ยิ่งชีพ ชี้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ใช้สิทธิประชามติด้วยไม่ได้ มองกกต.ไม่ผิด แต่ทำดีกว่านี้ได้
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5513954
.

.
ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชี้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ลงประชามติไม่ได้ มองกกต.ไม่ผิด แต่ทำดีกว่านี้ได้
.
เลือกตั้งล่วงหน้า – เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 นาย
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า
.
วันที่ 20 ธันวาคมนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศทางการว่า วันเลือกตั้งจะต้องออกเสียงประชามติด้วย มีแต่คำให้สัมภาษณ์ยืนยัน 95%
ปัญหาก็คือ คนที่ลงทะเบียน จะไม่มีทางลงทะเบียนประชามติไปพร้อมกันได้ และหากมีประกาศประชามติออกมาภายหลัง คนเหล่านี้อาจต้องไปลงทะเบียนใหม่รอบสอง หรือเสียสิทธิประชามติไปเลย
.
เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดกกต. ที่ประกาศประชามติมาช้า
แต่กกต. ทำดีกว่านี้ได้อีกมากเพื่อรักษาทุกสิทธิทุกเสียง
.
อย่างน้อยตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงในวันนี้
อย่างน้อยหน่อย ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบคำถาม
อย่างน้อยที่สุด ออกแถลงกระดาษสักฉบับ อธิบายสิ่งนี้ก็ดี
.
นาย
ยิ่งชีพ โพสต์อีกว่า
.
“เลือกตั้งล่วงหน้า+นอกเขต” คำนี้เวลาพูดต้องพูดเป็นแพคจะได้ไม่งง
.
การเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ว่าไปใช้สิทธิ์ที่บ้าน ไม่มีเปิด ให้ประชาชนทั่วไปทำได้
การเลือกตั้งนอกเขตแต่ไปออกเสียงวันจริง ไม่มีอยู่
.
ใครไม่สะดวกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ต้องไป “เลือกตั้งล่วงหน้า+นอกเขต” แปลว่าไปใช้สิทธิ์วันที่ 1 กุมภาพันธ์และต้องไปใช้สิทธิ์ในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตามทะเบียนบ้าน
.
ส่วนประชามติ ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง
เป็นไปได้สูงว่า จะให้ทำประชามตินอกเขตแต่ไปออกเสียงวันจริง ซึ่งลงทะเบียนแยกกันต่างหาก
.
พูดเรื่องนี้หลายรอบแล้ว
พูดเองก็งงเอง วนไปวนมา
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid07H2aw6UCFKV6TrRFXJ6ZHe77CSnn3pceBvpKXKP1Mj8pmnUeibhDtmsTV9TN44zfl
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid0365ZvXkfCwhKJpscYMwjjbWcz9F4St5Q7gZ9xQUnitUwyrDwH3hY57oc8qu2EwBwol
.
.
เลขาปชน. รับกระแส โหวตหนู-ปะทะชายแดน กระทบเสียงโหวต
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5513988
.
เลขาปชน. รับกระแส โหวตหนู-ปะทะชายแดน กระทบเสียงโหวต เร่งชี้แจง มั่นใจกวาด 33 ที่นั่งกทม.
.
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชน บางขุนเทียน วันที่ 20 ธันวาคม พรรคประชาชน แคมเปญ ชักธงรบ เตรียมความพร้อม กรุงเทพมหานคร ต้องชนะ พรรคประชาชนจัดกิจกรรมพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานการเมือง พร้อมกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในบรรยากาศเป็นกันเอง และร่วมวางพลังอนาคตไปด้วยกัน ซึ่งเชิญนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีตสส.บางขุนเทียน และว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.ฝั่งธนบุรี พรรคประชาชน มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในพื้นที่
.
โดยนาย
ศรายุทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ความนิยมของพรรคประชาชนลดลงจากการยกมือให้นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงไม่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาช่วยดึงดูดคะแนน พรรคประชาชนจะทำอย่างไรนั้น นาย
ศรายุทธิ์กล่าวว่า จากผลโพลที่ลดลงหลายคนกังวลว่าจะทำให้เราพ่ายแพ้หรือไม่ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคะแนนที่ลดลงไม่ได้ไปอยู่ฝั่งไหน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ หมายความว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือประมาณ 50 วัน เราสามารถรณรงค์ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และเชื่อว่าประชาชนจะกลับมาให้การยอมรับและความเชื่อมั่นตัดสินใจเลือกพรรคประชาชนของเรา
.
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีการปะทะกันอยู่ ในขณะที่พรรคประชาชนในอดีตเคยรณรงค์ว่าทหารมีไว้ทำไม แล้วถูกนำมาโจมตีในการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำอย่างไร นาย
ศรายุทธิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราถูกโจมตีเรื่องนี้จากหลายทาง ซึ่งเรายังไม่สามารถชี้แจงกับประชาชนเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ช่วงเวลาอีกประมาณ 50 วัน ประชาชนจะตื่นตัว จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย เป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และยังเชื่อคะแนนของพรรคแม้ผลโพลจะลดลงเพราะคะแนนไปกองอยู่ที่คนยังไม่ตัดสินใจ
.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนในอดีตที่มีกระแสเบื่อลุง แต่ครั้งนี้มีกระแสรักชาติจากสถานการณ์ชายแดน ถือว่าพรรคเสียเปรียบหรือไม่ นายศรายุทธิ์กล่าวว่า เชื่อว่ากระแสการเลือกตั้งและสถานการณ์แต่ละครั้งต่างกัน แม้ครั้งนี้ไม่มีกระแสเบื่อลุง แต่ยังมีกระแสความไม่พอใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ มีรัฐบาลมา 2 ปีกว่า มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนนายกฯ 3 ครั้ง
.
ขณะที่สถานการณ์ชายแดนก่อให้เกิดปัญหาต่อประเทศ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สแกมเมอร์ คิดว่าบรรยากาศปัจจุบัน ประชาชนรู้สึกหมดหวังกับสภาพที่กำลังเผชิญอยู่ ถ้าพรรคประชาชนมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน มีทีมบริหารที่ประชาชนเชื่อมือ เชื่อว่ายังมีโอกาสอยู่ และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกจริงๆ เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมายังมี ส.ว.อยู่ และเมื่อย้อนหลังไป 15 ปี การเลือกตั้งไม่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลตามเสียงของประชาชน ครั้งสุดท้ายคือปี 2554 ที่ประชาชนเลือกนางสาว
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและได้เป็นรัฐบาล แต่หลังจากนั้นผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งสุดท้าย ผลของการเลือกตั้งไม่ได้นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล นี่คือโอกาสที่ประชาชนจะรู้สึกว่าครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ ที่เขาจะมีส่วนเลือกอนาคตจริงๆ มั่นใจทีมงานพรรคประชาชนที่ทำงานมาต่อเนื่อง มั่นใจว่านโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชนได้
.
ส่วนจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมหรือไม่ คงพูดไม่ได้ หลังมีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ ตนเองคิดว่าจะดีกว่าถ้าเราไม่พูดและไม่พูดเรื่องนี้ในการเลือกตั้ง ขณะที่ปัญหาผู้สมัครคนเก่าไม่ได้ไปต่อกับพรรค ผู้สมัครมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง เช่น เขตบางขุนเทียน อย่างนาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีต ส.ส.กทม. ก็ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.เขต พรรคมีความเป็นมวลชน ประชาชนสมาชิกพรรคมีส่วนร่วม มีความเป็นเจ้าของ ดังนั้น ในการตัดสินใจเลือกแต่ละครั้ง บางเขตอาจมีผู้สมัครเยอะ แต่เราเลือกได้แค่คนเดียว สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่คิดว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพรรคอยู่
.
พรรคมีความสำคัญกว่าตัวบุคคลตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ แนวทางในการสร้างพรรคของเราคือพรรคเป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ ดังนั้น จะเห็นว่าความนิยมของพรรคจะสูงกว่าความนิยมของตัวบุคคล และคะแนนความเลือกตั้งในแต่ละเขตก็เป็นแบบนั้นในการเลือกตั้งปี 66 มั่นใจว่าความแข็งแกร่งของพรรคมีมากกว่าตัวบุคคล
.
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีกระแสความนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เหมือนกับกระแสของนาย
พิธาที่มีออร่ามากกว่า นาย
ศรายุทธิ์กล่าวว่า ความนิยมของนายพิธาเกิดขึ้น 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง นาย
ณัฐพงษ์ยังมีเวลาเหลืออีก 7 สัปดาห์ที่จะทำให้มีกระแสความนิยมได้ ซึ่งเชื่อว่าความนิยมของตัวบุคคลของก่อนการเลือกตั้ง เกิดจากประชาชนมีความหวังที่มีต่อพรรคและนโยบายของพรรค อยากให้พรรคนี้เป็นรัฐบาล ทำให้คะแนนความนิยมบุคคลเพิ่มตาม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมนาย
ณัฐพงษ์จะเจิดจรัสไม่น้อยกว่านาย
พิธา
.
เมื่อถามว่านาย
ณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่าหากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนจะไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นการปิดทางจับมือในอนาคตหรือไม่ นาย
ศรายุทธิ์กล่าวว่า ไม่ แต่นาย
ณัฐพงษ์มองความเป็นไปได้ คงไม่ได้หมายความว่าปิดทาง 100% แต่เป็นสิ่งที่ชี้ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ถ้าอยากเห็นพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจะต้องเลือกให้พรรคอันดับ 2 และ 3 ไม่สามารถจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าเนื้อหาที่นายณัฐพงษ์พูดน่าจะหมายถึงแบบนี้มากกว่า เพราะถ้าพรรคประชาชนไม่ชนะเด็ดขาด โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาล พรรคอันดับ 2 และ 3 อาจจะจับขั้วกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา
.
นาย
ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เราได้สส. 32 เขต และรอบนี้เราจะได้เพิ่มอีก 1 เขต เป็น 33 เขต คาดว่าพื้นที่ กทม.ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่ระบุว่าเราจะกวาดที่นั่งทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ หลายสื่อก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายเราก็ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นจริงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าชาวกทม.จะยังสนับสนุน ผู้สมัครสส.และนโยบายของพรรค เพราะเรามีทีมบริหารและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน และรองนายกรัฐมนตรีที่ได้เปิดตัวไปแล้ว ที่จะเพิ่ม การตัดสินใจให้กับประชาชนได้มากพอสมควร
.
ทั้งนี้นาย
ณัฐชายังยืนยันและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถชนะได้ทั้ง 33 เขต จอง กทม. ในฐานะที่ดูพื้นที่ของกทม. เห็นตัวผู้สมัครครบทั้ง 33 คนแล้ว เรามั่นใจว่าผู้สมัครของเรามีคุณสมบัติครบ เพียบพร้อมที่จะทำให้คนกรุงเทพตัดสินใจ และวางใจได้ในการทำหน้าที่ตัวแทนของพวกเรา
.
.
ทบ.เผยสแกมเมอร์ใน “กัมพูชา” แห่ย้ายที่ตั้ง ชี้แนวโน้มการหลอกลวงออนไลน์ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
.
จากสถานการณ์ความตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา วันนี้ (20 ธันวาคม 2568) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ปัจจุบันการปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยเป็นไปตามแผนและอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างใกล้ชิด และมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของประเทศ และความปลอดภัยของประชาชน
.
โฆษกกองทัพบกระบุว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยมุ่งปฏิบัติต่อพื้นที่เป้าหมายทางทหารเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่สภาพภายนอกอาจจะดูมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้งานด้านพลเรือน แต่เมื่อตรวจสอบละเอียด พบว่าได้ถูกใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารเต็มรูปแบบ โดยใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหารในการควบคุมสั่งการปฏิบัติการเพื่อกิจกรรมทางทหาร และใช้เป็นสถานที่ซ่องสุมกำลัง สั่งสมอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงใช้เป็นสถานที่เตรียมการใช้งานโดรนดัดแปลงติดอาวุธใช้ปฏิบัติการต่อฝ่ายไทย ด้วยลักษณะดังกล่าวจึงทำให้สถานที่เหล่านั้นถูกระบุเป็นเป้าหมายทางทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
อีกทั้งพื้นที่ในลักษณะดังกล่าวมักถูกใช้ควบคู่กัน ทั้งการใช้เพื่อปฏิบัติการทางทหาร และเป็นแหล่งที่ตั้งของขบวนการฉ้อโกงสังคมโลกอย่างสแกมเมอร์ ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้ ส่งผลให้กลุ่มสแกมเมอร์เหล่านั้นได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้แหล่งปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์ถูกจำกัดและถูกรบกวนอย่างมาก
JJNY : ยิ่งชีพมองกกต.ไม่ผิด แต่ทำดีกว่านี้ได้│เลขาปชน.รับกระทบเสียงโหวต│ทบ.เผยสแกมเมอร์แห่ย้าย│กต.ย้ำ ไม่มีอะไรกดดันไทย
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5513954
.
.
ยิ่งชีพ ไอลอว์ ชี้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า ลงประชามติไม่ได้ มองกกต.ไม่ผิด แต่ทำดีกว่านี้ได้
.
เลือกตั้งล่วงหน้า – เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2568 นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า
.
วันที่ 20 ธันวาคมนี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตแล้ว แต่ยังไม่มีประกาศทางการว่า วันเลือกตั้งจะต้องออกเสียงประชามติด้วย มีแต่คำให้สัมภาษณ์ยืนยัน 95%
ปัญหาก็คือ คนที่ลงทะเบียน จะไม่มีทางลงทะเบียนประชามติไปพร้อมกันได้ และหากมีประกาศประชามติออกมาภายหลัง คนเหล่านี้อาจต้องไปลงทะเบียนใหม่รอบสอง หรือเสียสิทธิประชามติไปเลย
.
เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดกกต. ที่ประกาศประชามติมาช้า
แต่กกต. ทำดีกว่านี้ได้อีกมากเพื่อรักษาทุกสิทธิทุกเสียง
.
อย่างน้อยตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงในวันนี้
อย่างน้อยหน่อย ออกมาให้สัมภาษณ์ตอบคำถาม
อย่างน้อยที่สุด ออกแถลงกระดาษสักฉบับ อธิบายสิ่งนี้ก็ดี
.
นายยิ่งชีพ โพสต์อีกว่า
.
“เลือกตั้งล่วงหน้า+นอกเขต” คำนี้เวลาพูดต้องพูดเป็นแพคจะได้ไม่งง
.
การเลือกตั้งล่วงหน้า แต่ว่าไปใช้สิทธิ์ที่บ้าน ไม่มีเปิด ให้ประชาชนทั่วไปทำได้
การเลือกตั้งนอกเขตแต่ไปออกเสียงวันจริง ไม่มีอยู่
.
ใครไม่สะดวกวันที่ 8 กุมภาพันธ์ต้องไป “เลือกตั้งล่วงหน้า+นอกเขต” แปลว่าไปใช้สิทธิ์วันที่ 1 กุมภาพันธ์และต้องไปใช้สิทธิ์ในพื้นที่อื่นที่ไม่ใช่บ้านตามทะเบียนบ้าน
.
ส่วนประชามติ ยังไม่รู้ว่าจะทำยังไง
เป็นไปได้สูงว่า จะให้ทำประชามตินอกเขตแต่ไปออกเสียงวันจริง ซึ่งลงทะเบียนแยกกันต่างหาก
.
พูดเรื่องนี้หลายรอบแล้ว
พูดเองก็งงเอง วนไปวนมา
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid07H2aw6UCFKV6TrRFXJ6ZHe77CSnn3pceBvpKXKP1Mj8pmnUeibhDtmsTV9TN44zfl
.
https://www.facebook.com/pow.ilaw/posts/pfbid0365ZvXkfCwhKJpscYMwjjbWcz9F4St5Q7gZ9xQUnitUwyrDwH3hY57oc8qu2EwBwol
.
.
เลขาปชน. รับกระแส โหวตหนู-ปะทะชายแดน กระทบเสียงโหวต
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news/news_5513988
.
เลขาปชน. รับกระแส โหวตหนู-ปะทะชายแดน กระทบเสียงโหวต เร่งชี้แจง มั่นใจกวาด 33 ที่นั่งกทม.
.
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ที่ศูนย์ประสานงานพรรคประชาชน บางขุนเทียน วันที่ 20 ธันวาคม พรรคประชาชน แคมเปญ ชักธงรบ เตรียมความพร้อม กรุงเทพมหานคร ต้องชนะ พรรคประชาชนจัดกิจกรรมพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองการทำงานการเมือง พร้อมกิจกรรมเสริมสร้างความสัมพันธ์ในบรรยากาศเป็นกันเอง และร่วมวางพลังอนาคตไปด้วยกัน ซึ่งเชิญนายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีตสส.บางขุนเทียน และว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.ฝั่งธนบุรี พรรคประชาชน มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนในพื้นที่
.
โดยนายศรายุทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลโพลที่ความนิยมของพรรคประชาชนลดลงจากการยกมือให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงไม่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาช่วยดึงดูดคะแนน พรรคประชาชนจะทำอย่างไรนั้น นายศรายุทธิ์กล่าวว่า จากผลโพลที่ลดลงหลายคนกังวลว่าจะทำให้เราพ่ายแพ้หรือไม่ แต่ถ้าสังเกตให้ดีคะแนนที่ลดลงไม่ได้ไปอยู่ฝั่งไหน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ หมายความว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือประมาณ 50 วัน เราสามารถรณรงค์ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และเชื่อว่าประชาชนจะกลับมาให้การยอมรับและความเชื่อมั่นตัดสินใจเลือกพรรคประชาชนของเรา
.
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีการปะทะกันอยู่ ในขณะที่พรรคประชาชนในอดีตเคยรณรงค์ว่าทหารมีไว้ทำไม แล้วถูกนำมาโจมตีในการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำอย่างไร นายศรายุทธิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราถูกโจมตีเรื่องนี้จากหลายทาง ซึ่งเรายังไม่สามารถชี้แจงกับประชาชนเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ช่วงเวลาอีกประมาณ 50 วัน ประชาชนจะตื่นตัว จะรับฟังข้อมูลจากทุกฝ่าย เป็นโอกาสดีที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนได้ และยังเชื่อคะแนนของพรรคแม้ผลโพลจะลดลงเพราะคะแนนไปกองอยู่ที่คนยังไม่ตัดสินใจ
.
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่เหมือนในอดีตที่มีกระแสเบื่อลุง แต่ครั้งนี้มีกระแสรักชาติจากสถานการณ์ชายแดน ถือว่าพรรคเสียเปรียบหรือไม่ นายศรายุทธิ์กล่าวว่า เชื่อว่ากระแสการเลือกตั้งและสถานการณ์แต่ละครั้งต่างกัน แม้ครั้งนี้ไม่มีกระแสเบื่อลุง แต่ยังมีกระแสความไม่พอใจกับการแก้ปัญหาของรัฐบาล พรรคประชาชนชนะเลือกตั้งแต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ มีรัฐบาลมา 2 ปีกว่า มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย รัฐบาลไม่มีเสถียรภาพ เปลี่ยนนายกฯ 3 ครั้ง
.
ขณะที่สถานการณ์ชายแดนก่อให้เกิดปัญหาต่อประเทศ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สแกมเมอร์ คิดว่าบรรยากาศปัจจุบัน ประชาชนรู้สึกหมดหวังกับสภาพที่กำลังเผชิญอยู่ ถ้าพรรคประชาชนมีนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชน มีทีมบริหารที่ประชาชนเชื่อมือ เชื่อว่ายังมีโอกาสอยู่ และการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกจริงๆ เนื่องจากการเลือกตั้งที่ผ่านมายังมี ส.ว.อยู่ และเมื่อย้อนหลังไป 15 ปี การเลือกตั้งไม่นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลตามเสียงของประชาชน ครั้งสุดท้ายคือปี 2554 ที่ประชาชนเลือกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีและได้เป็นรัฐบาล แต่หลังจากนั้นผลการเลือกตั้ง 2 ครั้งสุดท้าย ผลของการเลือกตั้งไม่ได้นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาล นี่คือโอกาสที่ประชาชนจะรู้สึกว่าครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ ที่เขาจะมีส่วนเลือกอนาคตจริงๆ มั่นใจทีมงานพรรคประชาชนที่ทำงานมาต่อเนื่อง มั่นใจว่านโยบายของเราตอบโจทย์ประชาชนได้
.
ส่วนจุดยืนเรื่องมาตรา 112 ยังเหมือนเดิมหรือไม่ คงพูดไม่ได้ หลังมีคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ ตนเองคิดว่าจะดีกว่าถ้าเราไม่พูดและไม่พูดเรื่องนี้ในการเลือกตั้ง ขณะที่ปัญหาผู้สมัครคนเก่าไม่ได้ไปต่อกับพรรค ผู้สมัครมีการเปลี่ยนแปลงทุกครั้ง เช่น เขตบางขุนเทียน อย่างนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีต ส.ส.กทม. ก็ไม่ได้ลงสมัคร ส.ส.เขต พรรคมีความเป็นมวลชน ประชาชนสมาชิกพรรคมีส่วนร่วม มีความเป็นเจ้าของ ดังนั้น ในการตัดสินใจเลือกแต่ละครั้ง บางเขตอาจมีผู้สมัครเยอะ แต่เราเลือกได้แค่คนเดียว สำหรับคนที่ไม่เห็นด้วยก็แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่คิดว่าสมาชิกส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพรรคอยู่
.
พรรคมีความสำคัญกว่าตัวบุคคลตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ แนวทางในการสร้างพรรคของเราคือพรรคเป็นสถาบันการเมืองอย่างแท้จริง ทุกคนร่วมกันเป็นเจ้าของ ดังนั้น จะเห็นว่าความนิยมของพรรคจะสูงกว่าความนิยมของตัวบุคคล และคะแนนความเลือกตั้งในแต่ละเขตก็เป็นแบบนั้นในการเลือกตั้งปี 66 มั่นใจว่าความแข็งแกร่งของพรรคมีมากกว่าตัวบุคคล
.
เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีกระแสความนิยมของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เหมือนกับกระแสของนายพิธาที่มีออร่ามากกว่า นายศรายุทธิ์กล่าวว่า ความนิยมของนายพิธาเกิดขึ้น 1 เดือนก่อนการเลือกตั้ง นายณัฐพงษ์ยังมีเวลาเหลืออีก 7 สัปดาห์ที่จะทำให้มีกระแสความนิยมได้ ซึ่งเชื่อว่าความนิยมของตัวบุคคลของก่อนการเลือกตั้ง เกิดจากประชาชนมีความหวังที่มีต่อพรรคและนโยบายของพรรค อยากให้พรรคนี้เป็นรัฐบาล ทำให้คะแนนความนิยมบุคคลเพิ่มตาม เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมนายณัฐพงษ์จะเจิดจรัสไม่น้อยกว่านายพิธา
.
เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์ว่าหากพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนจะไปเป็นฝ่ายค้าน เป็นการปิดทางจับมือในอนาคตหรือไม่ นายศรายุทธิ์กล่าวว่า ไม่ แต่นายณัฐพงษ์มองความเป็นไปได้ คงไม่ได้หมายความว่าปิดทาง 100% แต่เป็นสิ่งที่ชี้ว่าเป็นการแข่งขันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน ในการเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ดังนั้น ถ้าอยากเห็นพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลจะต้องเลือกให้พรรคอันดับ 2 และ 3 ไม่สามารถจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลได้ เชื่อว่าเนื้อหาที่นายณัฐพงษ์พูดน่าจะหมายถึงแบบนี้มากกว่า เพราะถ้าพรรคประชาชนไม่ชนะเด็ดขาด โอกาสที่จะได้เป็นรัฐบาล พรรคอันดับ 2 และ 3 อาจจะจับขั้วกันเหมือนครั้งที่ผ่านมา
.
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ อดีตสส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เราได้สส. 32 เขต และรอบนี้เราจะได้เพิ่มอีก 1 เขต เป็น 33 เขต คาดว่าพื้นที่ กทม.ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ที่ระบุว่าเราจะกวาดที่นั่งทุกพื้นที่ในกรุงเทพฯ หลายสื่อก็บอกว่าเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายเราก็ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เกิดขึ้นจริงในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในการเลือกตั้งครั้งนี้เชื่อว่าชาวกทม.จะยังสนับสนุน ผู้สมัครสส.และนโยบายของพรรค เพราะเรามีทีมบริหารและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน และรองนายกรัฐมนตรีที่ได้เปิดตัวไปแล้ว ที่จะเพิ่ม การตัดสินใจให้กับประชาชนได้มากพอสมควร
.
ทั้งนี้นายณัฐชายังยืนยันและมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะสามารถชนะได้ทั้ง 33 เขต จอง กทม. ในฐานะที่ดูพื้นที่ของกทม. เห็นตัวผู้สมัครครบทั้ง 33 คนแล้ว เรามั่นใจว่าผู้สมัครของเรามีคุณสมบัติครบ เพียบพร้อมที่จะทำให้คนกรุงเทพตัดสินใจ และวางใจได้ในการทำหน้าที่ตัวแทนของพวกเรา
.
.
.
โฆษกกองทัพบกระบุว่า การดำเนินการของฝ่ายไทยมุ่งปฏิบัติต่อพื้นที่เป้าหมายทางทหารเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่สภาพภายนอกอาจจะดูมีลักษณะเป็นสิ่งปลูกสร้างเพื่อใช้งานด้านพลเรือน แต่เมื่อตรวจสอบละเอียด พบว่าได้ถูกใช้งานเพื่อวัตถุประสงค์ทางการทหารเต็มรูปแบบ โดยใช้เป็นฐานที่มั่นทางทหารในการควบคุมสั่งการปฏิบัติการเพื่อกิจกรรมทางทหาร และใช้เป็นสถานที่ซ่องสุมกำลัง สั่งสมอาวุธยุทโธปกรณ์ รวมถึงใช้เป็นสถานที่เตรียมการใช้งานโดรนดัดแปลงติดอาวุธใช้ปฏิบัติการต่อฝ่ายไทย ด้วยลักษณะดังกล่าวจึงทำให้สถานที่เหล่านั้นถูกระบุเป็นเป้าหมายทางทหารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
อีกทั้งพื้นที่ในลักษณะดังกล่าวมักถูกใช้ควบคู่กัน ทั้งการใช้เพื่อปฏิบัติการทางทหาร และเป็นแหล่งที่ตั้งของขบวนการฉ้อโกงสังคมโลกอย่างสแกมเมอร์ ซึ่งน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้ ส่งผลให้กลุ่มสแกมเมอร์เหล่านั้นได้รับผลกระทบไปด้วยอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ทำให้แหล่งปฏิบัติการของขบวนการสแกมเมอร์ถูกจำกัดและถูกรบกวนอย่างมาก