เรื่องผีในปัจจุบัน

สวัสดีครับ Silver Gaze ครับ

วันนี้เรามากันในหัวข้อที่เกี่ยวกับความบันเทิงอย่างการเล่าเรื่องผีกันครับ โดยสำหรับเรื่องผีเนี้ย ผมว่าหลายๆ คนก็น่าจะเคยได้ฟังกันมาบ้าง แถมบางคนก็อาจจะมีโอกาสได้เป็นคนเล่าเรื่องผีเลยด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นถือเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากผมพอสมควรเลยทีเดียว เพราะตอนเด็กๆ นั้นผมโคตรกลัวอะไรที่มีองค์ประกอบของความเป็น Horror แบบสุดๆ กลัว กลัวมากจนถึงขั้นจินตนาการว่าตอนดึกๆ มันจะมีตัวอะไรก็ไม่รู้คอยจับขาตอนผมวิ่งขึ้นบันไดบ้างเสียด้วยซ้ำ

ตอนเด็กๆ ผมก็เลยไม่ค่อยได้สัมผัสกับการเล่าเรื่องผีมากเท่าไหร่

แต่นั่นก็เป็นเพียงเรื่องในอดีตครับ

เพราะหลังจากการใช้ชีวิตอยู่คนเดียวบ้าง เดินกลับหอพักจากมหาลัยที่เขาลือกันว่ามีผีทุกตึกตอนตี 3 บ้าง สัมผัสกับความเละเทะของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์บ้าง ผมก็กลายเป็นคนเลิกกลัวผีไปเลยเสียอย่างนั้น เรื่องผีสำหรับผมจึงกลายเป็นเหมือนเรื่องบันเทิงที่คนเล่าต้องพยายามเล่าให้ดูเหมือนจริงเสียส่วนใหญ่ ผมก็เลยชอบฟังเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีและวิญญาณหรือความสยดสยองที่แปลกๆ แต่จะไม่ชอบเรื่องผีที่คนเล่าพยายามจะบอกว่ามันคือเรื่องผีจริงๆ นะ

ซึ่งพอผมมีโอกาสได้ฟังเรื่องผีไทยเพราะที่ทำงานชอบเปิดให้ฟังเนี้ย ผมก็รู้ได้ในทันทีเลยว่า…แต่งชัวร์

แต่มันสนุกตรงที่พี่พิธีกรหลักแกขายเก่ง พอๆ กับนักมวยปล้ำยุค WWE นี่แหละ แบบโดนจับใส่ท่าทีพี่เล่นเด้งเป็นลูกบอลเลย การเล่าเรื่องผีไทยในยุคปัจจุบันจึงมักจะทำให้ผมหัวเราะออกมาอยู่บ่อยๆ 

ยกตัวอย่างเช่นประโยคที่ว่า 
‘กูจะเอาไปอยู่ด้วยยยยยยยยยยย’

ประโยคนี้ตอนผมได้ยิน ในหัวผมนี่แบบ ‘ฮ่าๆ ก็เอาสิวะไอผี กูจะติดหนึบเป็นตังเมจนไปสู่สุขคติเลย ฮ่าๆ’ อะไรประมาณนั้น เพราะผมก็ไม่รู้ว่าผีจะตะโกนประโยคนี้ออกมาทำไม แทนที่จะเป็นประโยคที่ว่า ‘ตายซะ’ ‘กูจะฆ่า’ ‘ซิกาดู้ว’ หรือไม่ก็ประโยคง่ายๆ อื่นๆ ที่เราใช้กันแบบคนปกติ

ปัญหาคือผมไม่รู้ว่าคนอื่นที่เขาฟังเขากลัวกันจริงไหม ? แล้วถ้าเขากลัว แต่เราดันไปขำ เราจะไปทำให้เขาเสียมูดหรือเปล่า ? ผมก็เลยอยากจะถามเพื่อนๆ ว่า ณ ปัจจุบัน การเล่าเรื่องผีอยู่ใน Position ไหนสำหรับคุณ ?

1. ผีมีจริงงงงงงงงง!
2. สนุก ขำขัน
3. ฟังเพลินๆ ไปเรื่อย
4. มาฟังเพื่อจับโป้ะคนเล่า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่