สวัสดีครับทุกคน ช่วงก่อนผมเพิ่งรับงานขับรถไปรับลูกค้าชาวจีนที่สุวรรณภูมิ เป็นครอบครัว 3 คน พ่อ แม่ ลูกชายวัยมัธยม แต่คือ… วันนั้นมันไม่ธรรมดาตรงที่ ทั้งวันมันรู้สึกขลุกขลักแปลก ๆ ตั้งแต่ออกจากบ้าน
เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า
ผมตื่นมาด้วยอาการไหล่ตึง ๆ แบบงง ๆ ทั้งที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ทำอะไรหนัก แต่ก็คิดว่า “เออ เดี๋ยวแวะคลินิกแถวราชดำริที่เคยเข้าไปปรับหลังวันก่อนดีกว่า” เพราะเขากดดีมาก แบบคลายจนอยากทิ้งตัวนอนต่อ
แต่พอจำได้ว่าต้องรีบไปรับลูกค้า ก็เลยแค่หยิบ สเปรย์คลายเมื่อยขวดประจำ ที่โยนทิ้งไว้ในรถแล้วกดสองฟุ่บแบบลวก ๆ แล้วก็รีบออกจากบ้าน
ซึ่ง… กลับกลายเป็นบุญของตัวเองภายหลังมาก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเพราะอะไร
👨👩👦 พอถึงสนามบิน… เรื่องเริ่มแปลกตั้งแต่ยังไม่ขึ้นรถ
พอเจอลูกค้าจีน เขาทักทายดีมาก แต่ลูกชายเขามองหน้าผมแบบตกใจเล็ก ๆ เหมือนไม่เคยเห็นคนไทยตัวจริงมาก่อน
ผมก็ไม่คิดอะไรมาก จนตอนเดินไปที่รถ อยู่ดี ๆ เขาพูดภาษาจีนกับพ่อแม่ แล้วหันมามองผมอีกทีแบบแปลก ๆ
คือปกติผมรับลูกค้าจีนบ่อย แต่ครั้งนี้มัน รู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศมันประหลาดแปลก ๆ แบบพูดไม่ถูก
🚗 ระหว่างขับ… เขาพูดกันด้วยน้ำเสียงประหลาดมาก
ผมขับออกจากสนามบินได้ประมาณ 10 นาที แม่เขาก็ถามว่า
“คุณขับรถแบบนี้ทุกวัน ไม่ปวดหลังเหรอ?”
ปกติลูกค้าถามประมาณนี้ผมก็จะตอบขำ ๆ ว่า
“ชินแล้วครับ ปวดก็หายเองบ้าง ไม่หายก็แวะคลินิกนวดกดจุดแถวราชดำริประจำ”
แต่สิ่งที่แปลกคือ…
ทันทีที่ผมพูดคำว่า “คลินิก” ลูกชายเขามองผมในกระจกหลังแบบจริงจัง แล้วถามขึ้นมาว่า
“คลินิกนั้น… มีคนเจ็บเยอะเหรอครับ?”
คือมุมปากเขายิ้ม แต่ตาไม่ยิ้มเลย
บอกตรง ๆ ขนลุกซู่ขึ้นมาดื้อ ๆ
😓 จากนั้นอาการเริ่มมา… แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พอจะตอบ อยู่ดี ๆ ไหล่ผมก็ปวดจี๊ดขึ้นมา ทั้งสองข้างเหมือนโดนบีบ
ทั้งที่ตอนออกจากบ้านก็พ่นสเปรย์ไปแล้ว มันไม่น่าปวดหนักขนาดนี้
ผมเลยพูดติดตลก
“เดี๋ยวถึงที่พักพี่คงต้องลงไปพ่นสเปรย์เพิ่มแล้วล่ะ ไม่รู้จะเป็นอะไรวันนี้”
แล้วเด็กคนนั้นก็พูดช้า ๆ เบา ๆ ว่า
“ไม่ใช่เพราะวันนี้หรอกครับ… แต่เพราะ เมื่อคืนคุณมี ‘ใคร’ นวดให้ ใช่ไหม?”
ผมเหงื่อแตกเลยครับ
คือเมื่อคืนผมนั่งไถมือถือจนเผลอหลับ ไม่มีใครนวดให้แน่นอน
ผมหันไปมองหน้าแม่เขา เธอรีบบอกว่า
“ลูกชายฉันเขาชอบพูดล้อเล่นกับคนแปลกหน้า อย่าถือสาเลยนะคะ”
แต่ท่าทางแม่กับพ่อเขา… ดูไม่เหมือนคนที่กำลังหัวเราะหรือเอ็นดูลูกเลย
เหมือนกำลัง “กังวล” มากกว่า
🏨 พอไปส่งถึงโรงแรม… เรื่องที่ทำให้ผมจำไม่ลืม
ตอนเอากระเป๋าลงให้ครอบครัว ลูกชายเดินเข้ามาใกล้ผมมากจนเกือบชนไหล่ แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“คืนนี้… อย่าเก็บขวดสเปรย์ไว้ในรถนะครับ
ของแบบนั้น… มักจะดึง ‘ใครบางคน’ ให้ตามกลับมาด้วย”
แล้วเขาก็ยิ้ม
ยิ้มแบบเด็กปกติ
แต่บรรยากาศ “ไม่ปกติ” เลยแม้แต่นิดเดียว
🧍♂️ พอกลับถึงบ้าน…
ผมจัดของ ลงกระเป๋า และลืมเรื่องทั้งหมดไป จนตอนจะล็อกรถ
ผมเห็น สเปรย์ขวดนั้นตกอยู่ที่พื้นรถฝั่งคนขับ
ทั้งที่ตอนเช้าผมจำได้ว่าผมวางไว้ในช่องเก็บของ
และไม่มีใครแตะมันได้ระหว่างทางแน่นอน
ผมเลยหยิบออกจากรถมาวางไว้ในบ้านเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่คืนนั้น…
ผมนอนอยู่ดี ๆ แล้ว “รู้สึกเหมือนมีคนนั่งกดไหล่เบา ๆ” ทั้งที่ผมนอนอยู่คนเดียว
พอตกใจตื่น ก็พบว่ากลิ่นสเปรย์ในห้องแรงมาก ทั้งที่ผมยังไม่ได้กดใช้แม้แต่ครั้งเดียว
ผมไม่ได้อยากเชื่อเรื่องลี้ลับนะ
แต่มันก็แปลก… ที่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นวันเดียวกันหมด
ตั้งแต่เจอเด็กคนนั้น พูดจาประหลาด ๆ
ไหล่ปวดแบบไม่ทราบสาเหตุ
จนถึงตอนกลับบ้านที่ของมัน “ขยับเอง”
ทุกวันนี้เวลาไปรับลูกค้าที่สนามบิน ผมยังอดมองหาครอบครัวนั้นไม่ได้เลย
ทั้งที่รู้ดีว่า… ไม่อยากเจออีกก็เถอะ
วันนั้นที่ไปรับลูกค้าจีน แล้วเจอเหตุการณ์ที่ไม่คิดว่าจะเจอ...
เริ่มตั้งแต่ตอนเช้า
ผมตื่นมาด้วยอาการไหล่ตึง ๆ แบบงง ๆ ทั้งที่เมื่อคืนก็ไม่ได้ทำอะไรหนัก แต่ก็คิดว่า “เออ เดี๋ยวแวะคลินิกแถวราชดำริที่เคยเข้าไปปรับหลังวันก่อนดีกว่า” เพราะเขากดดีมาก แบบคลายจนอยากทิ้งตัวนอนต่อ
แต่พอจำได้ว่าต้องรีบไปรับลูกค้า ก็เลยแค่หยิบ สเปรย์คลายเมื่อยขวดประจำ ที่โยนทิ้งไว้ในรถแล้วกดสองฟุ่บแบบลวก ๆ แล้วก็รีบออกจากบ้าน
ซึ่ง… กลับกลายเป็นบุญของตัวเองภายหลังมาก เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่าเพราะอะไร
👨👩👦 พอถึงสนามบิน… เรื่องเริ่มแปลกตั้งแต่ยังไม่ขึ้นรถ
พอเจอลูกค้าจีน เขาทักทายดีมาก แต่ลูกชายเขามองหน้าผมแบบตกใจเล็ก ๆ เหมือนไม่เคยเห็นคนไทยตัวจริงมาก่อน
ผมก็ไม่คิดอะไรมาก จนตอนเดินไปที่รถ อยู่ดี ๆ เขาพูดภาษาจีนกับพ่อแม่ แล้วหันมามองผมอีกทีแบบแปลก ๆ
คือปกติผมรับลูกค้าจีนบ่อย แต่ครั้งนี้มัน รู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศมันประหลาดแปลก ๆ แบบพูดไม่ถูก
🚗 ระหว่างขับ… เขาพูดกันด้วยน้ำเสียงประหลาดมาก
ผมขับออกจากสนามบินได้ประมาณ 10 นาที แม่เขาก็ถามว่า
“คุณขับรถแบบนี้ทุกวัน ไม่ปวดหลังเหรอ?”
ปกติลูกค้าถามประมาณนี้ผมก็จะตอบขำ ๆ ว่า
“ชินแล้วครับ ปวดก็หายเองบ้าง ไม่หายก็แวะคลินิกนวดกดจุดแถวราชดำริประจำ”
แต่สิ่งที่แปลกคือ…
ทันทีที่ผมพูดคำว่า “คลินิก” ลูกชายเขามองผมในกระจกหลังแบบจริงจัง แล้วถามขึ้นมาว่า
“คลินิกนั้น… มีคนเจ็บเยอะเหรอครับ?”
คือมุมปากเขายิ้ม แต่ตาไม่ยิ้มเลย
บอกตรง ๆ ขนลุกซู่ขึ้นมาดื้อ ๆ
😓 จากนั้นอาการเริ่มมา… แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
พอจะตอบ อยู่ดี ๆ ไหล่ผมก็ปวดจี๊ดขึ้นมา ทั้งสองข้างเหมือนโดนบีบ
ทั้งที่ตอนออกจากบ้านก็พ่นสเปรย์ไปแล้ว มันไม่น่าปวดหนักขนาดนี้
ผมเลยพูดติดตลก
“เดี๋ยวถึงที่พักพี่คงต้องลงไปพ่นสเปรย์เพิ่มแล้วล่ะ ไม่รู้จะเป็นอะไรวันนี้”
แล้วเด็กคนนั้นก็พูดช้า ๆ เบา ๆ ว่า
“ไม่ใช่เพราะวันนี้หรอกครับ… แต่เพราะ เมื่อคืนคุณมี ‘ใคร’ นวดให้ ใช่ไหม?”
ผมเหงื่อแตกเลยครับ
คือเมื่อคืนผมนั่งไถมือถือจนเผลอหลับ ไม่มีใครนวดให้แน่นอน
ผมหันไปมองหน้าแม่เขา เธอรีบบอกว่า
“ลูกชายฉันเขาชอบพูดล้อเล่นกับคนแปลกหน้า อย่าถือสาเลยนะคะ”
แต่ท่าทางแม่กับพ่อเขา… ดูไม่เหมือนคนที่กำลังหัวเราะหรือเอ็นดูลูกเลย
เหมือนกำลัง “กังวล” มากกว่า
🏨 พอไปส่งถึงโรงแรม… เรื่องที่ทำให้ผมจำไม่ลืม
ตอนเอากระเป๋าลงให้ครอบครัว ลูกชายเดินเข้ามาใกล้ผมมากจนเกือบชนไหล่ แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“คืนนี้… อย่าเก็บขวดสเปรย์ไว้ในรถนะครับ
ของแบบนั้น… มักจะดึง ‘ใครบางคน’ ให้ตามกลับมาด้วย”
แล้วเขาก็ยิ้ม
ยิ้มแบบเด็กปกติ
แต่บรรยากาศ “ไม่ปกติ” เลยแม้แต่นิดเดียว
🧍♂️ พอกลับถึงบ้าน…
ผมจัดของ ลงกระเป๋า และลืมเรื่องทั้งหมดไป จนตอนจะล็อกรถ
ผมเห็น สเปรย์ขวดนั้นตกอยู่ที่พื้นรถฝั่งคนขับ
ทั้งที่ตอนเช้าผมจำได้ว่าผมวางไว้ในช่องเก็บของ
และไม่มีใครแตะมันได้ระหว่างทางแน่นอน
ผมเลยหยิบออกจากรถมาวางไว้ในบ้านเฉย ๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก
แต่คืนนั้น…
ผมนอนอยู่ดี ๆ แล้ว “รู้สึกเหมือนมีคนนั่งกดไหล่เบา ๆ” ทั้งที่ผมนอนอยู่คนเดียว
พอตกใจตื่น ก็พบว่ากลิ่นสเปรย์ในห้องแรงมาก ทั้งที่ผมยังไม่ได้กดใช้แม้แต่ครั้งเดียว
ผมไม่ได้อยากเชื่อเรื่องลี้ลับนะ
แต่มันก็แปลก… ที่ทุกอย่างมันเกิดขึ้นวันเดียวกันหมด
ตั้งแต่เจอเด็กคนนั้น พูดจาประหลาด ๆ
ไหล่ปวดแบบไม่ทราบสาเหตุ
จนถึงตอนกลับบ้านที่ของมัน “ขยับเอง”
ทุกวันนี้เวลาไปรับลูกค้าที่สนามบิน ผมยังอดมองหาครอบครัวนั้นไม่ได้เลย
ทั้งที่รู้ดีว่า… ไม่อยากเจออีกก็เถอะ