สมาธิภาวนา หรือการเจริญสมาธิ เป็นหัวใจสำคัญในการปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา โดยพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงแสดงแนวทางการพัฒนาสมาธิไว้หลายนัย ซึ่งในสังคีติสูตร (ทีฆนิกาย ปาฏิกวรรค) และสมาธิสูตร (อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต) ได้กล่าวถึง สมาธิภาวนา 4 อันจำแนกตามผลของการปฏิบัติ เพื่อชี้ให้เห็นถึงความหลากหลายและจุดมุ่งหมายของการอบรมจิต
สมาธิภาวนา 4 ประการนี้ เป็นการจำแนกตามวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่ผู้ปฏิบัติพึงได้รับ ซึ่งแต่ละประเภทล้วนเกี่ยวพันกับการเจริญ สมถะ (ความสงบ) และ วิปัสสนา (ความเห็นแจ้ง) ดังนี้
สมาธิภาวนา 4 ตาม สมาธิสูตร (อ.กุ. จตุกกนิบาต 21/94)
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสถึงสมาธิภาวนาที่เมื่อเจริญแล้ว ย่อมนำไปสู่ผล 4 ประการ ดังนี้
1. สมาธิภาวนาที่ยังความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และยังสติสัมปชัญญะให้เกิด
(สุขวิหารายะ เจวะ โหติ, สโต จ โหติ สัมปชาโน)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่มุ่งเน้นความสงบกายใจและปีติสุขในปัจจุบันธรรม (คือการเข้าถึง ฌาน หรือ สมาถะ) ควบคู่ไปกับการตั้งมั่นแห่ง สติและสัมปชัญญะ ที่ไม่เสื่อมถอย
การปฏิบัติ: ตามอรรถกถาอธิบายว่า ผู้ปฏิบัติประเภทนี้เน้นการเจริญสมถะเป็นหลัก เข้าสู่ฌานเพื่อพักผ่อนอิริยาบถทางจิต ได้รับความสงบอันเป็นทิพย์ แต่ยังคงรักษาความเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ตกไปในความประมาท แม้ยังไม่ได้เจริญวิปัสสนาเต็มที่ ก็ได้อานิสงส์คือความสุขสงบในภพปัจจุบัน
2. สมาธิภาวนาที่ยังความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และยังญาณทัสสนะให้เกิด
(สุขวิหารายะ เจวะ โหติ, ญาณทัสสนัสสะ จะ ปฏิลาภายะ สังวัตตติ)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่ทำให้ได้รับความสุขจากฌาน (สมถะ) เป็นพื้นฐาน และเมื่อออกจากฌานแล้ว น้อมนำจิตไปเจริญ วิปัสสนา จนสามารถเกิด ญาณทัสสนะ คือความรู้ความเห็นแจ้งในอริยสัจ
การปฏิบัติ: ผู้ปฏิบัติประเภทนี้เรียกว่า สมถยานิก คือผู้มีสมถะเป็นยาน (หลัก) ได้ฌานเป็นบาทฐาน (ปาทกฌาน) แล้วจึงยกองค์ธรรมในฌานขึ้นสู่วิปัสสนา พิจารณาความไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นต้น จนบรรลุโลกุตตรธรรมได้ญาณทัสสนะ เช่น ทิพยจักษุญาณ หรือญาณในมรรคผล
3. สมาธิภาวนาที่ยังสติสัมปชัญญะให้เกิด และยังความสิ้นอาสวะให้เกิด
(สโต เจวะ โหติ สัมปชาโน, อาสวานัญจะ ขยสายะ สังวัตตติ)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่เน้น สติสัมปชัญญะ เป็นหลักสำคัญในการพิจารณาธรรม เพื่อให้เกิด ความสิ้นอาสวะ (บรรลุอรหัตตผล)
การปฏิบัติ: ผู้ปฏิบัติประเภทนี้เรียกว่า วิปัสสนายานิก คือผู้มีวิปัสสนาเป็นยาน ไม่ได้มุ่งเข้าสู่ฌานที่ละเอียดอ่อนเพื่อความสุขสงบก่อน แต่ใช้สติสัมปชัญญะในการตามเห็นความเกิดขึ้นและความดับไปของรูปนาม (อารมณ์ของวิปัสสนา) โดยตรง เช่น การเจริญสติปัฏฐาน 4 พิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
4. สมาธิภาวนาที่ยังความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน, ยังสติสัมปชัญญะ, ยังญาณทัสสนะ, และยังความสิ้นอาสวะให้เกิด
(สุขวิหารายะ เจวะ โหติ... อาสวานัญจะ ขยสายะ สังวัตตติ)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่รวมเอาประโยชน์ทั้ง 3 ข้อข้างต้นไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ คือ ได้รับความสุขจากฌาน, มีสติสัมปชัญญะมั่นคง, ได้ญาณทัสสนะในการเห็นแจ้ง, และบรรลุความสิ้นอาสวะ
การปฏิบัติ: เป็นการปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบที่สุด ผู้ปฏิบัติสามารถทำฌานให้เกิดขึ้นอย่างว่องไวและชำนาญ (วสี) ใช้ฌานเป็นฐานแห่งวิปัสสนา เมื่อบรรลุอรหัตตผลแล้ว ก็ยังสามารถเข้าออกฌานเพื่อความสุขสงบในปัจจุบันได้ตามปรารถนา เป็นผู้ที่ดำเนินตามทางแห่งสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไปอย่างดีเยี่ยม
การเชื่อมโยงกับ สังคีติสูตร (ที.ปา. 11/33)
สังคีติสูตรได้กล่าวถึงสมาธิภาวนา 4 ประการที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ในสมาธิสูตร โดยมีการระบุความสัมพันธ์กับผลต่าง ๆ อย่างชัดเจน:
เพื่อความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน: ตรงกับข้อ 1 และ 2 ของสมาธิสูตร (เน้นความสุขจากฌาน)
เพื่อความได้ญาณทัสสนะ: ตรงกับข้อ 2 และ 4 ของสมาธิสูตร (เน้นการเจริญวิปัสสนา)
เพื่อความได้สติสัมปชัญญะ: ตรงกับข้อ 1 และ 3 ของสมาธิสูตร (เน้นความไม่ประมาท)
เพื่อความสิ้นอาสวะ: ตรงกับข้อ 3 และ 4 ของสมาธิสูตร (เน้นการบรรลุอรหัตตผล)
บทสรุป
สมาธิภาวนา 4 ประการนี้ มิได้เป็นประเภทของการปฏิบัติที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการจำแนกตาม ผลที่ผู้ปฏิบัติมุ่งหวังและได้รับ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเจริญสมาธิในทางพระพุทธศาสนามีความยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยผู้ปฏิบัติสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับจริตและอัธยาศัยของตนเองได้
ผู้ที่มุ่งเน้นความสุขสงบในปัจจุบัน (ข้อ 1) ก็ใช้สมถะเป็นหลัก
ผู้ที่ต้องการกำลังของฌานเพื่อต่อยอดวิปัสสนา (ข้อ 2) ก็ใช้สมถยานิก
ผู้ที่ต้องการความสิ้นอาสวะโดยไม่ติดในความสุขของฌาน (ข้อ 3) ก็ใช้วิปัสสนายานิก
ผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์ทั้งสองทาง (ข้อ 4) ก็เจริญทั้งสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไป
ดังนั้น สมาธิภาวนา 4 จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า การเจริญสมาธิในพระพุทธศาสนาคือการพัฒนาจิตแบบองค์รวม ที่มุ่งหมายทั้งความสุขสงบทางกายใจในปัจจุบัน และการหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะในที่สุด
(เอไอ รวบรวมและเรียบเรียง)
#สมาธิภาวนา4 #สังคีติสูตร #สมาธิสูตร #พระไตรปิฎก #สมถะ #วิปัสสนา #การปฏิบัติธรรม #SamadhiBhavana
สมาธิภาวนา 4: แนวทางการพัฒนาจิตตามหลักพระไตรปิฎก
สมาธิภาวนา 4 ประการนี้ เป็นการจำแนกตามวัตถุประสงค์และผลลัพธ์ที่ผู้ปฏิบัติพึงได้รับ ซึ่งแต่ละประเภทล้วนเกี่ยวพันกับการเจริญ สมถะ (ความสงบ) และ วิปัสสนา (ความเห็นแจ้ง) ดังนี้
สมาธิภาวนา 4 ตาม สมาธิสูตร (อ.กุ. จตุกกนิบาต 21/94)
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสถึงสมาธิภาวนาที่เมื่อเจริญแล้ว ย่อมนำไปสู่ผล 4 ประการ ดังนี้
1. สมาธิภาวนาที่ยังความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และยังสติสัมปชัญญะให้เกิด
(สุขวิหารายะ เจวะ โหติ, สโต จ โหติ สัมปชาโน)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่มุ่งเน้นความสงบกายใจและปีติสุขในปัจจุบันธรรม (คือการเข้าถึง ฌาน หรือ สมาถะ) ควบคู่ไปกับการตั้งมั่นแห่ง สติและสัมปชัญญะ ที่ไม่เสื่อมถอย
การปฏิบัติ: ตามอรรถกถาอธิบายว่า ผู้ปฏิบัติประเภทนี้เน้นการเจริญสมถะเป็นหลัก เข้าสู่ฌานเพื่อพักผ่อนอิริยาบถทางจิต ได้รับความสงบอันเป็นทิพย์ แต่ยังคงรักษาความเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ตกไปในความประมาท แม้ยังไม่ได้เจริญวิปัสสนาเต็มที่ ก็ได้อานิสงส์คือความสุขสงบในภพปัจจุบัน
2. สมาธิภาวนาที่ยังความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน และยังญาณทัสสนะให้เกิด
(สุขวิหารายะ เจวะ โหติ, ญาณทัสสนัสสะ จะ ปฏิลาภายะ สังวัตตติ)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่ทำให้ได้รับความสุขจากฌาน (สมถะ) เป็นพื้นฐาน และเมื่อออกจากฌานแล้ว น้อมนำจิตไปเจริญ วิปัสสนา จนสามารถเกิด ญาณทัสสนะ คือความรู้ความเห็นแจ้งในอริยสัจ
การปฏิบัติ: ผู้ปฏิบัติประเภทนี้เรียกว่า สมถยานิก คือผู้มีสมถะเป็นยาน (หลัก) ได้ฌานเป็นบาทฐาน (ปาทกฌาน) แล้วจึงยกองค์ธรรมในฌานขึ้นสู่วิปัสสนา พิจารณาความไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นต้น จนบรรลุโลกุตตรธรรมได้ญาณทัสสนะ เช่น ทิพยจักษุญาณ หรือญาณในมรรคผล
3. สมาธิภาวนาที่ยังสติสัมปชัญญะให้เกิด และยังความสิ้นอาสวะให้เกิด
(สโต เจวะ โหติ สัมปชาโน, อาสวานัญจะ ขยสายะ สังวัตตติ)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่เน้น สติสัมปชัญญะ เป็นหลักสำคัญในการพิจารณาธรรม เพื่อให้เกิด ความสิ้นอาสวะ (บรรลุอรหัตตผล)
การปฏิบัติ: ผู้ปฏิบัติประเภทนี้เรียกว่า วิปัสสนายานิก คือผู้มีวิปัสสนาเป็นยาน ไม่ได้มุ่งเข้าสู่ฌานที่ละเอียดอ่อนเพื่อความสุขสงบก่อน แต่ใช้สติสัมปชัญญะในการตามเห็นความเกิดขึ้นและความดับไปของรูปนาม (อารมณ์ของวิปัสสนา) โดยตรง เช่น การเจริญสติปัฏฐาน 4 พิจารณากาย เวทนา จิต ธรรม เพื่อให้เห็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) จนบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์
4. สมาธิภาวนาที่ยังความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน, ยังสติสัมปชัญญะ, ยังญาณทัสสนะ, และยังความสิ้นอาสวะให้เกิด
(สุขวิหารายะ เจวะ โหติ... อาสวานัญจะ ขยสายะ สังวัตตติ)
ความหมาย: เป็นการเจริญสมาธิที่รวมเอาประโยชน์ทั้ง 3 ข้อข้างต้นไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์ คือ ได้รับความสุขจากฌาน, มีสติสัมปชัญญะมั่นคง, ได้ญาณทัสสนะในการเห็นแจ้ง, และบรรลุความสิ้นอาสวะ
การปฏิบัติ: เป็นการปฏิบัติที่สมบูรณ์แบบที่สุด ผู้ปฏิบัติสามารถทำฌานให้เกิดขึ้นอย่างว่องไวและชำนาญ (วสี) ใช้ฌานเป็นฐานแห่งวิปัสสนา เมื่อบรรลุอรหัตตผลแล้ว ก็ยังสามารถเข้าออกฌานเพื่อความสุขสงบในปัจจุบันได้ตามปรารถนา เป็นผู้ที่ดำเนินตามทางแห่งสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไปอย่างดีเยี่ยม
การเชื่อมโยงกับ สังคีติสูตร (ที.ปา. 11/33)
สังคีติสูตรได้กล่าวถึงสมาธิภาวนา 4 ประการที่สอดคล้องกับผลลัพธ์ในสมาธิสูตร โดยมีการระบุความสัมพันธ์กับผลต่าง ๆ อย่างชัดเจน:
เพื่อความอยู่เป็นสุขในปัจจุบัน: ตรงกับข้อ 1 และ 2 ของสมาธิสูตร (เน้นความสุขจากฌาน)
เพื่อความได้ญาณทัสสนะ: ตรงกับข้อ 2 และ 4 ของสมาธิสูตร (เน้นการเจริญวิปัสสนา)
เพื่อความได้สติสัมปชัญญะ: ตรงกับข้อ 1 และ 3 ของสมาธิสูตร (เน้นความไม่ประมาท)
เพื่อความสิ้นอาสวะ: ตรงกับข้อ 3 และ 4 ของสมาธิสูตร (เน้นการบรรลุอรหัตตผล)
บทสรุป
สมาธิภาวนา 4 ประการนี้ มิได้เป็นประเภทของการปฏิบัติที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการจำแนกตาม ผลที่ผู้ปฏิบัติมุ่งหวังและได้รับ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเจริญสมาธิในทางพระพุทธศาสนามีความยืดหยุ่นและหลากหลาย โดยผู้ปฏิบัติสามารถเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับจริตและอัธยาศัยของตนเองได้
ผู้ที่มุ่งเน้นความสุขสงบในปัจจุบัน (ข้อ 1) ก็ใช้สมถะเป็นหลัก
ผู้ที่ต้องการกำลังของฌานเพื่อต่อยอดวิปัสสนา (ข้อ 2) ก็ใช้สมถยานิก
ผู้ที่ต้องการความสิ้นอาสวะโดยไม่ติดในความสุขของฌาน (ข้อ 3) ก็ใช้วิปัสสนายานิก
ผู้ที่ต้องการความสมบูรณ์ทั้งสองทาง (ข้อ 4) ก็เจริญทั้งสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไป
ดังนั้น สมาธิภาวนา 4 จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า การเจริญสมาธิในพระพุทธศาสนาคือการพัฒนาจิตแบบองค์รวม ที่มุ่งหมายทั้งความสุขสงบทางกายใจในปัจจุบัน และการหลุดพ้นจากกิเลสอาสวะในที่สุด
(เอไอ รวบรวมและเรียบเรียง)
#สมาธิภาวนา4 #สังคีติสูตร #สมาธิสูตร #พระไตรปิฎก #สมถะ #วิปัสสนา #การปฏิบัติธรรม #SamadhiBhavana