ตอนที่ 19 สู่ห้วงอวกาศ ค.ศ.1950-1959

“ม่านเหล็กได้โรยตัวลงมาปกคลุมไปทั่ว
ยุโรปแล้ว”หนึ่งในสุนทรพจน์ของเซอร์วินสตัน เชอร์ชิล นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรในช่วงเวลานั้น กล่าวถึง ม่านเหล็ก (Iron Curtain)
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้งทางอุดมการณ์ และพรมแดนเชิงกายภาพที่แบ่งทวีปยุโรปออกเป็นสองฝั่ง

ฝั่งทุนนิยมเสรี และ ฝั่งคอมมิวนิสต์

“ฝังทุนนิยมเสรี” นำโดย สหรัฐอเมริกา ระบบทุนนิยมเสรี อยู่ภายใต้การปกครองหลายระบอบ ส่วนใหญ่คือระบอบประชาธิปไตยมีการดำเนินเศรษฐกิจเป็นแบบเสรี ซึ่งให้เสรีภาพแก่ภาคเอกชนในการเลือกดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจเอกชนมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินสามารถเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต และทรัพย์สินต่างๆ ที่ตนหามาได้มีเสรีภาพในการประกอบธุรกิจ รวมทั้งการเลือกอุปโภคบริโภคสินค้าและบริการต่างๆ ซึ่งประเทศในยุโรปตะวันตก ล้วนดำเนินระบบเศรษฐกิจในรูปแบบนี้ ภายใต้การช่วยเหลือทางการเงินของสหรัฐอเมริกาและมีการตั้งองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO) เพื่อความมั่นคงทางการทหารของกลุ่มพันธมิตรในยุโรปตะวันตก หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อการสร้างสันติสุขในภูมิภาคประเทศในยุโรปตะวันตก 6 ประเทศซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรูกัน ประกอบด้วยเยอรมนีตะวันตก ฝรั่งเศส อิตาลี เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และลักเซมเบิร์กได้รวมตัวกันเพื่อก่อตั้งประชาคมถ่านหินและเหล็กกล้าแห่งยุโรป (ECSC) ในปี ค.ศ. 1951

ซึ่งการรวมตัวครั้งนี้ จะพัฒนาจนกลายเป็นสหภาพยุโรปในเวลาต่อมา

“ฝั่งคอมมิวนิสต์” นำโดย สหภาพโซเวียต
ระบบคอมมิวนิสต์ อยู่ภายใต้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์เป็นระบบเศรษฐกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของทรัพยากรต่างๆ และปัจจัยในการผลิตทุกชนิด เอกชนไม่มีกรรมสิทธิ์และเสรีภาพที่จะเลือกใช้ปัจจัยการผลิตได้ รัฐบาลเป็นผู้ประกอบการและทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรต่างๆ หน่วยธุรกิจและครัวเรือน จะผลิตและบริโภคตามคําสั่งของรัฐ การแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจกระทําโดยรัฐบาลเท่านั้น

สหภาพโซเวียตได้ขยายลัทธิคอมมิวนิสต์มายังยุโรปตะวันออก และได้ก่อตั้ง กติกาสัญญาวอร์ซอ (Warsaw Pact) ณ กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ ใน ปี ค.ศ. 1957 เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางการทหารของกลุ่มพันธมิตรใน ยุโรปตะวันออก ไม่ใช่เพียงแต่ในทวีปยุโรปเท่านั้น

ทวีปเอเชียก็เผชิญความขัดแย้งของสองขั้วอุดมการณ์ไม่ต่างกัน และความขัดแย้งนี้ก็นํามาสู่สงครามบนคาบสมุทรเกาหลี ในปี ค.ศ. 1950 เดิมคาบสมุทรเกาหลีเคยถูกยึดครองโดยญี่ปุ่น

แต่เมื่อญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 คาบสมุทรแห่งนี้จึงถูกแบ่งกันปกครอง โดยประเทศผู้ชนะสงคราม
จุดแบ่งคือ เส้นขนานที่ 38 สหภาพโซเวียต ครอบครองดินแดนเหนือเส้นขนาน ซึ่งต่อมากลายเป็นเกาหลีเหนือ ปกครองแบบคอมมิวนิสต์สหรัฐอเมริกา ครอบครองดินแดนใต้เส้นขนาน
ซึ่งต่อมากลายเป็นเกาหลีใต้ จัดตั้งรัฐประชาธิปไตยเกาหลีเหนือเริ่มบุกเกาหลีใต้ตามความเห็นชอบของโซเวียตในปี ค.ศ. 1950


ทำให้สหรัฐอเมริกา และพันธมิตรต้องเข้ามาแทรกแซง โดยส่งทหารมาเกาหลีใต้เพื่อรบกับเกาหลีเหนือ ความขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง ทำให้คนเชื้อชาติเดียวกันต้องมาสู้รบกัน
แม้จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงในปี ค.ศ. 1953 แต่เหตุการณ์นี้ก็นำมาสู่การแบ่งแยกประเทศของชาวเกาหลีจวบจนถึงปัจจุบัน

การเกิดขึ้นของสงครามเกาหลีทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่น ซึ่งบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้รับอานิสงส์อย่างมาก อุตสาหกรรมการผลิตของญี่ปุ่น โดยเฉพาะเหล็ก การต่อเรือ และยานยนต์
ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการของกองกำลังสหรัฐฯ บนคาบสมุทรเกาหลี เช่นเดียวกับเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา สงครามโลกครั้งที่ 2 ช่วยให้อุตสาหกรรมการผลิตขยายตัวจนหลุดพ้นจากวิกฤติเศรษฐกิจ ประชากรที่เพิ่มขึ้นในยุคหลังสงครามทำให้การบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

การขยายถนนไฮเวย์ระหว่างรัฐทำให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโต
ส่งผลให้บริษัทผลิตรถยนต์อย่าง General Motors
กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลกในปี ค.ศ. 1955

บริษัทระดับโลกที่ก่อตั้งในช่วงทศวรรษนี้ ประกอบไปด้วย ...

KFC ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1955 พันเอกแซนเดอร์สที่ล้มเหลวมาเกือบทั้งชีวิต เขาได้เป็นพ่อครัวทำอาหารอยู่ในปั๊มน้ำมันเชลล์ ที่รัฐเคนทักกี และได้คิดค้นไก่ทอดสูตรพิเศษซึ่งเป็นที่นิยมของลูกค้า จนนำมาสู่การก่อตั้ง Kentucky Fried Chicken ในรูปแบบบริษัทเป็นครั้งแรกในวัย 65 ปี

LG ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1958
บริษัทสัญชาติเกาหลี ที่เริ่มก่อตั้งด้วยชื่อ Goldstar ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเริ่มจาก “วิทยุ” เครื่องแรกของเกาหลี ก่อนจะขยายไปสู่สินค้าอิเล็กทรอนิกส์อีกหลายชนิด

VISA ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1958
แม้การใช้บัตรเครดิตจะเริ่มแพร่หลายแล้วในสหรัฐอเมริกา แต่ยังเป็นลักษณะที่แต่ละห้างร้านออกบัตรของตัวเองโดยผูกกับบัญชีธนาคารของร้านค้าเอง ทำให้ลูกค้าต้องพกบัตรเครดิตเป็นจำนวนมาก เพราะแต่ละบัญชี ก็เป็นของ
แต่ละร้านค้า เรื่องนี้ยังทำให้เวลาจ่ายเงินในแต่ละเดือนยุ่งยากตามไปด้วย ซึ่งนำมาสู่ความพยายามในการสร้างบัตรเครดิตใบเดียว ที่สามารถใช้จ่ายได้หลายๆ ร้านค้า ของ Bank of America ที่สร้างบัตรเครดิตในชื่อ Bank Americard ซึ่งนับว่าเป็นการปฏิวัติวิธีการชำระเงินทั้งภายใน และระหว่างประเทศจนภายหลัง BankAmericard ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อที่คุ้นเคยกันในปัจจุบัน
ว่า “VISA”

ช่วงหลังสงครามโลก นำมาสู่การเพิ่มขึ้นของประชากรอย่างรวดเร็ว โดยประชากรในยุคนี้เรียกว่า Baby Boomer นับเป็นครั้งแรกที่ประชากรโลกเพิ่มจำนวนจนถึง 3,000 ล้านคน ในช่วงปลาย
ปี ค.ศ. 1959 ประเทศที่มีประชากรมากที่สุด 5 อันดับแรก ในปี ค.ศ. 1959 คือ
สาธารณรัฐประชาชนจีน 666 ล้านคน
อินเดีย 426 ล้านคน
สหภาพโซเวียต 210 ล้านคน
สหรัฐอเมริกา 208 ล้านคน
อินโดนีเซีย 94 ล้านคน

แม้จีนจะเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุด แต่การดำเนินนโยบาย “การก้าวกระโดดไปข้างหน้า” ภายใต้การนำของ เหมา เจ๋อตง ในปี ค.ศ. 1958
โดยมีคำสั่งให้ทุกหมู่บ้านนำเครื่องมือเครื่องใช้ และเศษเหล็กต่างๆ มาถลุงเป็นเหล็ก เพื่อนำไปใช้ในทางอุตสาหกรรม และการก่อสร้าง แต่ผลที่ตามมาก็คือ เหล็กที่ถลุงนั้นขาดคุณภาพ จนกลายเป็นเพียงเศษเหล็กจำนวนหลายล้านตัน เกษตรกรซึ่งควรใช้เวลาไปกับการเพาะปลูกทำไร่ทำนา กลับต้องนำเครื่องมือทางการเกษตรมาถลุงเหล็กตามคำสั่งของรัฐบาล ผลผลิตทางเกษตรจึงขาดแคลนจนนําไปสู่การอดอยากและเสียชีวิตนับสิบล้านคน ส่งผลให้ขนาดเศรษฐกิจของจีนลดลง จนมีขนาดเล็กกว่าประเทศที่มีประชากร น้อยกว่ามาก อย่างเยอรมนีตะวันตก ประเทศที่มีขนาด GDP มากที่สุด 5 อันดับแรก ในปี ค.ศ. 1959 เมื่อเทียบ เป็นมูลค่าในปี ค.ศ. 2018

สหรัฐอเมริกา 121.7 ล้านล้านบาท
สหภาพโซเวียต 47.6 ล้านล้านบาท
เยอรมนีตะวันตก 28.1 ล้านล้านบาท
สาธารณรัฐประชาชนจีน 27.8 ล้านล้านบาท
ญี่ปุ่น 20.2 ล้านล้านบาท

ทั้งสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต ต่างพยายามแข่งขันเพื่อเป็นมหาอํานาจ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการทหาร แต่ไม่ใช่เพียงแค่นั้น
การแข่งขันระหว่างสองประเทศนี้ ยังลามไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยีอวกาศ

เมื่อสหภาพโซเวียตส่งดาวเทียมสปุตนิก 1 ขึ้นสู่วงโคจรในอวกาศในเดือนตุลาคม ค.ศ. 1957
ซึ่งถือเป็นวัตถุที่มนุษย์สร้างขึ้นชิ้นแรกที่ได้เดินทางออกนอกโลก


“ยุคอวกาศ” ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

ตามมาด้วยการส่งดาวเทียมสปุตนิก 2 ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1957 ในครั้งนี้มีสิ่งมีชีวิตตัวแรกของโลกที่ได้ออกเดินทางสู่ห้วงอวกาศคือ สุนัข
เพศเมียชื่อ “ไลก้า”

สหรัฐอเมริกาเกรงว่าความก้าวหน้าทางอวกาศของโซเวียตจะเป็นภัยต่อความมั่นคงจึงได้ก่อตั้งองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ในปี ค.ศ.1958 และนํามาสู่การสร้างดาวเทียมเอ็กซ์พลอเรอร์ 1 ดาวเทียมดวงแรกสัญชาติ อเมริกันขึ้นสู่วงโคจรในปีเดียวกัน
สหภาพโซเวียตยังคงประสบความสําเร็จในการส่งสิ่งมีชีวิตอีกหลายชนิดเดินทางออกนอกโลก
จนมีความมั่นใจและเตรียมพร้อมที่จะส่งมนุษย์คนแรกออกไปยังห้วงอวกาศ

ฝ่ายสหรัฐอเมริกาก็ไม่ยอมแพ้จึงได้ริเริ่มพัฒนาแผนการใหม่
ที่จะทําในสิ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนนั่นคือ
“การส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์”..
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่