หวานรักต้องห้าม บัวปริ่มน้ำฉบับคนละครึ่ง

ครบรอบ 1 ปี
หลายคนยังไม่ลืมฉากจบที่ห้องลองเสื้อ
คธาเดินเข้าไปจูบผกามลินแล้วขึ้นคำว่าจบบริบูรณ์
ละครที่หลายคนมีความรู้สึกกันแบบครึ่ง ๆ จนเป็นที่มาของกระทู้
เพราะมันคนละครึ่งตั้งแต่ต้นทางยันฉากสุดท้ายของเรื่องเลย

บัวปริ่มน้ำ เริ่มต้นอีกครั้งเมื่อวันที่นิยายเรื่องนี้ใกล้จะหมดสัญญา
เรื่องนี้เคยมีข่าวว่าจะกลับมาทำอีกครั้งเกือบ 10 ปี ที่แล้วและก็หายไป
ก็ต้องให้เครดิตคุณดิว ปิ่นกมล ที่พาเรื่องนี้กลับมาอีกครั้ง
และผกามาลินต้องเป็น แมท ภีรนีย์
แม้ตอนแรกแมทจะมีเรื่องต้องไปแสดง แต่เปลี่ยนเพื่อมาเล่นเรื่องนี้
ต้องยอมรับว่าเรื่องที่จะทำ ในปีนั้นก็มีแนวละครที่อนุมัติให้ทำไปแล้ว
บุคลากรที่จะมาทำเรื่องนี้ก็มีงานกันทุกคน
จึงตัดสินใจเลือกคนที่ตอนนั้นงานเต็มตัว แอน ทองประสม จัดการ
แต่ด้วยงานเก่าที่ยังไม่ปิดดีก็ไม่สามารถเอาทีมมาลงได้
จึงเป็นจุดเริ่มต้นคนละครึ่งของโปรเจคนี้
ที่เป็นเรื่องแรกของคุณแอนที่ต้องมาดูภาพรวมวงกว้าง
เพราะเลือกทีมผลิตข้างนอกมาจัดการเรื่องนี้ในขั้นตอนการถ่ายทำ
แต่ก็ยังมีจุดยืนว่าละครแอน คือ พระนางต้องชัด
เราจึงเห็นบัวปริ่มน้ำมีความแตกต่างในรายละเอียด
โดยมีพระนาง คือ คธาและผกามลิน และมีตัวเอก คือ เครือมาศหรือมาดามเคท
และกลายเป็นชื่อภาษาอังกฤษสุดหรู The sweetest taboo
แต่ภาษาไทยที่ตรงเกินจนเป็นชื่อ หวานรักต้องห้าม

หวานรักเป็นละครที่ผู้จัดคือ แอน ทองประสม
ที่ไม่มีความเป็น แอน ทองประสม มากที่สุด
เป็นที่มาของคนละครึ่งต่อมาในเรื่องรสชาติละครเรื่องนี้
คนชอบจะชอบไปเลย คนไม่ชอบไม่ชอบไปเลยครึ่ง ๆ กันเลย
แต่ส่วนตัวกับละครเรื่องนี้เหมือนมันไม่สุดทาง
คือ อยากรู้ว่าถ้า แอน จะทำจริง ๆ กับทีมงานหน้าเดิม ๆ
คงจะมีรสชาติแบบนึงไปเลยแล้วเตรียมรับแรงกระแทกเต็ม ๆ
หรือจะให้ผู้จัดข้างนอกมารับผิดชอบเต็มตัวอาจจะเห็นที่สุดทางกว่านี้
ทุกครั้งที่ตั้งกระทู้เรื่องนี้จะเขียนเสมอว่ามันบอกไม่ถูกกับละครเรื่องนี้
แต่พอมันมาแบบนี้แอบรู้สึกมันกั๊กไปหมดเลยเรื่องนี้

หวานรักต้องห้าม เป็นละครที่สายโชเซียลชอบ
และสนับสนุนในสิ่งที่ละครเรื่องนี้เป็นจนเรียกละครเรื่องนี้คือ edutainment
เพจรีวิวสายละคร สายหนัง ชอบการนำเสนอ
แต่เมื่อออกอากาศเป็นละครโทรทัศน์
กลับไม่ได้เป็นตัวเลือกที่คนดูจะสนใจ
แม้กระทั่งต้องแข่งขันกับละครในบางที่ที่นักแสดงนำมีปัญหา
แต่ละครเรื่องนี้ก็ไม่ได้ดึงให้คนมาดูแบบที่คิด
ถ้าเรื่องนี้มีตัวเลขที่วัดผลดี คงเอาลิขิตรักข้ามดวงดาวมาฉายซ้ำแล้วแต่ก็ไม่มี
เรื่องนี้เหมือนเราฟังเพลง คนสมัยนี้ชอบอ่านเนื้อเพลงแล้วมีความรู้สึกกับเนื้อเพลง
เนื้อเพลงยิ่งแฝงการตีความสัญลักษณ์ยิ่งดี เรื่องราวกระแทกใจ แต่เพลงไม่ติดหูเลย
ถ้าเรื่องนี้จะเป็นเพลงก็ต้องเพลงที่ติดหู ละครแบบนี้มันต้องให้รู้สึกอยากดู อยากติดตาม
เดี่ยวจะเข้าใจเนื้อในเรื่องเอง แต่เรื่องนี้เนื้อเรื่องมันดีแต่ ทำไมละครมันไม่ติดใจคนดู

บางคนคิดว่าจะมาคาดหวังความบันเทิงอะไรกับละครเรื่องนี้นักหนา
คุณลองดูฉากนี้แล้วกัน ก็เป็นผลงานเรื่องเดียวกับคนเขียนบทเรื่องนี้

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

เอาแค่ฉากนี้ ถ้าสร้างฉากออกมาได้แบบนี้ มันก็บันเทิงด้วยสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง
จะมีคนบอกว่าเรื่องนี้มีฉากไวรัลอย่าง ฉากชะชะช่า ไปดัดแปลงเยอะแยะรันไปทุกวงการ
ละครมี 21 ตอน กว่าจะมีฉากนี้ที่เข้าถึงคนวงกว้างปาไปตอนที่ 16
ทั้งที่เรื่องนี้ต้องไวรัลตั้งแต่ฉากให้อาหารหมาตอนแรกแล้วด้วยซ้ำ

พอเขียนถึงเรื่องนี้ก็เหมือนจะต้องเจอคนเห็นต่างแบบไม่จำเป็น 55+
แต่ในเมื่อมีคนอยากให้เขียนก็จะเขียน
แม้องค์ประกอบของละครเรื่องนี้เป็นแคสในฝันที่คนอยากเห็น
คือได้เห็น แมท กับ มาช่า มาเจอกันเรื่องนี้
ถ้ามีลอคอินสมัยก่อนถ้ารับรู้เรื่องนี้ก็คงดีใจ
คธา จะดูเด็กและเหมือนจะเข้ากับไมกี้
บทนี้ถ้าเปรียบเหมือนเสื้อตัวนึงให้เขาใส่ที่ขนาดมันไม่พอดีตัว
แต่ก็ดีใจที่ได้สวมใส่เสื้อตัวนี้ เพราะเขาอาจจะไม่ได้ใส่เสื้อสไตล์นี้ได้บ่อย ๆ
แล้วเป็นโอกาสที่เขาต้องเจอสักวัน ถ้าคิดจะเป็นคนในวงการละครไทย
ผกามลิน จะเรียลแต่มันดูร้ายและดูไม่ได้ยั้งคิดไปตามเรื่อง
ผกามลิน ฉบับคนละครึ่งเลยไม่รู้ว่าคนดูจะต้องรู้สึกรักหรือเกลียดดี
จนบางคนก็อาจคิดว่าทำไมผกามลินที่แมทควรจะได้เล่นมันเป็นแบบนี้
อาจจะคิดไปถึงผู้จัดที่ทำไมไม่ตั้งใจกับบทนี้กับนักแสดงคนนี้หรือเปล่า
เลยกลายเป็นความอคติต่อตัวผู้จัดที่แฝงไปกับการแสดงความเห็นในนี้อยู่เนือง ๆ
เลยไม่รู้ว่าจะให้รู้สึกกับบัวปริ่มน้ำฉบับคนละครึ่งด้วยอารมณ์ไหน
จนวันนี้ก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน เขียนถึงเรื่องนี้ก็จะเขียนไปงงไป
เหมือนกับอารมณ์ของละครเรื่องนี้
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่