สุดสัปดาห์รองสุดท้ายของปีที่สุดแสนจะคึกคัก แม้ว่าจะมียักษ์ใหญ่อย่าง Avatar: Fire and Ash เปิดตัวในสัปดาห์นี้ แต่ช่วงเวลาปลายปีก่อนคริสต์มาสก็หอมหวานจนบรรดา Counter-Programming ต่างก็เปิดตัวฉายเป็นทางเลือกกันอีกหลายเรื่อง
Avatar: Fire and Ash (Fox / Disney)
ในที่สุดก็ได้เวลาที่ไตรภาคของมหากาพย์ Avatar จะได้เปิดตัวฉาย โดยแน่นอนว่า Avatar: Fire and Ash ยังกำกับจากฝีมือของ James Cameron เช่นเดิม ร่วมด้วยนักแสดงจาก 2 ภาคก่อนทั้ง Sam Worthington, Zoe Saldaña, Sigourney Weaver, Stephen Lang, Kate Winslet, Giovanni Ribisi ซึ่งในภาคนี้ก็จะดำเนินเรื่องราวต่อจาก The Way of Water แทบจะทันที โดยมุ่งเน้นไปที่การเผชิญหน้ากับแง่มุม "ด้านมืด" ของชาวนาวี ซึ่งเราไม่เคยเห็นมาก่อนในสองภาคแรก จุดเปลี่ยนสำคัญคือการแนะนำให้รู้จักกับชาวนาวีเผ่าใหม่ที่อาศัยอยู่แถบภูเขาไฟ พวกเขาถูกเรียกว่า Ash People นำโดย Varang (Oona Chaplin) ซึ่ง Ash People นั้นต่างจากเผ่าโอมาติกายา (ป่า) หรือเม็ทคายีน่า (น้ำ) ที่รักสงบและรักษาสมดุลธรรมชาติ Ash People จะเป็นกลุ่มที่มีความโกรธแค้น อาฆาต และสะท้อนถึงด้านที่ไม่ดีของธรรมชาติ พวกเขาอาจไม่ได้มองว่ามนุษย์คือศัตรูเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นศัตรูกับชาวนาวีด้วยกันเองด้วย ด้าน Jake และ Neytiri จะต้องรับมือกับการสูญเสียลูกชาย (Neteyam) จากภาคที่แล้ว และต้องปกป้องครอบครัวจากภัยคุกคามใหม่ที่ไม่ได้มาจากแค่ "คนจากฟ้า" (มนุษย์) เท่านั้น Lo'ak จะก้าวขึ้นมาเป็นตัวละครหลักในการเล่าเรื่อง (Narrator) แทนที่ Jake Sully ซึ่งสะท้อนถึงการส่งต่อไม้ต่อให้กับคนรุ่นใหม่ ส่วน Kiri จะต้องพบกับปริศนาเกี่ยวกับพลังและความเชื่อมโยงของเธอกับ Eywa ที่จะถูกขยายความให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
Avatar: Fire and Ash ได้รับคะแนนจากนักวิจารณ์ในระดับค่อนข้างดี โดยปัจจุบันได้ Tomatometer ไป 69% จาก 205 รีวิว และ Metascore = 61 จาก 51 รีวิว แต่จากตัวหนังที่ยาวมากถึง 3 ชั่วโมง 12 นาทีที่ทำให้รอบฉายต่อวันน้อยลง ทำให้คาดว่าหนังจะทำรายได้รอบพรีวิวคืนวันพฤหัสประมาณ 10-15 ล้านเหรียญ และรายได้เปิดตัวประมาณ 90-100 ล้านเหรียญ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
The Housemaid (Lionsgate)
น่าจะปังส่งท้ายสำหรับ Lionsgate หลังจากพังมาทั้งปี เมื่อ The Housemaid ภาพยนตร์ Psychological Thriller สุดร้อนแรงแห่งปีที่ได้ Amanda Seyfried มาประชันบทบาทกับ Sydney Sweeny ร่วมด้วย Brandon Skelnar, Michele Morrone และ Elizabeth Perkins กำกับโดย Paul Feig ซึ่งหนังที่สร้างจากนิยายสุดฮิตของ Freida McFadden เรื่องนี้จะนำเสนอชีวิตของ Millie Calloway (Sydney Sweeney) หญิงสาวที่มีอดีตดำมืดและเพิ่งพ้นโทษออกจากคุก เธอพยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่แต่กลับถูกปฏิเสธงานจากทุกที่ จนกระทั่งเธอได้รับโอกาสจาก Nina Winchester (Amanda Seyfried) ภรรยาของ Andrew (Brandon Skelnar) มหาเศรษฐีผู้ร่ำรวย ให้มาทำงานเป็นแม่บ้านแบบพักอาศัยในคฤหาสน์สุดหรู เธอได้รับมอบหมายให้ดูแลงานบ้านและลูกสาวจอมซนของ Nina โดยเธอต้องอาศัยอยู่ในห้องใต้หลังคาที่ทั้งเล็กและร้อนจัด แถมประตูห้องยังมีกลอนล็อกที่ด้านนอกซึ่งดูผิดปกติอย่างมาก Millie เริ่มตกหลุมรัก Andrew และรู้สึกว่าเขาเป็นเหยื่อที่ถูกนีน่าควบคุมชีวิต ขณะเดียวกันเธอก็พบเงื่อนงำแปลกๆ ในบ้าน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับแม่บ้านคนก่อนที่หายตัวไปอย่างลึกลับ และคำเตือนจาก Enzo (Michele Morrone) คนสวนที่พยายามบอกเธอว่า "บ้านหลังนี้อันตราย" ความสัมพันธ์ลับๆ ระหว่าง Millie และ Andrew เริ่มล้ำเส้นขึ้นเรื่อยๆ จนนำไปสู่เหตุการณ์ที่เธอ ต้องเลือกว่าจะเชื่อใจใคร ระหว่างเจ้านายสาวที่ดูเหมือนคนบ้าหรือสามีที่ดูสมบูรณ์แบบแต่มีบางอย่างซ่อนอยู่
The Housemaid ได้รับคะแนนวิจารณ์ในระดับที่ดี โดยปัจจุบันได้ Tomatometer ไป 79% จาก 85 รีวิว และ Metascore = 66 จาก 26 รีวิว โดยคาดว่าหนังจะทำรายได้รอบพรีวิวต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญ และทำรายได้เปิดตัวราว 20-23 ล้านเหรียญ
David (Angel)
ภาพยนตร์ Musical Animation อิงศาสนาที่นำเรื่องราวจากคัมภีร์ไบเบิ้ลมาสร้าง โดย Angel ก็หวังจะให้มันประสบความสำเร็จอีกครั้งตามรอย The King of Kings ที่เข้าฉายไปช่วงวัน Easter ซึ่ง David สร้างโดย Sunrise Animation Studios ค่าย Animation สัญชาติแอฟริกาใต้ เป็นเรื่องราวของการเติบโตและการเดินทางของ David ตั้งแต่เป็นเพียงเด็กหนุ่มเลี้ยงแกะไปจนถึงการก้าวขึ้นสู่การเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอิสราเอล David จะถูกนำเสนอในฐานะเด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านดนตรีและบทกวี เขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูแลฝูงแกะและสื่อสารกับพระเจ้าผ่านเสียงเพลง แม้จะเป็นลูกคนเล็กที่พี่ๆ มักมองข้าม แต่เขากลับมีความกล้าหาญอย่างเหลือเชื่อ กองทัพฟิลิสเตียยกทัพมาบุกอิสราเอล พร้อมด้วยนักรบยักษ์ "Goliath" ที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่ว ในขณะที่เหล่านักรบและ กษัตริย์ Saul ต่างพากันสิ้นหวัง David ผู้มีเพียงเครื่องเหวี่ยงหินและความเชื่อมั่นในพระเจ้า กลับก้าวออกไปเผชิญหน้ากับยักษ์ตัวนี้ด้วยตัวคนเดียว กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เขากลายเป็นวีรบุรุษของชาติ หลังจากชัยชนะชื่อเสียงของ David โด่งดังกว่ากษัตริย์ Saul ทำให้ชีวิตของ David ต้องเจอกับความพลิกผัน ชิวิตของ David จะเป็นอย่างไร และจะกลับมาพบกับความศรัทธาได้หรือไม่ต้องติดตามชมกันในโรงภาพยนตร์
David ได้รับคะแนนวิจารณ์ในระดับพอใช้ โดยปัจจุบันได้ Tomatometer ไป 63% จาก 16 รีวิว แต่ดูเหมือนว่าคะแนนฝั่งคนดูจะดีมากๆ โดยคาดว่าหนังจะทำรายได้เปิดตัวราว 17-20 ล้านเหรียญ
Zootopia 2 (Disney)
ยังคงแรงต่อเนื่องเป็นสุดสัปดาห์ที่ 4 ซึ่งคาดว่านครสัตว์มหาสนุก 2 จะทำรายได้สุดสัปดาห์นี้ไปอีก 15-20 ล้านเหรียญ รายได้รวมประมาณ 283-288 ล้านเหรียญ
The SpongeBob Movie: Search for SquarePants (Paramount)
ภาพยนตร์ส่งท้ายปีของค่ายดาวภูเขา เป็นภาคที่ 4 ของแฟรนไชส์เจ้าฟองน้ำสีเหลือง ซึ่งในภาคนี้จะมีความพิเศษตรงที่หยิบเอาตำนานแฟนคลับและเรื่องราวสยองขวัญในอินเทอร์เน็ต (Creepypasta) มาดัดแปลงให้กลายเป็นแนวผจญภัยสุดตื่นเต้น เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ SpongeBob หายตัวไปจากเมือง Bikini Bottom อย่างเป็นปริศนา สร้างความวุ่นวายและโกลาหลไปทั่ว เพื่อนรักอย่าง Patrick Star จึงต้องรวบรวมแก๊งเพื่อน ทั้ง Squidward Tentacles, Sandy Cheeks และ Mr.Krabs เพื่อออกเดินทางครั้งใหญ่ไปสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ลึกที่สุดและอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมาเพื่อตามหา SpongeBob โดย The SpongeBob Movie: Search for SquarePants ได้คะแนนวิจารณ์ในระดับดีมาก ปัจจุบันได้ Tomatometer ไป 85% จาก 27 รีวิว และ Metascore = 68 จาก 9 รีวิว โดยคาดว่าหนังจะทำรายได้รอบพรีวิวต่ำกว่า 1.5-2 ล้านเหรียญ และทำรายได้เปิดตัวราว 14-17 ล้านเหรียญ
Five Nights at Freddy’s 2 (Universal)
ได้รับการคาดหมายว่าจะทำเงินทะลุ 100 ล้านในสุดสัปดาห์นี้หรือเผลอๆตั้งแต่วันพฤหัสด้วยซ้ำสำหรับ Five Nights at Freddy’s 2 โดยประมาณกันว่าในสุดสัปดาห์ที่ 3 นี้จะทำรายได้ราว 5-8 ล้าน และรายได้รวมราว 105-108 ล้านเหรียญ
Wicked for Good (Universal)
หลุดออกจาก Top 5 จนได้สำหรับ Wicked for Good โดยคาดว่าในสุดสัปดาห์ที่ 5 นี้จะทำรายได้ประมาณ 3-5 ล้านเหรียญ รายได้รวมไปที่ 319-321 ล้านเหรียญ
Avatar: Fire and Ash สยายปีกเปิดตัว 90-100 ล้าน Housemaid, David, Zoo 2 แย่งที่ 2 ระดับ 20 ล้าน SpongeBob ตามหา 15 ล้าน