต้องเตรียมตัวไว้หน่อยนะครับ
น่าเสียดายที่ภาคนี้
ไม่มีฉาก 3D ที่ทำให้รู้สึก
"ทะลุจอ" แบบตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่เลยครับ รู้สึกว่า 3D ทำออกมาค่อนข้างธรรมดามาก ๆ
🌟 สรุปความรู้สึก: ไม่หลับ ไม่น่าเบื่อ!
สิ่งที่ชอบมากในภาคนี้คือ
หนังสามารถดูได้จนจบ ไม่มีช่วงง่วงนอนหรือน่าเบื่อ เหมือนที่หลายคนบ่นในภาค 2 (The Way of Water) เลยครับ!
การเล่าเรื่องทำได้
สนุก ต่อเนื่อง กระชับ มีเหตุมีผล
ดูน่าติดตามไล่ไปจนถึงฉาก
Action Climax ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแฟรนไชส์ ณ ขณะนี้เลยครับ
ข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ:
หลายฉาก Action ยังรู้สึกเหมือน
ลอกฉากจากภาคแรก มาปรับใช้ซ้ำ ๆ เช่น ฉาก Toruk เหวี่ยงยานบิน
ที่สงสัยที่สุดคือ: ชาว Na'vi แบบนาวี้นาวี อย่างเผ่า Mangkwan
พูดภาษาอังกฤษได้ยังไง? และทำไมบางช่วงอยู่ดี ๆ ก็พูดภาษา Na'vi ดื้อ ๆ ขึ้นมาซะงั้น? เหมือนกับว่าอยากให้คนดูฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง แต่ยอมละทิ้งความเป็นชาว Na'vi ไปหน่อยรึเปล่าครับ?
โดยรวมแล้ว ถือว่าผม
ชอบหนังเรื่องนี้พอสมควรครับ! ดูสนุก น่าติดตาม ไม่มีช่วงน่าเบื่อ งานภาพสวยอลังการสมราคา
ใครที่เป็นแฟนแฟรนไชส์
Avatar หรือชอบหนังที่เน้น Visual Effects สุด ๆ
อย่าลืมมาดูนะครับ!
แนะนำ: IMAX ไปเลยครับ คุ้มค่ากับงานภาพแน่นอน!
ใครที่ไปดูมาแล้วรู้สึกยังไงบ้าง มาแชร์กันได้เลยนะครับ! 😊
[CR] 💥 [ไม่สปอยล์] Avatar 3: Fire and Ash - รอบ Krungsri FirstChoice Blue Plus | IMAX Paragon | อลังการงานภาพ แต่พลอตซ้ำเดิม
สวัสดีครับ! ขอมาตั้งกระทู้รีวิวประสบการณ์ดูหนังรอบพิเศษ "Avatar 3: Fire and Ash" ในระบบ Krungsri FirstChoice Blue Plus ที่ Krungsri IMAX Paragon Cineplex เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 68 ที่ผ่านมาครับ
รอบนี้เป็นรอบเหมาโรงสำหรับสมาชิก Blue Plus โดยเฉพาะ บรรยากาศคึกคักตั้งแต่เริ่มแจกบัตรเลย!
🍿 ประสบการณ์รอบพิเศษ: มาช้าแต่ได้ดู!
ผมออกจากราชบุรีมาก็ปาเข้าไป 12:15 น. แล้วครับ พอถึงสยามพารากอนก็ 14:30 น. (หนังเริ่ม 14:00 น.) จุดแจกบัตรก็เก็บไปแล้ว แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ เลยรับสิทธิ์ดูฟรี 2 สิทธิ์ พร้อมที่นั่งติดกัน (I13-16) และได้คูปอง Popcorn และเครื่องดื่มฟรี สิทธิ์ละ 1 ชุดด้วยครับ!
Popcorn: รสชีสหมด อดเลย! เลยเลือกเป็นรสหวานมาครับ
เครื่องดื่ม: เหลือแค่โค้กกับโค้กซีโร่ เลยจัดโค้กซีโร่มาดับร้อนครับ
ป๊อปคอร์นพร้อม น้ำพร้อม สแตมป์บัตรจอดรถฟรี 6 ชั่วโมงเรียบร้อย ก็วิ่งเข้าโรงไปรับแว่น 3D เลยครับ!
🎬 เข้าช้าไปหน่อย... แต่ก็ยังสนุก! (ฉบับไม่สปอยล์)
ยอมรับว่าเข้าโรงไปตอนหนังฉายไปเกือบชั่วโมงแล้วครับ! แต่โชคดีที่พอรู้เรื่องราวคร่าว ๆ ก่อนดู Avatar 3 มาบ้าง เลยพอตามทันเนื้อเรื่องหลัก ๆ ได้ครับ
ที่นั่ง I แถวกลาง: ไม่เคยนั่งใกล้จอ IMAX ขนาดนี้มาก่อน แต่กลับสามารถดูภาพแนวกว้างได้เต็มตา ไม่ต้องเงยคอจนเมื่อยเลยครับ! เป็นข้อดีที่เหนือความคาดหมาย
ซับไตเติล: อันนี้แปลกดีครับ ซับไตเติลจะคอย ย้ายตำแหน่ง ไปทางซ้ายบ้าง ขวาบ้าง ตรงกลางบ้าง เพื่อหลบตัวละครสำคัญในแต่ละฉาก ทำให้อาจจะต้องกวาดสายตาตามนิดหน่อยครับ
แม้จะพลาดฉาก Action ใหญ่ ๆ ช่วงต้นเรื่องไปแล้ว 1 ฉาก แต่หลังจากนั้นก็ยังมีฉาก Action เล็ก ๆ ให้ได้ลุ้นและสนุกตามไปเรื่อย ๆ ครับ
🤔 พลอตเรื่องและจุดที่น่าสงสัย: ซ้ำไปมั้ย?
ต้องบอกตามตรงว่าจุดที่เป็น จุดบอด ของหนังเรื่องนี้เลยคือ พลอตเรื่องที่ซ้ำเดิมครับ!
ตัวละครเดิม ๆ ถูกจับไปแบบเดิม
มีสงคราม ต้องมีการรวมเผ่ามารบ
ตัวประกอบบางตัวจากไปแบบไม่จำเป็น
เรียกได้ว่า "หากินกับพลอตเดิม" ไม่เปลี่ยนโครงสร้างหลักเลยครับ แฟนพันธุ์แท้อาจจะรู้สึกเดาทางได้บ้าง แต่ก็ต้องชมว่ามีการเปลี่ยนแปลง รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ยังดูได้เพลิน ๆ ไม่ถึงกับน่าเบื่อหรือเดาได้ 100% ครับ บางตัวละครที่ไม่น่ารอด ก็กลับรอดมาได้แบบไม่น่าเชื่อ!
🎭 ตัวละครที่โดดเด่น: Varang Tsahik
ตัวละคร Varang Tsahik และเผ่า Mangkwan ต้องยอมรับว่าดีไซน์มาได้ โดดเด่น ลึกลับ น่าค้นหา และมีเสน่ห์ร้ายกาจ สมกับที่เป็นตัวใหญ่ในโปสเตอร์เลยครับ!
เคยเห็นบางคอมเมนต์จาก YouTuber วิจารณ์ว่าตัวละครนี้และเผ่าไม่จำเป็นต่อเนื้อเรื่อง สามารถตัดออกไปได้... แต่ผมว่าไม่จริงนะครับ! เพราะถ้าไม่มี Varang กลุ่มหนึ่งจะไม่มีทางหาอีกกลุ่มหนึ่งเจอได้เลย นี่คือ จุดสำคัญ ที่ผลักดันเนื้อเรื่องให้เดินต่อเลยครับ!
และอีกเรื่องที่โดนหลอกกันมาเยอะ: ภาคนี้ ไม่ได้ดำเนินเรื่องโดย Lo'ak เป็นหลักเหมือนที่วิจารณ์กัน แต่ยังคงเป็น Jake Sully เหมือนเดิมครับ!
✨ Visual Effects & IMAX 3D: สวยสุดจัด แต่ก็มีข้อจำกัด
งานภาพคือ จุดขายหลัก ของแฟรนไชส์นี้ที่ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า สวยมาก จนทำให้เรารู้สึกเหมือน ตกลงไปในโลก Pandora จริง ๆ ครับ!
แต่ด้วยความที่เป็น IMAX 3D นี่แหละครับ...
ผมดูหนังไปได้ประมาณ 2 ชั่วโมง ก็เริ่มมีอาการ มึนหัว ครับ ต้องพักสายตาประมาณ 5 นาที ถึงจะดูต่อได้ ใครที่ไม่คุ้นกับ 3D อาจจะต้องเตรียมตัวไว้หน่อยนะครับ
น่าเสียดายที่ภาคนี้ ไม่มีฉาก 3D ที่ทำให้รู้สึก "ทะลุจอ" แบบตื่นตาตื่นใจเท่าไหร่เลยครับ รู้สึกว่า 3D ทำออกมาค่อนข้างธรรมดามาก ๆ
🌟 สรุปความรู้สึก: ไม่หลับ ไม่น่าเบื่อ!
สิ่งที่ชอบมากในภาคนี้คือ หนังสามารถดูได้จนจบ ไม่มีช่วงง่วงนอนหรือน่าเบื่อ เหมือนที่หลายคนบ่นในภาค 2 (The Way of Water) เลยครับ!
การเล่าเรื่องทำได้ สนุก ต่อเนื่อง กระชับ มีเหตุมีผล
ดูน่าติดตามไล่ไปจนถึงฉาก Action Climax ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแฟรนไชส์ ณ ขณะนี้เลยครับ
ข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ:
หลายฉาก Action ยังรู้สึกเหมือน ลอกฉากจากภาคแรก มาปรับใช้ซ้ำ ๆ เช่น ฉาก Toruk เหวี่ยงยานบิน
ที่สงสัยที่สุดคือ: ชาว Na'vi แบบนาวี้นาวี อย่างเผ่า Mangkwan พูดภาษาอังกฤษได้ยังไง? และทำไมบางช่วงอยู่ดี ๆ ก็พูดภาษา Na'vi ดื้อ ๆ ขึ้นมาซะงั้น? เหมือนกับว่าอยากให้คนดูฟังภาษาอังกฤษรู้เรื่อง แต่ยอมละทิ้งความเป็นชาว Na'vi ไปหน่อยรึเปล่าครับ?
โดยรวมแล้ว ถือว่าผม ชอบหนังเรื่องนี้พอสมควรครับ! ดูสนุก น่าติดตาม ไม่มีช่วงน่าเบื่อ งานภาพสวยอลังการสมราคา
ใครที่เป็นแฟนแฟรนไชส์ Avatar หรือชอบหนังที่เน้น Visual Effects สุด ๆ อย่าลืมมาดูนะครับ!
แนะนำ: IMAX ไปเลยครับ คุ้มค่ากับงานภาพแน่นอน!
ใครที่ไปดูมาแล้วรู้สึกยังไงบ้าง มาแชร์กันได้เลยนะครับ! 😊
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น