1. เสียง "แครก" ของไอศกรีม
Magnum
สิ่งที่คุณเห็น: เคลือบช็อกโกแลตหนาๆ ที่กัดแล้วแตก
ความจงใจ: ไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่นี่คือ
"Sonic Branding" (การสร้างแบรนด์ด้วยเสียง) ทีมวิศวกรอาหารของ Unilever ต้องออกแบบความหนาและองศาความโค้งของช็อกโกแลตอย่างแม่นยำ เพื่อให้เมื่อกัดแล้วเกิดเสียงคลื่นความถี่เฉพาะที่กระตุ้นความรู้สึก "
Premium" ในสมอง เสียงนี้ถูกจดลิขสิทธิ์และคำนวณมาแล้วว่าต้องดังระดับนี้เท่านั้นถึงจะรู้สึกฟินที่สุด
Reference: "Nothing Cracks Like Magnum" campaign
2. ไฟสถานะ Sleep ของ
MacBook (ยุคที่มีไฟ)
สิ่งที่คุณเห็น: ไฟดวงเล็กๆ หน้าเครื่องที่กระพริบช้าๆ เวลาพับจอ
ความจงใจ: Apple ไม่ได้ให้ไฟกระพริบแบบสม่ำเสมอ (On-Off ปกติ) แต่จงใจเขียนโค้ดให้ไฟสว่างและดับในจังหวะ
"12 ครั้งต่อนาที" ซึ่งเท่ากับอัตราการหายใจของมนุษย์ขณะหลับ (Human Respiratory Rate) เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกโดยไม่รู้ตัวว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ "มีชีวิต" และกำลังหลับอยู่จริง ๆ สร้างความผูกพันทางอารมณ์
Reference: Apple Patent No. US 6,658,577 B2 ("Breathing Status LED Indicator")
3. ถังเก็บฝุ่นใสแจ๋วของเครื่องดูดฝุ่น
Dyson
สิ่งที่คุณเห็น: ถังเก็บฝุ่นที่เป็นพลาสติกใส มองเห็นขยะข้างใน
ความจงใจ: ในอดีตถังเก็บฝุ่นต้องทึบเพื่อปิดบังความสกปรก แต่ Sir James Dyson ค้นพบ
"จิตวิทยาแห่งความสำเร็จ" เขาจงใจทำถังใสเพื่อให้ผู้ใช้เห็นปริมาณฝุ่นที่หมุนติ้ว การเห็น "ผลลัพธ์ของงาน" (ขยะกองโต) ทันทีที่กดปุ่ม จะหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ทำให้ผู้ใช้รู้สึกพึงพอใจว่าบ้านสะอาดขึ้นจริง ๆ และอยากดูดฝุ่นบ่อยขึ้น
Reference: Honest Design by Sir James Dyson
4. โต๊ะกลมในร้าน
Starbucks
สิ่งที่คุณเห็น: โต๊ะเล็กๆ ทรงกลมที่มีอยู่ทุกสาขา
ความจงใจ: ไม่ใช่เรื่องประหยัดพื้นที่ แต่เป็นเรื่อง
"ความโดดเดี่ยว" โต๊ะสี่เหลี่ยมจะมีด้านและหัวโต๊ะที่ชัดเจน ทำให้คนที่มาคนเดียวรู้สึก "ที่ว่างตรงข้าม" หายไป แต่โต๊ะกลมไม่มีด้านที่ชัดเจน ช่วยลวงสมองให้ลูกค้ารู้สึกว่า "การนั่งคนเดียวดูไม่แปลกแยก" (Less lonely) ทำให้ลูกค้านั่งแช่ได้นานขึ้นโดยไม่เคอะเขิน
Reference: Grande Expectations A Year in the Life of Starbucks Stock by Karen Blumenthal
5. ปุ่ม
Shuffle ของ
Apple Music และ
Spotify
สิ่งที่คุณเห็น: ระบบสุ่มเพลงที่ดูเหมือนสุ่มมั่วๆ
ความจงใจ: เดิมทีระบบสุ่มคือ Random จริง ๆ (คณิตศาสตร์) แต่คนกลับรู้สึกว่ามัน "ไม่สุ่ม" (เพราะบางทีเพลงศิลปินเดิมมาติดกัน 3 เพลง ซึ่งเป็นไปได้ในทางสถิติ) วิศวกรจึงต้องแก้ระบบใหม่ให้
"ไม่ Random จริง" โดยจงใจกระจายประเภทเพลงให้ห่างกัน เพื่อหลอกสมองมนุษย์ให้รู้สึกว่านี่แหละคือการสุ่มที่แท้จริง
Reference: Spotify Engineering Blog "How to make random feel more random"
6. เสียงปิดประตูรถยนต์
Luxury (The Thunk)
สิ่งที่คุณเห็น: ประตูรถยุโรปที่ปิดแล้วเสียงแน่น ทุ้ม
ความจงใจ: ไม่ได้เกิดจากเหล็กหนาอย่างเดียว แต่เกิดจากทีม
"Psychoacoustics" ที่จงใจออกแบบยางขอบประตู ตัว Lock และวัสดุซับเสียง ให้เกิดเสียงความถี่ต่ำ (Low Frequency) เฉพาะตัว เพื่อสร้างภาพจำว่า "
เสียงทุ้ม = ความปลอดภัยและราคาแพง" รถราคาถูกต่อให้เหล็กหนาแค่ไหน ถ้าไม่ได้จูนเสียงนี้ ก็จะฟังดู "กลวง" อยู่ดี
7. ลายจุดบนขอบกระจกหน้ารถ (Frit Bands)
สิ่งที่คุณเห็น: แถบสีดำและจุดเล็กๆ ไล่ระดับรอบกระจกรถ
ความจงใจ: ไม่ใช่แค่กันแดด แต่มันคือ
"วิศวกรรมการเชื่อมต่อ" กระจกกับตัวรถเชื่อมกันด้วยกาว แถบดำนี้ทำหน้าที่ปกป้องกาวจากรังสี UV ไม่ให้เสื่อมสภาพจนกระจกหลุด ส่วน "จุดไล่ระดับ" (Dot Matrix) มีไว้เพื่อกระจายความร้อน ป้องกันไม่ให้กระจกแตกจากการขยายตัวที่ไม่เท่ากันระหว่างจุดสีดำ (ร้อนจัด) และกระจกใส
8. ขนแปรงสีฟ้าบน
แปรงสีฟัน (Indicator Bristles)
สิ่งที่คุณเห็น: ขนแปรงสีฟันที่มีสีฟ้าแซมอยู่ แล้วสีค่อยๆ จาง
ความจงใจ: นี่คืองานออกแบบเพื่อแก้
"User Error" คนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปรงสีฟันตามกำหนด (3 เดือน) เพราะจำไม่ได้และเสียดาย แบรนด์อย่าง Oral-B จึงจงใจใส่สีย้อมที่สลายตัวได้เมื่อโดนน้ำและแรงเสียดทาน เพื่อเป็น Visual Signal บอกว่า "ประสิทธิภาพตกแล้วนะ" เป็นการกระตุ้นยอดขายผ่านความห่วงใยสุขภาพ
Reference: Patent US20080256725A1
9. ผิวขรุขระของ
กระดาษชำระ (Toilet Paper Emboss)
สิ่งที่คุณเห็น: ลายดอกไม้ หรือลายบุ๋ม ๆ บนทิชชู่
ความจงใจ: ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อ
"Physics of Friction" (ฟิสิกส์ของแรงเสียดทาน) ถ้ากระดาษเรียบเกินไป มันจะปาดสิ่งสกปรกออกไปด้านข้าง (Smear) แทนที่จะเช็ดออก ลายบุ๋มนี้เพิ่มพื้นที่ผิวในการกักเก็บสิ่งสกปรก และเพิ่มความหนา (Loft) เพื่อการซึมซับ โดยใช้วัสดุเท่าเดิม
Reference: Tissue Paper Engineering
10. กลิ่น "
รถใหม่" (
New Car Smell)
สิ่งที่คุณเห็น: กลิ่นหอมเฉพาะตัวเวลาถอยรถป้ายแดง
ความจงใจ: ปัจจุบันวัสดุภายในรถแทบไม่มีกลิ่นแรงแล้ว แต่ลูกค้ายังโหยหากลิ่นนี้ แบรนด์รถยนต์จึงมีทีม
"Nose Team" เพื่อปรุงกลิ่นสังเคราะห์ของ "หนัง, กาว, และพลาสติก" แล้วพ่นเคลือบไว้ในห้องโดยสารก่อนส่งมอบ เพื่อสร้างความรู้สึกแห่งความภาคภูมิใจในการซื้อของใหม่
11. รูปร่างของแผ่น
มันฝรั่ง Pringles
สิ่งที่คุณเห็น: แผ่นมันฝรั่งทรงโค้งงอ
ความจงใจ: ในทางคณิตศาสตร์มันคือรูปทรง
"Hyperbolic Paraboloid" ซูเปอร์คอมพิวเตอร์คำนวณมาแล้วว่า ทรงนี้ทนแรงกดได้ดีที่สุด ไม่แตกหักง่ายเมื่อซ้อนกัน และที่สำคัญคือ "แอโรไดนามิก" (Aerodynamic) เวลาแผ่นมันฝรั่งถูกสไลด์ลงท่อกระป๋องด้วยความเร็วสูง มันจะไม่ปลิวว่อน แต่จะร่อนลงไปซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
12. การเรียงสินค้าใน
IKEA (The Fixed Path)
สิ่งที่คุณเห็น: ทางเดินบังคับที่คดเคี้ยวเหมือนเขาวงกต
ความจงใจ: IKEA จงใจออกแบบ
"One-way System" เพื่อสร้างปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า
"Gruen Effect" การทำให้ลูกค้าหลงทิศทางเล็กน้อยและต้องเดินผ่านสินค้าทุกแผนก จะทำให้ลูกค้าซื้อของที่ "
ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อ" (Impulse Buy) เพราะกลัวว่าถ้าเดินผ่านไปแล้วจะหาทางกลับมาเอาไม่ได้อีก
13. ฟีเจอร์ "ดึงเพื่อ
รีเฟรช" (Pull-to-
Refresh) ใน Social Media
สิ่งที่คุณเห็น: เวลาใช้นิ้วดึงหน้าจอลงเพื่อโหลดฟีดใหม่ จะมีไอคอนหมุน ๆ
ความจงใจ: นี่คือการออกแบบโดยเลียนแบบ
"ตู้สล็อตแมชชีน" (Slot Machine) พฤติกรรม ดึง-รอ-ลุ้น ว่าจะมี Post ใหม่ (รางวัล) อะไรขึ้นมาบ้าง เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเสพติด (Intermittent Reinforcement) อย่างรุนแรง ทำให้เราวางมือถือไม่ลง
Reference: Loren Brichter
14.
รอยบากข้างกล่องนม/น้ำผลไม้ (Tetra Pak)
สิ่งที่คุณเห็น: "ปีก" สามเหลี่ยมด้านข้างกล่องนม UHT ที่ถูกพับเก็บไว้
ความจงใจ: นอกจากเรื่องการพับกล่องแล้ว หากสังเกตดีๆ บางยี่ห้อจะมีรหัสสีหรือจุดสีเล็กๆ ที่ก้นกล่องหรือใต้ปีก นั่นคือ
"Eye Mark" เซนเซอร์ในโรงงานจะใช้อ่านจุดนี้เพื่อตัดม้วนกระดาษบรรจุภัณฑ์ให้ตรงเป๊ะ ถ้าไม่มีจุดนี้ เครื่องจักรจะตัดซองเบี้ยวจนโลโก้แหว่ง
15. ความ
เย็นซ่าของ
ยาสีฟัน (The Mint Tingle)
สิ่งที่คุณเห็น: ความรู้สึกเย็นสดชื่นหลังแปรงฟัน
ความจงใจ: ความจริงคือ "ความสะอาดไม่มีรสชาติ" และสารทำความสะอาดก็ไม่ได้ทำให้เย็น
Claude Hopkins นักการตลาดในตำนาน เป็นคนเริ่มใส่รสมินต์เพื่อให้เกิด
"ความระคายเคืองเล็กน้อย" (Trigeminal sensation) เพื่อให้สมองผู้ใช้จำว่า "
ถ้าเย็น =
สะอาด" ถ้าวันไหนแปรงแล้วไม่เย็น เราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้แปรง ทั้งที่ฟันสะอาดเท่ากัน
Reference: The Power of Habit by Charles Duhigg
สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่ให้ "
ใช้งานได้" แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ "
ควบคุมความรู้สึก" ของเรา ตั้งแต่เสียง กลิ่น ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้งาน นี่คือศิลปะขั้นสูงของการออกแบบที่ผสานกับ
จิตวิทยามนุษย์ จนกลายเป็นสินค้าที่
เปลี่ยนโลก
เจาะ 15 Design สินค้าดังที่คุณใช้ทุกวัน เบื้องหลังคือจิตวิทยา และวิศวกรรมอัจฉริยะ ที่ถูกคำนวณมาอย่าง "เด็ดขาด" เพื่อคุณ
สิ่งที่คุณเห็น: เคลือบช็อกโกแลตหนาๆ ที่กัดแล้วแตก
ความจงใจ: ไม่ใช่แค่ความอร่อย แต่นี่คือ "Sonic Branding" (การสร้างแบรนด์ด้วยเสียง) ทีมวิศวกรอาหารของ Unilever ต้องออกแบบความหนาและองศาความโค้งของช็อกโกแลตอย่างแม่นยำ เพื่อให้เมื่อกัดแล้วเกิดเสียงคลื่นความถี่เฉพาะที่กระตุ้นความรู้สึก "Premium" ในสมอง เสียงนี้ถูกจดลิขสิทธิ์และคำนวณมาแล้วว่าต้องดังระดับนี้เท่านั้นถึงจะรู้สึกฟินที่สุด
Reference: "Nothing Cracks Like Magnum" campaign
2. ไฟสถานะ Sleep ของ MacBook (ยุคที่มีไฟ)
สิ่งที่คุณเห็น: ไฟดวงเล็กๆ หน้าเครื่องที่กระพริบช้าๆ เวลาพับจอ
ความจงใจ: Apple ไม่ได้ให้ไฟกระพริบแบบสม่ำเสมอ (On-Off ปกติ) แต่จงใจเขียนโค้ดให้ไฟสว่างและดับในจังหวะ "12 ครั้งต่อนาที" ซึ่งเท่ากับอัตราการหายใจของมนุษย์ขณะหลับ (Human Respiratory Rate) เพื่อให้ผู้ใช้รู้สึกโดยไม่รู้ตัวว่าคอมพิวเตอร์เครื่องนี้ "มีชีวิต" และกำลังหลับอยู่จริง ๆ สร้างความผูกพันทางอารมณ์
Reference: Apple Patent No. US 6,658,577 B2 ("Breathing Status LED Indicator")
3. ถังเก็บฝุ่นใสแจ๋วของเครื่องดูดฝุ่น Dyson
สิ่งที่คุณเห็น: ถังเก็บฝุ่นที่เป็นพลาสติกใส มองเห็นขยะข้างใน
ความจงใจ: ในอดีตถังเก็บฝุ่นต้องทึบเพื่อปิดบังความสกปรก แต่ Sir James Dyson ค้นพบ "จิตวิทยาแห่งความสำเร็จ" เขาจงใจทำถังใสเพื่อให้ผู้ใช้เห็นปริมาณฝุ่นที่หมุนติ้ว การเห็น "ผลลัพธ์ของงาน" (ขยะกองโต) ทันทีที่กดปุ่ม จะหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ทำให้ผู้ใช้รู้สึกพึงพอใจว่าบ้านสะอาดขึ้นจริง ๆ และอยากดูดฝุ่นบ่อยขึ้น
Reference: Honest Design by Sir James Dyson
4. โต๊ะกลมในร้าน Starbucks
สิ่งที่คุณเห็น: โต๊ะเล็กๆ ทรงกลมที่มีอยู่ทุกสาขา
ความจงใจ: ไม่ใช่เรื่องประหยัดพื้นที่ แต่เป็นเรื่อง "ความโดดเดี่ยว" โต๊ะสี่เหลี่ยมจะมีด้านและหัวโต๊ะที่ชัดเจน ทำให้คนที่มาคนเดียวรู้สึก "ที่ว่างตรงข้าม" หายไป แต่โต๊ะกลมไม่มีด้านที่ชัดเจน ช่วยลวงสมองให้ลูกค้ารู้สึกว่า "การนั่งคนเดียวดูไม่แปลกแยก" (Less lonely) ทำให้ลูกค้านั่งแช่ได้นานขึ้นโดยไม่เคอะเขิน
Reference: Grande Expectations A Year in the Life of Starbucks Stock by Karen Blumenthal
5. ปุ่ม Shuffle ของ Apple Music และ Spotify
สิ่งที่คุณเห็น: ระบบสุ่มเพลงที่ดูเหมือนสุ่มมั่วๆ
ความจงใจ: เดิมทีระบบสุ่มคือ Random จริง ๆ (คณิตศาสตร์) แต่คนกลับรู้สึกว่ามัน "ไม่สุ่ม" (เพราะบางทีเพลงศิลปินเดิมมาติดกัน 3 เพลง ซึ่งเป็นไปได้ในทางสถิติ) วิศวกรจึงต้องแก้ระบบใหม่ให้ "ไม่ Random จริง" โดยจงใจกระจายประเภทเพลงให้ห่างกัน เพื่อหลอกสมองมนุษย์ให้รู้สึกว่านี่แหละคือการสุ่มที่แท้จริง
Reference: Spotify Engineering Blog "How to make random feel more random"
6. เสียงปิดประตูรถยนต์ Luxury (The Thunk)
สิ่งที่คุณเห็น: ประตูรถยุโรปที่ปิดแล้วเสียงแน่น ทุ้ม
ความจงใจ: ไม่ได้เกิดจากเหล็กหนาอย่างเดียว แต่เกิดจากทีม "Psychoacoustics" ที่จงใจออกแบบยางขอบประตู ตัว Lock และวัสดุซับเสียง ให้เกิดเสียงความถี่ต่ำ (Low Frequency) เฉพาะตัว เพื่อสร้างภาพจำว่า "เสียงทุ้ม = ความปลอดภัยและราคาแพง" รถราคาถูกต่อให้เหล็กหนาแค่ไหน ถ้าไม่ได้จูนเสียงนี้ ก็จะฟังดู "กลวง" อยู่ดี
7. ลายจุดบนขอบกระจกหน้ารถ (Frit Bands)
สิ่งที่คุณเห็น: แถบสีดำและจุดเล็กๆ ไล่ระดับรอบกระจกรถ
ความจงใจ: ไม่ใช่แค่กันแดด แต่มันคือ "วิศวกรรมการเชื่อมต่อ" กระจกกับตัวรถเชื่อมกันด้วยกาว แถบดำนี้ทำหน้าที่ปกป้องกาวจากรังสี UV ไม่ให้เสื่อมสภาพจนกระจกหลุด ส่วน "จุดไล่ระดับ" (Dot Matrix) มีไว้เพื่อกระจายความร้อน ป้องกันไม่ให้กระจกแตกจากการขยายตัวที่ไม่เท่ากันระหว่างจุดสีดำ (ร้อนจัด) และกระจกใส
8. ขนแปรงสีฟ้าบนแปรงสีฟัน (Indicator Bristles)
สิ่งที่คุณเห็น: ขนแปรงสีฟันที่มีสีฟ้าแซมอยู่ แล้วสีค่อยๆ จาง
ความจงใจ: นี่คืองานออกแบบเพื่อแก้ "User Error" คนส่วนใหญ่ไม่เปลี่ยนแปรงสีฟันตามกำหนด (3 เดือน) เพราะจำไม่ได้และเสียดาย แบรนด์อย่าง Oral-B จึงจงใจใส่สีย้อมที่สลายตัวได้เมื่อโดนน้ำและแรงเสียดทาน เพื่อเป็น Visual Signal บอกว่า "ประสิทธิภาพตกแล้วนะ" เป็นการกระตุ้นยอดขายผ่านความห่วงใยสุขภาพ
Reference: Patent US20080256725A1
9. ผิวขรุขระของกระดาษชำระ (Toilet Paper Emboss)
สิ่งที่คุณเห็น: ลายดอกไม้ หรือลายบุ๋ม ๆ บนทิชชู่
ความจงใจ: ไม่ใช่เพื่อความสวยงาม แต่เพื่อ "Physics of Friction" (ฟิสิกส์ของแรงเสียดทาน) ถ้ากระดาษเรียบเกินไป มันจะปาดสิ่งสกปรกออกไปด้านข้าง (Smear) แทนที่จะเช็ดออก ลายบุ๋มนี้เพิ่มพื้นที่ผิวในการกักเก็บสิ่งสกปรก และเพิ่มความหนา (Loft) เพื่อการซึมซับ โดยใช้วัสดุเท่าเดิม
Reference: Tissue Paper Engineering
10. กลิ่น "รถใหม่" (New Car Smell)
สิ่งที่คุณเห็น: กลิ่นหอมเฉพาะตัวเวลาถอยรถป้ายแดง
ความจงใจ: ปัจจุบันวัสดุภายในรถแทบไม่มีกลิ่นแรงแล้ว แต่ลูกค้ายังโหยหากลิ่นนี้ แบรนด์รถยนต์จึงมีทีม "Nose Team" เพื่อปรุงกลิ่นสังเคราะห์ของ "หนัง, กาว, และพลาสติก" แล้วพ่นเคลือบไว้ในห้องโดยสารก่อนส่งมอบ เพื่อสร้างความรู้สึกแห่งความภาคภูมิใจในการซื้อของใหม่
11. รูปร่างของแผ่นมันฝรั่ง Pringles
สิ่งที่คุณเห็น: แผ่นมันฝรั่งทรงโค้งงอ
ความจงใจ: ในทางคณิตศาสตร์มันคือรูปทรง "Hyperbolic Paraboloid" ซูเปอร์คอมพิวเตอร์คำนวณมาแล้วว่า ทรงนี้ทนแรงกดได้ดีที่สุด ไม่แตกหักง่ายเมื่อซ้อนกัน และที่สำคัญคือ "แอโรไดนามิก" (Aerodynamic) เวลาแผ่นมันฝรั่งถูกสไลด์ลงท่อกระป๋องด้วยความเร็วสูง มันจะไม่ปลิวว่อน แต่จะร่อนลงไปซ้อนกันอย่างเป็นระเบียบ
12. การเรียงสินค้าใน IKEA (The Fixed Path)
สิ่งที่คุณเห็น: ทางเดินบังคับที่คดเคี้ยวเหมือนเขาวงกต
ความจงใจ: IKEA จงใจออกแบบ "One-way System" เพื่อสร้างปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่เรียกว่า "Gruen Effect" การทำให้ลูกค้าหลงทิศทางเล็กน้อยและต้องเดินผ่านสินค้าทุกแผนก จะทำให้ลูกค้าซื้อของที่ "ไม่ได้ตั้งใจมาซื้อ" (Impulse Buy) เพราะกลัวว่าถ้าเดินผ่านไปแล้วจะหาทางกลับมาเอาไม่ได้อีก
13. ฟีเจอร์ "ดึงเพื่อรีเฟรช" (Pull-to-Refresh) ใน Social Media
สิ่งที่คุณเห็น: เวลาใช้นิ้วดึงหน้าจอลงเพื่อโหลดฟีดใหม่ จะมีไอคอนหมุน ๆ
ความจงใจ: นี่คือการออกแบบโดยเลียนแบบ "ตู้สล็อตแมชชีน" (Slot Machine) พฤติกรรม ดึง-รอ-ลุ้น ว่าจะมี Post ใหม่ (รางวัล) อะไรขึ้นมาบ้าง เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเสพติด (Intermittent Reinforcement) อย่างรุนแรง ทำให้เราวางมือถือไม่ลง
Reference: Loren Brichter
14. รอยบากข้างกล่องนม/น้ำผลไม้ (Tetra Pak)
สิ่งที่คุณเห็น: "ปีก" สามเหลี่ยมด้านข้างกล่องนม UHT ที่ถูกพับเก็บไว้
ความจงใจ: นอกจากเรื่องการพับกล่องแล้ว หากสังเกตดีๆ บางยี่ห้อจะมีรหัสสีหรือจุดสีเล็กๆ ที่ก้นกล่องหรือใต้ปีก นั่นคือ "Eye Mark" เซนเซอร์ในโรงงานจะใช้อ่านจุดนี้เพื่อตัดม้วนกระดาษบรรจุภัณฑ์ให้ตรงเป๊ะ ถ้าไม่มีจุดนี้ เครื่องจักรจะตัดซองเบี้ยวจนโลโก้แหว่ง
15. ความเย็นซ่าของยาสีฟัน (The Mint Tingle)
สิ่งที่คุณเห็น: ความรู้สึกเย็นสดชื่นหลังแปรงฟัน
ความจงใจ: ความจริงคือ "ความสะอาดไม่มีรสชาติ" และสารทำความสะอาดก็ไม่ได้ทำให้เย็น Claude Hopkins นักการตลาดในตำนาน เป็นคนเริ่มใส่รสมินต์เพื่อให้เกิด "ความระคายเคืองเล็กน้อย" (Trigeminal sensation) เพื่อให้สมองผู้ใช้จำว่า "ถ้าเย็น = สะอาด" ถ้าวันไหนแปรงแล้วไม่เย็น เราจะรู้สึกเหมือนไม่ได้แปรง ทั้งที่ฟันสะอาดเท่ากัน
Reference: The Power of Habit by Charles Duhigg
สิ่งของเหล่านี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาแค่ให้ "ใช้งานได้" แต่ถูกออกแบบมาเพื่อ "ควบคุมความรู้สึก" ของเรา ตั้งแต่เสียง กลิ่น ไปจนถึงพฤติกรรมการใช้งาน นี่คือศิลปะขั้นสูงของการออกแบบที่ผสานกับจิตวิทยามนุษย์ จนกลายเป็นสินค้าที่เปลี่ยนโลก