‼️Dispatch เผยว่า การพิจารณาคดีล่าสุดระหว่าง HYBE กับ มินฮีจิน - มินฮีจินเริ่มโทษรองประธานคนสนิทและทนายตัวเอง



ไม่มีการสู้แบบตรงๆ
แ​ละก็ไม่มีคำว่า “มาเลย! จะสู้ก็เข้ามาเลยสิ ” เช่นกัน

การขึ้นศาลครั้งล่าสุดของมินฮีจิน ​แทนที่จะเป็นแบบนั้น
แต่กลับมีประโยค “จำไม่ได้” ถึง 33 ครั้ง ​และคำว่า “ไม่รู้” ซ้ำอีก 26 ครั้ง

การต่อสู้ในศาลระหว่างมินฮีจินกับ HYBE
กลยุทธ์ของมินฮีจินคือ ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ในบรรดาคำถาม 109 ข้อที่ฝ่ายโจทก์ (HYBE) ถาม เธอตอบว่า “จำไม่ได้” มากกว่าครึ่ง

ตัวอย่างก็ประมาณนี้​..

“ฉันไม่ค่อยเข้าใจสัญญา ก็เลยจำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้”
“ตอนนี้ฉันยังสับสนอยู่เลย ว่าฉันเซ็นอะไรไปบ้าง”
“ฉันเป็นคนไม่รู้เรื่องการเจรจาตกลงอะไรพวกนี้เลย”
“ถึงจะฟังคนอื่นพูดให้ฟังก็ไม่ค่อยเข้าใจ แถมยุ่งมากด้วย”

แถมบางครั้งเขายังวกไปก็ตำหนิอีซังอู (อดีตรองประธาน Ador) ชินดงฮุน (อดีตรองประธาน Ador) และทนายความเซจงอีก

“อีซังอูเป็นพวกชอบฝันเพ้อ ก็เลยชอบพูดอะไรใหญ่โตเกินจริง”
“ไม่ใช่ฉันเป็นคนคำนวณหรอก น่าจะเป็นอีซังอูนั่นแหละที่ทำ”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนั้น (อีซังอู·ชินดงฮุน) ทำแบบนั้นไปทำไม”
“ฉันเหรอ? ไม่ใช่ฉัน เป็นทนายต่างหาก!” (ทั้งหมดเป็นคำพูดของมินฮีจิน)

ที่ศาลกลางโซล แผนกคดีแพ่งที่ 31 (ผู้พิพากษา นัมอินซู)ได้มีการนัดพิจารณาคดีในประเด็น ฟ้องเรียกชำระเงินค่าซื้อ–ขายหุ้นที่เกี่ยวกับการใช้สิทธิพัตออปชัน (ครั้งที่ 3) และมคดีขอให้ยืนยันการยกเลิกสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น (ครั้งที่ 5)

การพิจารณาทั้งสองคดีมีการเปิดไต่สวนในวันนี้

ประเด็นสำคัญในคดี “ยืนยันการยกเลิกสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น” ระหว่าง HYBE และมินฮีจิน คือ
สิ่งที่เธอทำถือเป็น “การละเมิดสัญญา” หรือเป็นแค่ “การแสดงความไม่พอใจ” กันแน่

HYBE มองว่าการกระทำของมินฮีจินเป็นการละเมิดสัญญาอย่างชัดเจน
โดยชี้ถึงกรณี
- ‘1945’
- ‘7 บาปใหญ่’
- ​การประชุมหานักลงทุน
- ​ฮันนิในรัฐสภา
- ​ประเด็น ILLIT
- ​การทำสงครามกระแสสังคม และการเคลื่อนไหวภายในบริษัท


ทั้งหมดนี้ถือเป็น “การกระทำที่เป็นภัยร้ายแรง”

แต่ฝั่งมินฮีจินอธิบายว่า ​สิ่งที่ทำเป็นเพียง การร้องเรียนตามปกติ ​เป็นวิธีที่เธอคิดว่าใช้ “ปกป้อง ADOR” เท่านั้น

เธอยืนยันว่าที่ทำก็เพราะ “เพิ่งไปเจอข้อห้ามแข่งขันในสัญญา (non-compete)” และเพียงแค่เรียกร้องให้แก้ไข

ประเด็นหลักในการไต่สวนครั้งที่ 5 ของคดีนี้ก็ยังคงเป็นเรื่องนี้
ฝ่ายทนายของ HYBE จากสำนักงานกฎหมาย kim & chang
ได้ซักถามอย่างหนักว่ามินฮีจิน “สั่งการอะไรจากข้างหลังบ้าง”

แน่นอนว่า ​มินฮีจินไม่ยอมรับอะไรเลย
ส่วนใหญ่ตอบว่า “จำไม่ได้”, “ไม่รู้”
หรือไม่ก็ โยนความผิดให้คนอื่น

(จนกระทั่งถูกศาลติงเรื่อง “ท่าทีให้การไม่จริงใจ”)

① สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น

จุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ทั้งหมดคือการ “แก้ไขสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น”
HYBE สงสัยว่ามินฮีจินอาจมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ จึงถามว่า
เธอได้ตรวจสัญญาให้ถี่ถ้วนแล้วก่อนลงนามหรือไม่

ฝ่ายโจทก์: ตอนเซ็นสัญญาระหว่างผู้ถือหุ้นครั้งแรก (ปี 2023) ไม่ได้ให้ทนายตรวจเหรอ?
มินฮีจิน: ฉันให้ชินดงฮุนตรวจแทนค่ะ ตัวฉันเองไม่รู้เนื้อหาในสัญญา

ฝ่ายโจทก์: แล้วตอนส่งร่างสัญญาแก้ไข (ปี 2024) ไปให้คุณ ผ่านไป 5 วัน ก็ลงนามทันทีนะ?
มินฮีจิน: อันนั้นฉันจำไม่ค่อยได้ค่ะ

ฝ่ายโจทก์: อีซังอูส่งบันทึกการประชุมทนายให้ พร้อมรายงานรายละเอียดการเจรจานะ?
มินฮีจิน: ไม่ค่ะ จำไม่ได้เลย

ฝ่ายโจทก์: ในรายงานเขียนว่า “ประเด็นข้อห้ามแข่งขันสามารถเจรจาได้” และคุณตอบว่า “อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ยินดีนะ” จำได้ไหม?
มินฮีจิน: ไม่ค่อยจำได้ค่ะ ถ้าเป็นคนจากสำนักงานกฎหมายเซจงพูด ฉันคงจำได้ แต่นี่เป็นเรื่องที่อีซังอูพูด… ต้องดูบริบททั้งหมดว่าก่อน–หลังเป็นอย่างไรถึงจะรู้ค่ะ

② สัญญาประเภทอื่น ๆ

HYBE โฟกัสการซักถามไปที่ท่าที “ทำเป็นไม่รู้–จำไม่ได้” ของมินฮีจิน
โดยชี้ว่าเธอเป็น CEO แต่กลับไม่ตรวจสัญญาอย่างรอบคอบ
ขณะที่คำอธิบายของมินฮีจินคือ “ฉันเชื่อใจคนในทีม”

ฝ่ายโจทก์: นอกจากสัญญาผู้ถือหุ้น คุณมีสัญญาอื่นที่คุณต้องเซ็นอีกไหม?
มินฮีจิน: ฉันไม่ค่อยถนัดเรื่องสัญญา ก็เลยจำอะไรไม่ได้ทั้งหมด อาจดูโง่ก็ได้นะคะ…

ฝ่ายโจทก์: เป็น CEO แต่จำรายละเอียดสัญญาสำคัญไม่ได้ แบบนั้นทำงานได้เหรอ?
มินฮีจิน: ฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่อง “ความไว้วางใจ” มากกว่าค่ะ

ฝ่ายโจทก์: แต่ถ้าระดับ CEO ไม่อ่านสัญญาให้ละเอียด บริษัทจะบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ยังไง?
มินฮีจิน: ฉันก็ได้รับรายงานนะคะ แค่จำรายละเอียดทั้งหมดไม่ได้เท่านั้นเอง


③ นักลงทุน VC (Venture Capital)

HYBE ซักถามถึง วัตถุประสงค์ที่มินฮีจินพบปะนักลงทุนภายนอก
โดยถามถึงเหตุการณ์ที่อีซังอูรายงานการประชุมกับผู้บริหารบริษัทจัดการสินทรัพย์
มินฮีจินอธิบายความหมายเชิงสัญลักษณ์ของคำว่า “เฮ้อ”

ฝ่ายโจทก์: อีซังอูรายงานการประชุมกับบริษัทจัดการสินทรัพย์ในสหรัฐ เมื่อเดือนเมษายน 2024 ใช่ไหม?
มินฮีจิน: จำไม่ได้ค่ะ ในแชตคุยกันมีแค่คำว่า “เฮ้อ” ฉันก็ไม่รู้ว่ามันหมายถึงความหงุดหงิดหรืออะไร อีซังอูเป็นพวกฝันเพ้อ พูดอะไรใหญ่โตเกินจริง

มินฮีจิน: ฉันไม่จำเป็นต้องตอบทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะละเลยทั้งหมด ตอนนั้นฉันจะใช้แค่ “ค่ะ” หรือ “เฮ้อ”
ซึ่งหมายถึงประมาณ “นี่พูดเรื่องอะไรอีกเนี่ย”

ฝ่ายโจทก์: แล้วคุณแนะนำให้ อีซังอูรู้จักกับ พัคOO (Altos Ventures) เมื่อไหร่?
มินฮีจิน: จำไม่ได้ค่ะ พัคOO กับพัคจีวอนก็รู้จักกันดี เวลาเรื่องสัญญาผู้ถือหุ้นก็มีเรื่องของ Altos เข้ามาเกี่ยวด้วย ฉันไม่รู้ว่าฉันแนะนำให้อีซังอูรู้จักหรือเปล่า เพราะทุกคนก็รู้จักกันดีอยู่แล้ว

ฝ่ายโจทก์: อีซังอูบอกว่ามันเป็น “ตัวเชื่อมที่สั่นสะเทือน HYBE” และจัดทำสรุปเรื่องจำนวนเงินลงทุนและที่ลงทุนไว้ด้วย?
มินฮีจิน: เอาตรงๆคือฉันจำไม่ได้ค่ะ

ฝ่ายโจทก์: คุณเคยสั่งให้อีซังอู “จัดสรุปที่ลงทุนให้หน่อย ทั้งจำนวนเงินและ 1–10 อันดับ”
มินฮีจิน: จำไม่ได้เลยค่ะ

④ ตัวเชื่อมสร้างแรงกดดัน


ฝ่ายทนายของ HYBE นำ แชตระหว่างมินฮีจินกับอีซังอู มาเป็นหลักฐาน
ซึ่งมีรายงานว่า “พบตัวเชื่อมอีกตัวที่จะสั่นสะเทือน HYBE ได้”

ฝ่ายโจทก์: เพื่อกดดันหรือสู้กับ HYBE เริ่มพูดเรื่องนี้กับอีซังอูตั้งแต่เมื่อไหร่?
มินฮีจิน: สมมติฐานไม่ถูกค่ะ การใช้คำว่า “กดดัน HYBE” ผิดไป

มินฮีจิน: HYBE เป็นฝ่ายเริ่มก่อน พวกเราทำไปเพื่อตอบโต้เท่านั้น

ฝ่ายโจทก์: HYBE ทำให้คุณลำบากอย่างไร?
มินฮีจิน: ตั้งแต่เดบิวต์เลยค่ะ  เขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับ NewJeans ในการโปรโมท ​มีความเห็นไม่ตรงกันหลายเรื่องเกี่ยวกับการแสดงหรือ IP ​ปัญหา PR เป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ​เหตุการณ์เกิดขึ้นหลายอย่างพร้อมกัน

ฝ่ายโจทก์: ถ้าสิ่งที่คุณพูดถูก การยกเลิกสัญญาพิเศษควรจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้น คุณทราบใช่ไหม?
มินฮีจิน: ค่ะ

⑤ แผนยึด NewJeans

มินฮีจินพบปะกับผู้บริหาร Venture Capital ในเดือนมีนาคม 2024
ฝ่าย HYBE มองว่าการสนทนานี้เป็น จุดเริ่มต้นของแผนยึด NewJeans
ส่วนคำตอบของมินฮีจินคือ จำไม่ได้

ฝ่ายโจทก์: อีซังอูตอบคำถามว่า “เจอการประชุม VC วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง?” ว่า “คอมเมนต์หลักคือ เอา NewJeans ออกมา” ใช่ไหม?
มินฮีจิน: ไม่ค่ะ ฉันขอให้หาวิธีไกล่เกลี่ยกับ HYBE มากกว่า

ฝ่ายโจทก์: แล้วได้ยินคำว่า “เอาออกมา” ไหม?
มินฮีจิน: จำไม่ได้ค่ะ ​ประเด็นหลักของการประชุมคือ การหาทางจัดการกรณีถูกลอกเลียนแบบจาก HYBE

ฝ่ายโจทก์: แต่วันนั้น อีซังอูคำนวณค่าเสียหายและค่าปรับของ NewJeans กรณียกเลิกสัญญาใช่ไหม?
มินฮีจิน: ไม่ใช่ฉันคำนวณค่ะ น่าจะเป็นอีซังอูทำ

ฝ่ายโจทก์: แล้วคุณไม่ได้สั่งให้เขาคำนวณเองหรือ?
มินฮีจิน: ไม่รู้ค่ะ จำไม่ได้จริง ๆ

ฝ่ายโจทก์: เราถามว่า คุณสั่งให้อีซังอูคำนวณหรือเปล่า
มินฮีจิน: จำไม่ได้เลยค่ะ จำได้แค่ส่งข้อความในแท็กซี่ แต่รายละเอียดอื่นๆจำไม่ได้เลย

⑥ “7 บาปใหญ่”

ระหว่างการตรวจสอบของอีซังอูพบโน้ตเรื่อง“7 บาปใหญ่ของ HYBE”
ซึ่งมีแผนการโจมตีของฝั่งมินฮีจินอยู่ด้วย
ฝ่าย HYBE จึงถามถึงที่มาของโน้ตนี้

ฝ่ายโจทก์: เอกสาร 7 บาปใหญ่ที่อีซังอูโพสต์ในแชตคืออะไร?
มินฮีจิน: ฉันจะจำได้ยังไงคะ ไม่ใช่เรื่องสำคัญด้วย น่าจะเป็นโน้ตของอีซังอู ฉันจำไม่ได้เพราะเขาแชร์หลายเรื่อง

ฝ่ายโจทก์: จำได้ไหมว่าเคยได้รับ 7 บาปใหญ่จากอีซังอู?
มินฮีจิน: จำไม่ได้ค่ะ

ฝ่ายโจทก์: อีซังอูโพสต์ 7 บาปใหญ่ และชินดงฮุนแยกเป็นคดีแพ่ง-อาญา คุณไม่ได้สั่งให้โพสต์ใช่ไหม?
มินฮีจิน: จำไม่ได้ว่าฉันสั่งให้โพสต์หรือเปล่า

มินฮีจิน: ตอนพูดเรื่องนี้ จุดสนใจไม่ใช่เรื่อง “อิสระ” หรือ “โจมตี” แต่คือ วิธีสู้กับปัญหาการลอกเลียนแบบของ ILLIT

ฝ่ายโจทก์: คุณเคยบอกว่า “อยากทำให้ฝ่ายตรงข้ามกลัวว่าจะถูกเปิดโปงทางอีเมล” หรือ “นักลงทุนอาจเข้ามา มีแนวโน้มจะยกเลิกสัญญาไหม” จำได้ไหม?
มินฮีจิน: จำไม่ได้จริงๆค่ะ

ฝ่ายโจทก์: แปลว่าคุณไม่เคยรับ 7 บาปใหญ่มาอ่านเลย?
มินฮีจิน: มีแชตบอกว่า “ฉันจะเอาไปอ่านระหว่างทางนะ เอาให้ดงฮุนเลย”
ซึ่งเป็นประโยคที่ใช้เวลาฉันไม่อยากอ่านจริงๆประมาณว่า “เอาให้ดงฮุน ฉันจะเอาไปอ่านระหว่างทาง~”


⑦ การจากไปของ NewJeans


สิ่งที่ทำให้ HYBE สั่นสะเทือนคือ การจากไปของ NewJeans
คือ การประกาศยกเลิกสัญญาอย่างกะทันหัน
HYBE มองว่ามินฮีจินเป็น “มือที่มองไม่เห็น” อยู่เบื้องหลัง และยังเดินหน้าซักถามต่อ

ฝ่ายโจทก์: เหตุผลที่ใช้เป็นข้ออ้างในการยกเลิกสัญญาของ NewJeans มินฮีจินเป็นคนสร้างขึ้นเองหรือเปล่า?
มินฮีจิน: ต้องมองที่ความผิดของ HYBE ก่อนค่ะ พวกเขามีความผิดพลาดเยอะมาก การอ้างแบบนั้นเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล

มินฮีจิน: สมาชิก NewJeans และผู้ปกครองก็เป็นคนคิดรอบคอบ พวกเขาผลักดันทุกอย่างให้เหมือนกับว่าฉันสั่งทั้งหมด แต่ไม่มีเหตุผลอะไรให้ฉันต้องสั่ง พวกเขาเป็นเด็กฉลาดมาก

ฝ่ายโจทก์: ถ้า HYBE ผิดจริง ทำไมศาลถึงออกคำสั่งยืนยันสัญญา 3 ครั้งแล้ว?
มินฮีจิน: ไม่ทราบค่ะ HYBE กับ ADOR ทำให้ฉันสับสน วิธีนี้เป็นวิธีของ บังชีฮยอก ในการกระจายความเสี่ยง

ฝ่ายโจทก์: คุณทราบไหมว่าศาลมีคำตัดสินถึง 3 ครั้งแล้ว?
มินฮีจิน: ไม่ค่อยทราบค่ะ เนื้อหาสุดท้ายก็ไม่ได้อ่านละเอียด

⑧ การยกเลิกสัญญา

HYBE ซักถามต่อว่า ​มินฮีจินมีส่วนร่วมในการยกเลิกสัญญาหรือไม่
โดยอ้างถึงข้อความสนทนาว่า
“คุณแม่ของ NewJeans ปล่อยข่าวกับสื่อและฟ้องร้อง... ​ทำไมต้องกลัวล่ะ? ฉันก็แค่หลีกเลี่ยงความเสียหายเอง”

ฝ่ายโจทก์: กลัวอะไร แล้วหลีกเลี่ยงอะไร?
มินฮีจิน: คงหมายถึงการหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดแบบนี้ค่ะ

ฝ่ายโจทก์: หมายความว่าหลบเลี่ยงความรับผิดชอบตามสัญญาผู้ถือหุ้นหรือเปล่า?
มินฮีจิน: ไม่ใช่ค่ะ อาจหมายถึงสภาพแวดล้อมที่ฉันสู้ไม่ได้หลายอย่าง ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องระบุว่าตามสัญญาผู้ถือหุ้น

ฝ่ายโจทก์: แล้วหลีกเลี่ยงอะไร?
มินฮีจิน: ฉันต้องปกป้องค่ะ

ฝ่ายโจทก์: ปกป้องใคร?
มินฮีจิน: NewJeans

ฝ่ายโจทก์: ตอนแจ้งยกเลิกสัญญา NewJeans ได้ปรึกษาคุณหรือไม่?
มินฮีจิน: ไม่ค่ะ เป็นคุณแม่ของสมาชิกที่ตัดสินใจ และค่อยแจ้งฉันทีหลัง

ฝ่ายโจทก์: แปลว่าแจ้งหลังเหตุการณ์?
มินฮีจิน: ไม่แน่ใจค่ะ แต่ถ้าใช้คำศัพท์ของศาล ก็น่าจะเรียกว่าแจ้งหลังเหตุการณ์

ฝ่ายโจทก์: ได้ปรึกษาก่อนตัดสินใจบ้างไหม?
มินฮีจิน: ก็คิดและพิจารณาอยู่ค่ะ

มินฮีจิน ปฏิเสธข้อเท็จจริงที่ปรากฏออกมา ในหลายกรณีด้วยวิธีนี้

“ฉันจำไม่ได้”
“ฉันไม่รู้”
“ฉันไม่ได้ดูสัญญา”
“อีซังอูทำคนเดียว”
“ทนายคำนวณให้”
“หลักฐานอยู่ไหนล่ะ?”

ตัวอย่างเช่น การปรากฏตัวของฮันนิในการไต่สวนรัฐสภา
สำนักข่าว Dispatch จับภาพการประชุมล่วงหน้าของมินฮีจิน ฮันนิ และทนาย

มินฮีจินอธิบายเรื่องนี้ว่า: “นักข่าวจะรู้ได้ยังไงว่าเราประชุมหรือไปเล่น?”

ส่วนเรื่องการประชุมลงทุนและแผน “หนีออก” ของอีซังอู

มินฮีจินอธิบายว่า: “อีซังอูอาจทำไปเพื่อให้ฉันประทับใจ แต่ไม่มีหลักฐานว่าฉันสั่ง”


ในการเจรจาสัญญาผู้ถือหุ้นใหม่PutOption ถูกเสนอให้เพิ่มจาก 13 เท่าเป็น 30 เท่า
มินฮีจิน ปฏิเสธความรับผิดชอบ และระบุว่าเป็น ทนายเสนอเอง


https://www.dispatch.co.kr/2335787
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่