JJNY : 5in1 ลิซ่าจี้‘ศักดา’│ไทยเสี่ยงสูงอากาศสุดขั้ว│ตรวจเจออีก 1 ทุ่น│โวย‘กสทช.ชุ่ย’│‘บิ๊กโจ๊ก’ แฉแชทอ้างถึง ‘อนุทิน’

ลิซ่า จี้ ‘ศักดา’ เร่งจ่ายน้ำประปาให้ชาวหาดใหญ่ ลั่น อย่างน้อยคืนนี้บางจุดต้องได้ใช้น้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5480865
.

.
สส.ลิซ่าเร่ง รมช.ศักดา จ่ายน้ำประปาให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ให้เร็วที่สุด อย่างน้อยคืนนี้ต้องมีบางจุดได้ใช้น้ำ
.
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน น.ส.ภคมน หนุนอนันนต์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ยังคงเดินหน้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นวันที่ 7 แล้ว ภคมนกล่าวถึงการเตรียมแผนทำงานที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และได้มีโอกาสพบกับศักดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และ การประปานครหลวง (กปน.) ขณะที่เดินทางเข้ามาเยี่ยมศูนย์อพยพมหาวิทยาลัยราชภัฎสงขลา
.
น.ส.ภคมนได้สะท้อนถึงความเดือดร้อนเร่งด่วนของพี่น้องประชาชนที่ได้ไปรับและสัมผัสมาตลอดทั้ง 7 วัน ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยรับทราบ และได้เน้นถึงความเดือดร้อนที่สำคัญตอนนี้คือเรื่องน้ำประปา แม้ว่าน้ำท่วมจะเริ่มลดลงบ้างแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนจะได้ใช้น้ำประปาเมื่อไร แม้โรงผลิตน้ำประปาและท่อจ่ายน้ำมีความเสียหาย แต่ประชาชนยังเดือดร้อนและต้องการใช้น้ำจึงได้ขอให้รัฐมนตรีช่วยฯ เร่งดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนท่ามกลางความเสียหายอย่างหนักทั้งเมือง เพื่อให้นำน้ำไปใช้ทำความสะอาด ล้างบ้าน และทำให้ประชาชนได้กลับไปยังที่พักอาศัยตนเองได้บ้าง
.
ทางรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้รับทราบปัญหาและรับปากว่าจะดำเนินการแก้ไข โดยคาดว่าบริเวณชุมชนโรงพยาบาลหาดใหญ่จะสามารถมีน้ำประปาให้ประชาชนใช้ได้ในช่วงดึก
.
นอกจากนี้ น.ส.ภคมนยังร้องเรียนถึงปัญหาขยะล้นเมืองว่าต้องเร่งเอารถตักขนาดใหญ่ รวมถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่จำนวนมากเข้ามาเร่งเคลียร์ขยะให้เร็วที่สุด ควรวางแผนเส้นทางรถเก็บขยะ พร้อมประกาศให้ประชาชนรับทราบ เพื่อจะได้ฟื้นฟูเมืองได้เป็นระบบ รวดเร็ว ไม่ติดขัด ซึ่งทางรัฐมนตรีช่วยฯ ยืนยันว่าวันนี้จะเดินทางไปดูงานเก็บขยะของหน่วยงานที่กำกับดูแลด้วยตัวเอง
.
น.ส.ภคมนกล่าวต่อไปว่า สำหรับภารกิจวันนี้ ได้สะท้อนความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนชาวหาดใหญ่ให้เร่งจัดการกับผู้มีอำนาจได้ทราบแล้ว และจะติดตามเร่งให้เรื่องที่ขอความร่วมมือไปเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด
.
สำหรับภารกิจของพรรคประชาชนวันนี้ยังดำเนินต่อไป โดยภคมนจะนำเครื่องปั่นไฟไปให้พี่น้องในพื้นที่ที่ไฟฟ้ายังใช้ไม่ได้ อย่างน้อยให้ได้ชาร์จโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ได้ติดต่อสื่อสารกับญาติพี่น้อง นี่ถือเป็นภารกิจ “รีชาร์จประชาชน” โดยยืนยันว่า ตนเองและพรรคประชาชน ทำงานทุกรูปแบบ ทั้งลงมือทำหน้างาน ทั้งประสานงาน ทั้งออกแบบระบบให้ง่ายไม่ซ้ำซ้อน ไม่ตกหล่นไปพร้อมๆ กัน เพราะการช่วยเหลือประชาชนไม่จำเป็นต้องเลือกทำแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้าอะไรที่พอทำได้ก็ช่วยกันทำ แต่จะต้องไม่ละทิ้งความคาดหวังที่มีต่อรัฐบาลว่าจะต้องเป็นหัวเรือหลักในการทำงานและต้องรับรับผิดชอบเร่งคืนชีวิตปกติให้พี่น้องทุกคนที่กำลังประสบภัยด้วย
.

.
"กรมลดโลกร้อน" เผยไทยเสี่ยงสูงจาก "สภาพอากาศสุดขั้ว" เร่งยกระดับการเตือนภัย
.
"กรมลดโลกร้อน" เผยไทยติดอันดับ 17 เสี่ยงสูงจาก "สภาพอากาศสุดขั้ว" พร้อมเร่งยกระดับการเตือนภัย บูรณาการมาตรการรับมือแบบองค์รวม
.
วันที่ 29 พ.ย. 2568 ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ได้เปิดเผยข้อมูลจากรายงาน Climate Risk Index (CRI) 2026 โดยองค์กร Germanwatch ที่ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วทั่วโลก โดยใช้ฐานข้อมูลระหว่างประเทศ ช่วงระยะเวลา 30 ปี (ค.ศ. 1995–2024) พบว่า ในปี 2024 ประเทศไทยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น อยู่ในอันดับที่ 17 จากอันดับที่ 72 ในปี 2022 สะท้อนถึงความเปราะบางต่อเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอย่างชัดเจน ส่วนความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี อยู่อันดับที่ 22 จากอันดับที่ 30 ในปี 2022 แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงของไทยเพิ่มสูงขึ้น
.
รายงานดังกล่าว ยังระบุว่า ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากกว่า 9,700 ครั้ง มีประชากรได้รับผลกระทบเกือบ 5.7 พันล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า 832,000 คน เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกว่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุการเสียชีวิตสูงที่สุดเกิดจากคลื่นความร้อนและพายุ รวม 66% ขณะที่น้ำท่วมส่งผลกระทบต่อประชากรมากที่สุด 48% ส่วนพายุสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงที่สุด 58% หรือราว 2.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐสำหรับปี 2024
.
สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ เกรนาดา ชาด ปาปัวนิวกินี ไนเจอร์ เนปาล ฟิลิปปินส์ มาลาวี เมียนมา และเวียดนาม ขณะที่ความเสี่ยงระยะยาว 30 ปี ประเทศที่ได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด ได้แก่ โดมินิกา เมียนมา และฮอนดูรัส ซึ่งกลุ่มประเทศดังกล่าว มีความสามารถในการปรับตัวต่ำกว่าประเทศอื่น
.
ถึงแม้ว่าไทยจะมีระดับการพัฒนาสูงกว่าประเทศรายได้ต่ำหลายประเทศ แต่ยังคงเผชิญกับความสูญเสียและความเสียหายจากสภาพอากาศรุนแรง โดยเฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หนึ่งในจังหวัดที่มีความเสี่ยงในเรื่องภัยอันตรายจากฝนตกหนัก ที่มีปริมาณฝนตกหนักสูงสุดถึง 350 มิลลิเมตรต่อวัน ถือเป็นปริมาณที่มากผิดปกติในรอบ 300 ปี สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน
.
ส่วนสาเหตุของปริมาณฝนที่ตกหนักนี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูปแบบของฝนเปลี่ยนแปลงไป รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยกำหนดนโยบายรัฐบาลด้านธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ข้อ 12 เร่งติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายการเตือนภัยพิบัติโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงสูง และข้อ 13 ผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ ประกาศให้ไทยบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี 2050
.
ภายใต้กรอบดังกล่าว กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จึงเร่งขับเคลื่อนและบูรณาการการดำเนินงานตามแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National Adaptation Plan : NAP) อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับพื้นที่ ร่วมกับหน่วยงานหลักทั้ง 6 สาขา ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ทั้งการยกระดับระบบเตือนภัยพิบัติของประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการปรับตัวระดับโลก (Global Goal on Adaptation : GGA) การบริหารจัดการน้ำทั้งในเมืองและชนบท การส่งเสริมมาตรการปรับตัวด้านสาธารณสุข เกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน การสนับสนุนการใช้แนวทางธรรมชาติในการแก้ไขปัญหา การพัฒนาแนวทางการปรับตัวในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการพัฒนากลไกสนับสนุนการปรับตัว เช่น การเข้าถึงแหล่งเงินทุนสำหรับการปรับตัวในพื้นที่ การพัฒนาฐานข้อมูลความเสี่ยงและศูนย์ข้อมูลด้านการปรับตัว รวมถึงระบบการติดตามเชิงรุก การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ในการบริหารจัดการความเสี่ยง
.
อีกทั้งพัฒนาดัชนีความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (CRI) ที่เหมาะสมกับประเทศไทย เป็นเครื่องมือในการวางแผนนโยบายรายพื้นที่หรือระดับจังหวัด และเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายให้กับทุกภาคส่วน เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลดัชนีความเสี่ยงฯ เพื่อใช้ในการประเมินความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น พร้อมกับเร่งผลักดัน พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อเป็นกลไกในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสื่อสารและสร้างความตระหนักรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของประเทศและประชาชนในการรับมือกับสภาพอากาศสุดขั้วที่มีความถี่และความรุนแรงที่มากขึ้นในอนาคต
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่