JJNY : 5in1 เท้งชี้ไทยเหมือนคนตกเหว│พรรคส้มเมินบ้านใหญ่-ใหม่│เผยกัมพูชากลัวเสียหน้า│กัมพูชาปฏิเสธรับศพ│คาดแผ่นดินไหวใหญ่

“เท้ง ณัฐพงษ์” ชี้ไทยเหมือนคนตกเหว เลือกตั้ง69 กำหนดหน้าตารัฐบาลแก้ปัญหาประเทศจริง
https://www.thairath.co.th/news/politic/2903001
.

.
“เท้ง ณัฐพงษ์” ชี้ประเทศไทยเหมือนคนตกเหว เลือกตั้ง 2569 กำหนดหน้าตารัฐบาลจริง แก้การเมืองสีเทา-คอร์รัปชัน เหตุไม่มีเสียง สว.ร่วมโหวตนายกฯ ชูทีมรองนายกฯ แก้ปัญหาประเทศ ไม่มีโควตา
.
วันที่ 19 ธ.ค.2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ของพรรค กล่าวในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ เรื่องการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เมื่อวานพรรคประชาชนได้ประชุมพร้อมกับว่าที่ ผู้สมัคร สส.ทั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อเตรียมความพร้อมสู้การเลือกตั้ง เพราะตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล พรรคอนาคตใหม่ และพรรคประชาชน เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ปัญหาให้กับประเทศ ปลดล็อก เรื่องอุปสรรคต่างๆ ที่เราเจออยู่ ไม่ว่าเป็นวิกฤติการณ์ทางการเมืองต่างๆ
.
ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยเหมือนคนที่อยู่ขอบเหว และการเลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นจุดชี้เป็นชี้ตาย จุดชี้ชะตาที่สำคัญที่จะทำให้เราไม่ตกเหวหรือเปล่า และใจความสำคัญอีกหนึ่งอย่างในการเลือกตั้งครั้งหน้า เป็นการเลือกตั้งที่เสี่ยงของประชาชน กำหนดหน้าตารัฐบาลได้จริง เพราะไม่มีเสียง สว. มาร่วมโหวตนายกรัฐมนตรีแล้ว ที่ผมบอกว่า ประเทศไทยเปรียบเหมือนคนที่อยู่ขอบเหว เพราะถ้าเรามองปัญหาทุกๆ ด้าน ที่ผ่านมาเราจะรู้สึกคุ้นชินกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน
.
แต่ขอตั้งคำถามคุณภาคภูมิกับผู้ชมทางบ้าน ว่ามีครั้งไหนไหมที่การทุจริตคอร์รัปชัน มันกัดกินทำให้ตึกถล่มลงมาหรือเปล่า มีคนตายเกือบร้อย อย่างกรณี ตึก สตง. เราอาจจะคุ้นชินเรื่องของส่วยตำรวจ แต่มีครั้งไหนไหมที่ส่วยตำรวจ ลุกลามเข้าไปกัดกินในวงการข้าราชการตำรวจ โยงใยถึง ผบ.ตร. มีการชี้มูลความผิดตำรวจระดับสูงร่วม 200 คน มีเรื่องปัญหาแก๊งหลอกลวง แต่มีครั้งไหนไหมที่ทุนเทามายึดครองประเทศได้แบบนี้ นอกจากว่าไปพัวพันกับตลาดหลักทรัพย์ พยายามไปยึดครองกลุ่มบริษัทพลังงาน ยังเกี่ยวข้องกับสภาด้วย เกี่ยวข้องกับคนที่อยู่แวดวงทางการเมืองด้วย ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาที่น่ากลัว ถ้าเรายังปล่อยให้ประเทศของเราเดินไปแบบนี้อยู่อีก มันเหมือนประเทศไทยคงตกเหว แล้วก็ไม่สามารถที่จะกอบกู้กลับมาได้อีก
.
เมื่อถามว่าเหลืออีกกี่ก้าวถึงจะตกเหวนั้น นี่คือก้าวสุดท้าย เลือกตั้งครั้งหน้าเข้าใจว่าประชาชนหลายส่วน ถ้าเราดูจากผลโพล อาจจะรู้สึกผิดหวัง ขาดความเชื่อมั่นทางการเมือง แต่ผมอยากยืนยันกับทุกๆ คนอีก 1 ครั้ง ว่า การเมืองคือเรื่องแห่งความหวัง แล้วเสียงของทุกคนมีความหวังจริงๆ ไม่มีเสียงของ สว.มาขวาง แล้วเราจำเป็นที่จะต้องทำให้การเมือง ยึดโยงกับผลประโยชน์ของประชาชนคนส่วนใหญ่ เป็นการเมืองที่ตรงไปตรงมา เป็นการเมืองที่ไม่มีสีเทา ตราบใดที่การเมืองยังมีสีเทาอยู่ เราไม่มีทางที่แก้ไขปัญหาทั้งหมดที่ผมบอกมาได้ แต่ถ้าจุดเริ่มต้นการเมืองดี เราได้รัฐบาลของประชาชน ทุกปัญหามีทางออก” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่านี่เป็นสิ่งชูธงในการเลือกตั้งครั้งนี้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พวกเราสื่อสารมาโดยตลอดและเป็นจุดสำคัญชี้เป็นชี้ตาย อย่างที่บอกว่า ปัญหาเรื่องสีเทา มันพัวพันกับประเทศเยอะเต็มไปหมด
.
ส่วนเมื่อวานที่พรรคประชาชนเปิดตัว รองนายกฯ 4 คน เพราะปัญหาที่ประเทศไทยเจอตอนนี้เพราะผมไม่เชื่อว่า จะมีผู้นำคนไหน คนใดคนนึง ถึงแม้จะเก่ง มีคุณภาพ มีคุณสมบัติที่ดีขนาดไหน ผมไม่เชื่อว่าจะมีผู้นำเพียงแค่ 1 คน แล้วแก้ปัญหาทุกเรื่องที่บอกมาได้ จะเป็นเรื่องชายแดน สแกมเมอร์ การทุจริตคอร์รัปชัน การจัดการภัยพิบัติ สิ่งที่คนไทยต้องการตอนนี้ คือ ผู้นำที่มีทีมที่เข้มแข็ง จึงเป็นที่มาของการเปิดตัวทีมรองนายกฯ พรรคประชาชน 4 ด้าน 4 คน ดูแลอธิปไตยความมั่นคงใหม่ ดูแลเรื่องคุณภาพชีวิต ดูแลเรื่องเศรษฐกิจใหม่ และการบริหารราชการแผ่นดินใหม่
.
แต่ละคนจะไม่ได้มาทำงานแบบตำแหน่งลอย ถ้าเราดูระบบการเมืองที่เป็นอยู่บางทีตำแหน่งรองนายกฯ จะเป็นลอยๆ และให้ไปควบกระทรวง ที่แบ่งตามโควตา แต่เราออกแบบทีมโครงการบริหารที่เข้มแข็งให้รองนายกฯ ดูแลเป็นวาระ อยากขับเคลื่อนวาระยังไง โดย 1 วาระ ต้องทำงานหลายกระทรวงร่วมกัน โดยไม่ต้องควบ ยกตัวอย่างเรื่องเศรษฐกิจ ที่นายวีรยุทธ เป็นคนดู อาจจะต้องดูทั้งในส่วนของ ที่เกี่ยวข้องกระทรวงการต่างประเทศก็เกี่ยว กระทรวงพลังงาน คมนาคม พาณิชย์ หลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเศรษฐกิจ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
ซึ่งจะมีความชัดเจนในอนาคตว่ารองนายกฯ ดูแลกระทรวงไหนบ้าง เราเชื่อว่าวิธีการแก้ปัญหาของประเทศ ต้องเริ่มจากผู้นำที่มีทีมที่เข้มแข็ง แล้วเราสาระปัญหาของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่ได้เอาเรื่องตำแหน่งหรือโควตารัฐมนตรี เป็นตัวตั้ง ถึงจะสามารถแก้ไขปัญหาแต่ละด้านได้ ซึ่งเป็นการเสนอผลประโยชน์ของประชาชน เชื่อว่าเข้าคูหา 8 ก.พ.69 นอกจากนโยบายที่เชื่อมั่นว่าพรรคประชาชนมีนโยบายที่ดี ไม่แพ้พรรคไหน การทำให้ประชาชนเห็นทีมบริหารด้วย จะทำให้เขาเกิดความเชื่อมั่น ถ้าเลือกพรรคประชาชนแล้ว จะได้โฉมหน้าทีมบริหารแบบไหน เข้าไปบริหารประเทศ เพื่อทำให้ทุกคนมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่า พรรคประชาชนพร้อมบริหาร แล้วเราจะสามารถดึงประเทศไทยกลับมาไม่ให้ตกเหวได้
.
ส่วนต้นเดือน ม.ค.69 จะเปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลพรรคประชาชน ซึ่งไม่จำเป็นต้องดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก็ได้ จะเริ่มเห็นหน้ามีความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เคยเป็นอดีตข้าราชการ นักวิชาการ นักธุรกิจ รวมรวบคนที่เป็นมืออาชีพมาบริหารประเทศ ส่วนนโยบายพรรคจะเปิดช่วงปลายปี เปิดกระเช้าปีใหม่เป็นของขวัญวันปีใหม่ให้ประชาชนวันที่ 25 ธ.ค. ก่อนวันรับสมัคร สส. 27 ธ.ค.นี้
.

.
‘เพชร วรรณิดา’ พรรคส้มลุยรักษาแชมป์เขต 2 ชลบุรีเมิน ‘บ้านใหญ่-บ้านใหม่’ จับมือ
.
‘เพชร วรรณิดา’ พรรคส้ม ลุยรักษาแชมป์เขต 2 ชลบุรี เมิน ‘บ้านใหญ่-บ้านใหม่’ จับมือ ชูยุทธศาสตร์เลือก สส.พรรคประชาชน ได้ ‘เท้ง’ เป็นนายกฯ รอบ 15 ปีไม่มี สว. ขวาง
.
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 2568 น.ส.วรรณิดา นพสิทธิ์ อดีต สส.ชลบุรี เขต 2 พรรคประชาชน เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมในการลงเลือกตั้ง เขต 2 จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นเขตเดิม โดยขณะนี้การเตรียมงาน และการวางแผนเดินพื้นที่มีความคืบหน้าไปแล้วเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าหมายให้การจัดการทุกอย่างเรียบร้อยก่อนวันที่ 27 ธ.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันรับสมัครเลือกตั้ง
.
เมื่อถามว่าได้ประเมินคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากทั้งกลุ่มบ้านใหญ่ และบ้านใหม่ ต่างไปรวมตัวกันที่พรรคภูมิใจไทย น.ส.วรรณิดา กล่าวว่า สถานการณ์การเลือกตั้งในครั้งนี้มีความแตกต่างจากปี 2566 อย่างมาก เนื่องจากในอดีตพรรคก้าวไกลไม่ได้อยู่ในสายตาของคู่แข่ง แต่หลังจากพรรคสามารถกวาดที่นั่งในชลบุรีได้ถึง 7 เขต จาก 10 เขต ทำให้กลุ่มการเมืองท้องถิ่นหรือบ้านใหญ่ และบ้านใหม่เกิดความตื่นตัวและตัดสินใจ รวมตัวกันไปอยู่ที่พรรคภูมิใจไทย เพื่อสู้ศึกในครั้งนี้

น.ส.วรรณิดา กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ จะเน้นการสื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน ว่า พรรคได้วางยุทธศาสตร์การรณรงค์ชัดเจนว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเลือก สส. เท่านั้น แต่คือการเลือกนายกรัฐมนตรี เนื่องจากจะเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีที่ สว. ไม่มีสิทธิร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี โดยมีการชูตัวเลือกที่ชัดเจนของทีมบริหารของพรรคประชาชน ซึ่งพรรคได้เสนอแคนดิเดตนายกฯ 3 คนคือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค  
.
เมื่อถามว่ามีความกังวลในการเลือกตั้งรอบนี้หรือไม่ เพราะคู่แข่งไปร่วมมือกัน น.ส.วรรณิดา กล่าวว่า แม้คู่แข่งจะรวมตัวกัน แต่จากการวิเคราะห์ตัวเลขสถิติครั้งที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีความกังวล เนื่องจากคะแนนเสียงของพรรคคู่แข่ง เช่น ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย เป็นกลุ่มโหวตเตอร์เดียวกัน ซึ่งจะเกิดการแย่งคะแนนกันเอง ในกลุ่มเดียวกัน จึงจะไม่กระทบต่อฐานคะแนนของพรรคประชาชน
.
โจทย์ที่ยากที่สุดในการรักษาแชมป์ครั้งนี้ คือเรื่องกระสุนหรือการใช้เงิน ซึ่งทางพรรคสู้ไม่ได้ในจุดนี้ จึงต้องเน้นการรณรงค์เรื่องการไม่ซื้อสิทธิขายเสียงอย่างหนัก” น.ส.วรรณิดา กล่าว
.
เมื่อถามว่า กังวลเรื่องความไม่แน่นอนวันเลือกตั้ง หรือโอกาสที่จะเลื่อนวันเลือกตั้งหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์สู้รบที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่ยุติ น.ส.วรรณิดา กล่าวว่า ต้องมีการประเมินสถานการณ์แบบระยะต่อระยะ โดยเฉพาะหลังช่วงปีใหม่ที่ต้องจับตาดูสถานการณ์ชายแดนและสื่อต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนการทำงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงใน 7-15 วันสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
.

.
เผย "กัมพูชา" อยากหยุดยิง แต่กลัวเสียหน้า หวังดึงประเทศที่ 3 เข้ามาช่วย
.
"พล.ท.พงศกร" เผย "กัมพูชา" อยากหยุดยิง แต่กลัวเสียหน้า หวังดึงประเทศที่ 3 เข้ามาช่วย
.
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชาขณะนี้ เห็นได้ชัดว่าต่างฝ่ายต่างสูญเสีย หลังสถานการณ์ยืดเยื้อนานกว่า 10 วัน ด้าน เสธ.โหน่ง หรือ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ชี้ทางกัมพูชาอยากให้หยุดยิง แต่กลัวเสียหน้า ซึ่งท้ายที่สุดอาจดึงประเทศที่ 3 เข้าช่วยเจรจา
.
พล.ท.พงศกร รอดชมภู หรือ เสธ.โหน่ง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเปิดโต๊ะข่าว PPTV ระบุว่า ที่ผ่านมาเป้าหมายของกองทัพจะยึดเส้นปฏิบัติการ 1: 50,000 มาตลอด เพราะระมัดระวังเรื่องการตรวจสอบของนานาชาติ 
.
แต่ส่วนตัวมองว่าการรบกันก็ไม่จำเป็นต้องยึดที่เส้นนี้ ไทยควรเข้าไปตีถึงข้างในเพื่อสถาปนาพื้นที่ให้มั่นคง ไม่ให้กัมพูชามีกำลังตอบโต้ยึดพื้นที่กลับคืนเหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ โดยมองว่า สิ่งที่ไทยต้องปรับเพื่อไม่ให้เราเสียเปรียบ คือการใช้อาวุธระยะไกลทำลายอาวุธสนับสนุนของฝั่งกัมพูชา ซึ่งตรงนี้ยังทำไม่ได้ และอาจเป็นจุดอ่อนของฝั่งไทยด้วย
.
ส่วนเรื่องของการหยุดยิงที่รัฐบาลพยายามออกมาบอกว่า หากจะเจรจาหยุดยิง กัมพูชาต้องแสดงความจริงใจก่อน เสธ.โหน่ง มองว่า เป็นการซื้อเวลา เพื่อให้กองทัพสามารถยึดคืนพื้นที่ได้มากที่สุด ขณะที่ฝั่งกัมพูชาอยากหยุดยิงเต็มทีแล้ว เพราะไม่เห็นวิธีการที่จะต่อสู้บนเวทีสหประชาชาติได้ หากยังสู้รบกันต่อกัมพูชาก็จะมีแต่สูญเสียทั้งงบประมาณและกำลังพล ประเทศไทยก็สูญเสียไม่ต่างกัน ส่วนตัวมองว่า ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างพร้อมหยุดยิง แต่กำลังรักษาเหลี่ยมกันอยู่ ซึ่งเป็นไปได้ว่าหลังจากนี้อาจมีประเทศที่ 3 เข้ามาเป็นตัวกลาง และอาจจะมีข้อเสนอ ให้ทั้งสองประเทศหยุดยิงพร้อมกัน จะได้ไม่ต้องมีใครเสียหน้า
.
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่