ถ้าคุณกำลังเล็ง The Great Flood บน Netflix แล้วลังเลว่าจะกดดูดีไหม
รีวิวนี้จะช่วยประหยัดเวลาให้คุณได้ เพราะนี่คือหนังภัยพิบัติที่ทะเยอทะยาน… แต่ไม่เป็นมิตรกับคนดูเท่าไรนัก
🌊 รีวิว The Great Flood (Netflix)
หนังภัยพิบัติไซไฟ ที่ไม่ได้อยากเป็นแค่หนังน้ำท่วม
ถ้าพูดถึง
The Great Flood ภาพยนตร์ไซไฟ – ภัยพิบัติจาก
Netflix สิ่งแรกที่ต้องบอกเลยคือ
ผู้กำกับ
คิม บยองอู ไม่ได้อยากทำหนังน้ำท่วมธรรมดา ๆ แน่นอน
หนังพยายามจะเป็น มากกว่า หนังเอาชีวิตรอด
มันมีทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไซไฟ แนวปริศนา และคำถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับมนุษยชาติ
ซึ่งฟังดูน่าสนใจมาก…
แต่คำถามคือ มันเวิร์กจริงไหม?
🌧️ เรื่องย่อ The Great Flood (เล่าแบบไม่สปอยล์)
เรื่องเปิดด้วยภาพชวนเอ๊ะตั้งแต่ต้น
เด็กชายวัย 6 ขวบอย่าง
จาอิน (ควอน อึนซอง) ดูคลั่งไคล้การว่ายน้ำ และดำน้ำเป็นพิเศษ
ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
ขณะที่แม่ของเขา
อันนา (คิม ดามี) ยังงัวเงียอยู่ในอพาร์ตเมนต์สูง
พายุรุนแรงกำลังถล่มเมือง น้ำเริ่มท่วมจากถนน
จาก
“แค่เปียกเท้า” กลายเป็น
“น้ำขึ้นถึงเข่า” ในเวลาไม่นาน
และก่อนที่ใครจะตั้งตัวทัน…
น้ำก็ท่วมตึก
ในความโกลาหล เด็กกลับดีใจเพราะได้
“ว่ายน้ำในบ้าน”
(ใช่ค่ะ… ฟีลนี้แหละที่ทำให้คนดูแอบคิ้วขมวดตั้งแต่ต้น 😅)
อันนา จำใจทิ้งทุกอย่าง คว้ากระเป๋ายาสำคัญ แล้วพาลูกหนีน้ำขึ้นไปด้านบน
แต่ลิฟต์ใช้ไม่ได้ บันไดเต็มไปด้วยผู้คนหอบข้าวของราวกับจะหนีโลกแตก
ยังไม่รวมคลื่นยักษ์ ท่อแก๊สระเบิด และ
ความโกลาหลที่ถาโถมไม่หยุด
ก่อนที่เรื่องจะเฉลยว่า
อันนา ไม่ใช่แค่แม่ธรรมดา
เธอคือนักวิทยาศาสตร์ AI จากโครงการลับระดับโลก
และภัยพิบัติครั้งนี้… อาจเป็นมากกว่าน้ำท่วมธรรมชาติ
จากตรงนี้แหละ ที่หนังเริ่ม
“พลิกเกม”
และขออนุญาตติดเทปกาวปิดปากตัวเอง เพราะไปต่อคือสปอยล์ 🚫
🎭 การแสดงที่น่าจับตา
ต้องยอมรับว่า
คิม ดามี แบกเรื่องนี้ไว้พอสมควร
บทแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องปกป้องลูกท่ามกลางหายนะ
เธอทำได้ดี มีพลัง และน่าเชื่อถือ
แต่ปัญหาคือ…
อารมณ์ความเป็นแม่ที่ควรจะบีบหัวใจ
กลับถูกบดบังด้วยองค์ประกอบไซไฟ และแนวคิดที่หนังยัดเข้ามาเยอะเกินไป
จนบางครั้งเราไม่แน่ใจว่า
ควรอินกับความเป็นแม่
หรือควรตั้งคำถามกับ
“กฎของจักรวาล” ดี 😵💫
🤔 ความรู้สึกหลังดู (เมาท์ตรง ๆ)
เอาจริง ๆ ระหว่างดู เราแอบสงสัยมากว่า
อันนา นี่เคยเป็น นักดำน้ำอิสระระดับทีมชาติ มาก่อนหรือเปล่า
เพราะเธอกลั้นหายใจได้นานเหลือเชื่อ
ว่ายน้ำไกลมากในลมหายใจเดียว… และทำแบบนี้บ่อยมาก 😅
แต่ถ้านั่นเป็นแค่จุดเล็ก ๆ
ปัญหาใหญ่กว่าของ
The Great Flood คือโครงสร้างของหนัง
ครึ่งแรก → หนังเอาชีวิตรอดแบบดิบ ๆ ลุ้นจริง จมน้ำจริง เครียดจริง
ครึ่งหลัง → กลายเป็นไซไฟแนวคิดสูง ที่อยากให้คนดู
“ว้าว”
ปัญหาคือ การเชื่อมสองครึ่งนี้
ไม่เนียน
ราวกับเป็นหนังสองเรื่องที่พยายามยัดรวมกันในเรื่องเดียว
ความรู้สึกของคนดูเลยเปลี่ยนจาก
“ขออย่าให้เขาตายเลย”
กลายเป็น
“เดี๋ยว… เกิดอะไรขึ้นนะ?”
แทนที่จะลุ้น กลับต้องนั่งงง
แทนที่จะอิน กลับต้องคิดตามจนหลุดอารมณ์
🧠 ซับซ้อน vs ยุ่งเหยิง
ต้องแยกให้ออกระหว่าง
“ซับซ้อน” กับ “ยุ่งเหยิง”
The Great Flood เป็นหนังที่ ซับซ้อน
เพราะมันพยายามอธิบายโลก กฎ และความจริงของมัน
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ ยุ่งเหยิง
เพราะเล่าไม่เป็นระเบียบ และอธิบายมากกว่าที่อารมณ์คนดูจะรับไหว
หนังดูเหมือนอยากไปให้ถึงระดับ
Interstellar
แต่สุดท้ายกลับพาเราไปถึงจุดที่ต้อง…
เกาหัวมากกว่าอึ้งทึ่ง
🎬 ดูดีไหม?
ถ้าคุณชอบ
หนังภัยพิบัติที่ “คิดเยอะ”
ไซไฟแนวตั้งคำถามต่อมนุษยชาติ
หนังที่ดูแล้วอยากตีความต่อ
คุณอาจลองดูได้
แต่ถ้าคุณ
คาดหวัง
หนังเอาชีวิตรอดลุ้น ๆ ดูเพลิน
อารมณ์ดราม่าแม่ลูกที่บีบหัวใจ
เล่าเรื่องกระชับ เข้าใจง่าย
The Great Flood อาจไม่ใช่คำตอบ
👉 โดยรวมคือ ความทะเยอทะยานสูง แต่หลงทาง
👉 แนะนำว่า
ข้ามไปก่อน ก็ถือว่าไม่พลาดอะไร
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม
The Great Flood เป็นหนังที่
“พยายามจะฉลาด” มากกว่าจะ
“ทำให้คนดูรู้สึก”
ภาพสวย ฉากลุ้นมี ไอเดียน่าสนใจ
แต่ความ
ซับซ้อนที่เกินพอดี กลับลดแรงกระแทกทางอารมณ์ลงไปเยอะ
ใครเป็น
สายดูหนังเอาชีวิตรอดเอามันส์ อาจต้องคิดหนักก่อนกดดู
ส่วนใครชอบหนังแนวคิดเยอะ ๆ ดูแล้วอยากตีความ…
อาจลองเสี่ยงได้ แต่ไม่รับประกันความอิน 😉
หมายเหตุ: อันนี้คือความรู้สึกส่วนตัวหลังดูจบ ใครเห็นต่างคอมเมนต์คุยกันได้เลยค่ะ
ตัวอย่าง The Great Flood
ภาพประกอบ : Instagram /
netflixkr
Netflix , รีวิวหนัง, TheGreatFlood, หนังภัยพิบัติ, หนังไซไฟ, หนังเกาหลี, ดูหนัง, แนะนำหนัง, หนังใหม่, ไม่สปอยล์
ไปต่อหรือพอแค่นี้? รีวิว The Great Flood หนังภัยพิบัติไซไฟ Netflix ที่ทะเยอทะยาน…แต่หลงทาง
รีวิวนี้จะช่วยประหยัดเวลาให้คุณได้ เพราะนี่คือหนังภัยพิบัติที่ทะเยอทะยาน… แต่ไม่เป็นมิตรกับคนดูเท่าไรนัก
🌊 รีวิว The Great Flood (Netflix)
หนังภัยพิบัติไซไฟ ที่ไม่ได้อยากเป็นแค่หนังน้ำท่วม
ถ้าพูดถึง The Great Flood ภาพยนตร์ไซไฟ – ภัยพิบัติจาก Netflix สิ่งแรกที่ต้องบอกเลยคือ
ผู้กำกับ คิม บยองอู ไม่ได้อยากทำหนังน้ำท่วมธรรมดา ๆ แน่นอน
หนังพยายามจะเป็น มากกว่า หนังเอาชีวิตรอด
มันมีทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไซไฟ แนวปริศนา และคำถามเชิงปรัชญาเกี่ยวกับมนุษยชาติ
ซึ่งฟังดูน่าสนใจมาก… แต่คำถามคือ มันเวิร์กจริงไหม?
🌧️ เรื่องย่อ The Great Flood (เล่าแบบไม่สปอยล์)
เรื่องเปิดด้วยภาพชวนเอ๊ะตั้งแต่ต้น
เด็กชายวัย 6 ขวบอย่าง จาอิน (ควอน อึนซอง) ดูคลั่งไคล้การว่ายน้ำ และดำน้ำเป็นพิเศษ
ราวกับว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
ขณะที่แม่ของเขา อันนา (คิม ดามี) ยังงัวเงียอยู่ในอพาร์ตเมนต์สูง
พายุรุนแรงกำลังถล่มเมือง น้ำเริ่มท่วมจากถนน
จาก “แค่เปียกเท้า” กลายเป็น “น้ำขึ้นถึงเข่า” ในเวลาไม่นาน
และก่อนที่ใครจะตั้งตัวทัน… น้ำก็ท่วมตึก
ในความโกลาหล เด็กกลับดีใจเพราะได้ “ว่ายน้ำในบ้าน”
(ใช่ค่ะ… ฟีลนี้แหละที่ทำให้คนดูแอบคิ้วขมวดตั้งแต่ต้น 😅)
อันนา จำใจทิ้งทุกอย่าง คว้ากระเป๋ายาสำคัญ แล้วพาลูกหนีน้ำขึ้นไปด้านบน
แต่ลิฟต์ใช้ไม่ได้ บันไดเต็มไปด้วยผู้คนหอบข้าวของราวกับจะหนีโลกแตก
ยังไม่รวมคลื่นยักษ์ ท่อแก๊สระเบิด และความโกลาหลที่ถาโถมไม่หยุด
ก่อนที่เรื่องจะเฉลยว่า
อันนา ไม่ใช่แค่แม่ธรรมดา
เธอคือนักวิทยาศาสตร์ AI จากโครงการลับระดับโลก
และภัยพิบัติครั้งนี้… อาจเป็นมากกว่าน้ำท่วมธรรมชาติ
จากตรงนี้แหละ ที่หนังเริ่ม “พลิกเกม”
และขออนุญาตติดเทปกาวปิดปากตัวเอง เพราะไปต่อคือสปอยล์ 🚫
🎭 การแสดงที่น่าจับตา
ต้องยอมรับว่า คิม ดามี แบกเรื่องนี้ไว้พอสมควร
บทแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องปกป้องลูกท่ามกลางหายนะ เธอทำได้ดี มีพลัง และน่าเชื่อถือ
แต่ปัญหาคือ…
อารมณ์ความเป็นแม่ที่ควรจะบีบหัวใจ
กลับถูกบดบังด้วยองค์ประกอบไซไฟ และแนวคิดที่หนังยัดเข้ามาเยอะเกินไป
จนบางครั้งเราไม่แน่ใจว่า ควรอินกับความเป็นแม่
หรือควรตั้งคำถามกับ “กฎของจักรวาล” ดี 😵💫
🤔 ความรู้สึกหลังดู (เมาท์ตรง ๆ)
เอาจริง ๆ ระหว่างดู เราแอบสงสัยมากว่า
อันนา นี่เคยเป็น นักดำน้ำอิสระระดับทีมชาติ มาก่อนหรือเปล่า
เพราะเธอกลั้นหายใจได้นานเหลือเชื่อ
ว่ายน้ำไกลมากในลมหายใจเดียว… และทำแบบนี้บ่อยมาก 😅
แต่ถ้านั่นเป็นแค่จุดเล็ก ๆ
ปัญหาใหญ่กว่าของ The Great Flood คือโครงสร้างของหนัง
ครึ่งแรก → หนังเอาชีวิตรอดแบบดิบ ๆ ลุ้นจริง จมน้ำจริง เครียดจริง
ครึ่งหลัง → กลายเป็นไซไฟแนวคิดสูง ที่อยากให้คนดู “ว้าว”
ปัญหาคือ การเชื่อมสองครึ่งนี้ ไม่เนียน
ราวกับเป็นหนังสองเรื่องที่พยายามยัดรวมกันในเรื่องเดียว
ความรู้สึกของคนดูเลยเปลี่ยนจาก
“ขออย่าให้เขาตายเลย”
กลายเป็น
“เดี๋ยว… เกิดอะไรขึ้นนะ?”
แทนที่จะลุ้น กลับต้องนั่งงง
แทนที่จะอิน กลับต้องคิดตามจนหลุดอารมณ์
🧠 ซับซ้อน vs ยุ่งเหยิง
ต้องแยกให้ออกระหว่าง
“ซับซ้อน” กับ “ยุ่งเหยิง”
The Great Flood เป็นหนังที่ ซับซ้อน
เพราะมันพยายามอธิบายโลก กฎ และความจริงของมัน
แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ ยุ่งเหยิง
เพราะเล่าไม่เป็นระเบียบ และอธิบายมากกว่าที่อารมณ์คนดูจะรับไหว
หนังดูเหมือนอยากไปให้ถึงระดับ Interstellar
แต่สุดท้ายกลับพาเราไปถึงจุดที่ต้อง… เกาหัวมากกว่าอึ้งทึ่ง
🎬 ดูดีไหม?
ถ้าคุณชอบ
หนังภัยพิบัติที่ “คิดเยอะ”
ไซไฟแนวตั้งคำถามต่อมนุษยชาติ
หนังที่ดูแล้วอยากตีความต่อ
คุณอาจลองดูได้
แต่ถ้าคุณคาดหวัง
หนังเอาชีวิตรอดลุ้น ๆ ดูเพลิน
อารมณ์ดราม่าแม่ลูกที่บีบหัวใจ
เล่าเรื่องกระชับ เข้าใจง่าย
The Great Flood อาจไม่ใช่คำตอบ
👉 โดยรวมคือ ความทะเยอทะยานสูง แต่หลงทาง
👉 แนะนำว่า ข้ามไปก่อน ก็ถือว่าไม่พลาดอะไร
สรุปแบบไม่อ้อมค้อม
The Great Flood เป็นหนังที่ “พยายามจะฉลาด” มากกว่าจะ “ทำให้คนดูรู้สึก”
ภาพสวย ฉากลุ้นมี ไอเดียน่าสนใจ
แต่ความซับซ้อนที่เกินพอดี กลับลดแรงกระแทกทางอารมณ์ลงไปเยอะ
ใครเป็นสายดูหนังเอาชีวิตรอดเอามันส์ อาจต้องคิดหนักก่อนกดดู
ส่วนใครชอบหนังแนวคิดเยอะ ๆ ดูแล้วอยากตีความ… อาจลองเสี่ยงได้ แต่ไม่รับประกันความอิน 😉
หมายเหตุ: อันนี้คือความรู้สึกส่วนตัวหลังดูจบ ใครเห็นต่างคอมเมนต์คุยกันได้เลยค่ะ
ตัวอย่าง The Great Flood
ภาพประกอบ : Instagram / netflixkr
Netflix , รีวิวหนัง, TheGreatFlood, หนังภัยพิบัติ, หนังไซไฟ, หนังเกาหลี, ดูหนัง, แนะนำหนัง, หนังใหม่, ไม่สปอยล์