สารานุกรมปืนตอนที่ 2326 Marine Scout Sniper Rifle (MSSR)

Marine Scout Sniper Rifle หรือที่รู้จักในชื่อย่อว่า MSSR เป็นปืนซุ่มยิงกึ่งอัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาและผลิตขึ้นโดยกองทัพนาวิกโยธินฟิลิปปินส์ (Philippine Marine Corps - PMC) เพื่อตอบสนองต่อความต้องการอาวุธซุ่มยิงที่มีความคล่องตัวสูง เหมาะสมกับภูมิประเทศแบบป่าทึบและการรบในเมือง โดยมีพื้นฐานการพัฒนามาจากปืนไรเฟิลจู่โจมตระกูล M16



ประวัติความเป็นมาและการพัฒนา

โครงการนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 1996 ภายใต้การนำของ พันเอก โจนาธาน มาร์เทียร์ (Col. Jonathan Martir) แห่งนาวิกโยธินฟิลิปปินส์ในเวลานั้นกองทัพต้องการระบบปืนซุ่มยิงที่แม่นยำแต่มีงบประมาณจำกัด และ ปืนระบบลูกเลื่อนแบบดั้งเดิมอย่าง M40A1 มีข้อจำกัดเรื่องอัตราการยิงในระยะประชิดหรือการซุ่มยิงในป่าทึบที่เป้าหมายมักเคลื่อนที่เร็วทีมวิจัยจึงเลือกใช้โครงปืน (Receiver) ของปืน M16A1 ที่มีอยู่จำนวนมากในคลังแสงมาดัดแปลง เพื่อสร้างปืนที่ใช้กระสุนขนาด 5.56x45 mm NATO ซึ่งมีน้ำหนักเบาและมีแรงถีบต่ำ ช่วยให้พลซุ่มยิงสามารถยิงซ้ำได้รวดเร็ว

รายละเอียดรุ่นต่าง ๆ ของ MSSR

การพัฒนาของ MSSR แบ่งออกเป็นยุคสมัยหรือ "รุ่น" (Generation) ตามการปรับปรุงอุปกรณ์ควบรวม ดังนี้

1. MSSR Generation 1 (รุ่นแรก)

เริ่มเข้าประจำการในปี 1996 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ
โครงปืน ใช้โครงล่างและโครงบนของ M16A1 เดิม
ลำกล้อง เปลี่ยนมาใช้ลำกล้องสแตนเลสแบบ Heavy Barrel ของ Ultra Match เกลียว 1-8.5 นิ้ว
กล้องเล็ง ใช้กล้องยี่ห้อ Tasco รุ่น World Class ขนาด 3-9x40 มม. ติดตั้งบนหูหิ้ว (Carry Handle) โดยตรง หรือใช้กล้อง Simmons
พานท้าย ใช้พานท้ายเดิมของ M16A1
ชุดหน้า ใช้กระโจมมือทรงสามเหลี่ยมเดิมของ M16A1 แต่มีการดัดแปลงระบบแก๊สและการวางลำกล้อง

2. MSSR Generation 2 (รุ่นที่สอง)

เป็นการปรับปรุงเพื่อเพิ่มความเสถียรและความแม่นยำ
การเปลี่ยนแปลงหลัก มีการตัดศูนย์หน้า (Front sight post) ออกเพื่อไม่ให้บังมุมมองกล้อง
กล้องเล็ง อัปเกรดเป็น Bushnell ขนาด 3-9x40 มม. พร้อมวงแหวนรัดกล้องที่แข็งแรงขึ้น
ระบบการวางลำกล้อง เริ่มมีการปรับแต่งให้ลำกล้องเป็นแบบ Free-floating (ลอยตัวอิสระ) มากขึ้นในบางกระบอก
ขาทราย ติดตั้งขาทราย Harris Bipod เพื่อความนิ่งในการยิง

3. MSSR Generation 3 (รุ่นที่สาม)

รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ให้ทันสมัยขึ้นอย่างชัดเจนเพื่อรองรับอุปกรณ์เสริม
โครงบน (Upper Receiver) เปลี่ยนจากแบบมีหูหิ้วถาวร เป็นแบบ Flat-top (เรียบ) พร้อมราง Picatinny สำหรับติดอุปกรณ์
กล้องเล็ง เปลี่ยนมาใช้กล้องคุณภาพสูงระดับทหาร คือ Leupold Mark 4 LR/T M3
ชุดหน้า เปลี่ยนมาใช้กระโจมมือแบบ Free-float (ลอยตัว) ของ Daniel Defense หรือยี่ห้อเทียบเคียง เพื่อไม่ให้มือจับสัมผัสกับลำกล้องโดยตรง ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำ
ลำกล้อง ใช้ลำกล้องยาว 20 นิ้ว หรือ 24 นิ้ว เคลือบแข็งแบบ Hard-krome
อุปกรณ์เสริม รองรับการติดตั้งท่อเก็บเสียง (Suppressor)

4. MSSR Generation 4 (รุ่นที่สี่ - Night Fighting Weapon System)

พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรบกลางคืน หรือ Night Fighting Weapon System (NFWS)
กล้องเล็ง ใช้กล้อง Leupold M3A และมีการติดตั้งระบบมองเห็นกลางคืน (Night Vision) ร่วมด้วย
พานท้าย เปลี่ยนเป็นพานท้ายแบบปรับระดับได้ของ Magpul (รุ่น PRS หรือ Precision Rifle Stock) เพื่อให้เข้ากับสรีระผู้ยิง
ใช้คันยิง (Pistol Grip) แบบใหม่ที่จับกระชับมือขึ้น
กระสุน ออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับกระสุนเกรดแข่งขันขนาด 69 เกรน หรือ 75 เกรน ได้ดียิ่งขึ้น



5. MSSR Generation 5 (รุ่นที่ห้า)

เป็นรุ่นล่าสุดที่มีการผลิตและส่งมอบใช้งานโดยเน้นวัสดุที่เบาขึ้นและระบบรางยึดอุปกรณ์มาตรฐานสากล
ชุดหน้า ใช้ระบบราง KeyMod หรือ M-LOK เพื่อลดน้ำหนักปืนโดยรวม
การเคลือบผิว มีการทำสีพราง (Camouflage) มาจากโรงงาน หรือเคลือบ Cerakote เพื่อทนต่อสภาพอากาศทะเล
ระบบลั่นไก ใช้ไกแต่งแบบ Match Grade สองจังหวะ (Two-stage trigger)







การล้อมเมืองมาราวี 2017 (สงครามปราบ ISIS)







สวัสดีครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่