🧑‍⚖️ ศาลสั่งคุก 2 ปี จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ อดีต ส.ส. ปชน. ใช้ใบสด.43 ปลอม ไม่รอลงอาญา






ศาลอาญาพิพากษาคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา อดีต สส.จิรัฏฐ์ พรรคประชาชน ชี้มีเจตนาใช้ 'ใบ สด.43' เอกสารราชการปลอม ทนายยื่นประกันตัวทันควัน
เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี ปลอมใบ สด.43 หมายเลขดำ อทย.155/2567 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้อง นายจิรัฏฐ์ หรือนวรินทร์ ทองสุวรรณ์ อดีต สส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาชน (ปชน.) เป็นจำเลยในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมและนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ อันเป็นเท็จ

กรณีนายจิรัฏฐ์ จำเลย แสดงใบผ่านเกณฑ์ทหาร หรือใบ สด.43 ปลอม แล้วนำมาเผยแพร่ในโซเชียล โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีเกิดข้อสงสัยการได้มาซึ่งใบผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือ ใบ สด.43 ของนายจิรัฏฐ์ ว่า อาจจะได้มาโดยไม่ถูกต้อง จนเป็นที่มาร้องเรียนให้กองทัพบกตรวจสอบ ต่อมา พล.ท.ทวีพูล ริมสาคร ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (ผบ.นรด.) ในขณะนั้น ได้มอบหมายให้นายทหารพระธรรมนูญเข้าแจ้งความดำเนินคดี นายจิรัฏฐ์ ที่ สน.ประชาชื่น ข้อหาปลอมและใช้เอกสารราชการปลอมฯ


จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

สำหรับคดีนี้มีพยานโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 6 ปาก เข้าเบิกความ ขณะที่จำเลยมีนายจิรัฏฐ์ เป็นพยานเบิกความต่อสู้คดีเพียงปากเดียว

นายจิรัฏฐ์ เปิดเผยก่อนขึ้นไปฟังศาลพิพากษาว่า ตนมั่นใจในพยานหลักฐานที่ใช้ต่อสู้ในคดี และยืนยันว่าไม่ได้มีการปลอมแปลงเอกสาร ใบ สด.43 เพราะก่อนหน้านี้ทางพนักงานอัยการก็ให้คำตอบไม่ได้ว่าปลอมแปลงอย่างไร เพราะในใบเอกสารมีทั้งลายเซ็น มีทั้งตราประทับ ซึ่งยากที่จะปลอมแปลง และโดยส่วนตัวแล้ว ตนเชื่อว่าคดีนี้ เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองจากฝั่งตรงข้าม เพราะตอนที่นั่งไต่สวนก็มีนายทหารตั้งแต่ยศพันโทไปจนถึงพลโท ประมาณ 8-9 นาย เข้ามาร่วมเบิกความ ทั้งที่ความเป็นจริงไม่จำเป็นต้องใช้นายทหารยศสูงขนาดนี้ อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การเก็บเอกสารประวัติของตนก็แตกต่างจากคนอื่น เพราะโดยปกติแล้ว จะต้องมีการทำลายทิ้งหากครบ 10 ปี

ขณะที่นายทันกวินท์ รัฐวัฒก์อังกูร นักธุรกิจและนักวิชาการอิสระ ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่าจำเลยไม่ให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวน และจำเลยถูกยกการปฏิบัติหน้าที่ สส. ทันทีตั้งแต่เกิดเรื่อง


สำหรับคดีนี้มีพยานโจทก์เป็นเจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 6 ปาก เข้าเบิกความ ขณะที่จำเลยมีนายจิรัฏฐ์ เป็นพยานเบิกความต่อสู้คดีเพียงปากเดียว


ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานที่ทั้งสองฝ่ายนำสืบหักล้างเห็นว่า พยานโจทก์มีนายทหารจากกรมพระธรรมนูญ เข้าเบิกความยืนยันว่าการผ่านการเกณฑ์ทหารมีรายละเอียดในเล่มต้นฉบับ ซึ่งบันทึกไว้ว่าจำเลยขาดการเกณฑ์ทหาร ซึ่งระบบการตรวจสอบเป็นไปอย่างมีระเบียบ เนื่องจากจำเลยขอผ่อนผันระหว่างการเป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยบูรพา ระหว่างปี 2552-2555 มาโดยตลอด ทางสัสดีอำเภอบางปะกงได้ออกหมายเรียกให้จำเลยเข้าคัดเลือกทหารในปี 2555 แต่จำเลยหลีกเลี่ยงไม่เข้ามาคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร และศาลจังหวัดฉะเชิงเทรามีคำพิพากษาจำคุกจำเลย 1 เดือน รอลงอาญา เนื่องจากจำเลยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร

อย่างไรก็ตาม ใบผ่านเกณฑ์ทหารที่จำเลยอ้างและนำไปแสดงในรายการ The politic ของมติชนทีวี อัยการโจทก์ไม่นำสืบให้ชัดเจนว่าใครเป็นผู้ทำเอกสารราชการปลอม (ใบ สด.43) ให้จำเลย ส่วนที่จำเลยไม่นำเอกสารผ่านเกณฑ์ทหารต้นฉบับมาแสดง และไม่มีพยานเข้ามาเบิกความสนับสนุนโดยที่จำเลยรู้ดีอยู่แก่ใจแล้วว่าไม่เคยเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินแต่อย่างใด จำเลยซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงอยู่ในกรรมาธิการทหารของสภาผู้แทนราษฎร ย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าความจริงเป็นอย่างไร อีกทั้งจำเลยไม่มีพยานเข้ามาเบิกความสนับสนุน พยานโจทก์ล้วนเบิกความไปตามจริง ไม่ได้ปรักปรำหรือกลั่นแกล้งจำเลยให้ต้องรับโทษ


การกระทำของจำเลยทำให้กระทรวงกลาโหม ประชาชนได้รับผลกระทบ รวมทั้งกระทบความมั่นคงของชาติ เห็นว่าจำเลยมีเจตนาใช้เอกสารราชการปลอม และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เป็นความผิดกรรมเดียวให้ลงโทษบทที่หนักที่สุด ฐานใช้เอกสารราชปลอม พิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา ส่วนข้อหาอื่นให้ยก

ต่อมาทนายความของนายจิรัฏฐ์ ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล



ที่มา: ​https://www.dailynews.co.th/news/5408673/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่