ภาระการพิสูจน์,

กระทู้สนทนา
ในทางปฏิบัติ "ภาระการพิสูจน์" (Burden of Proof) ควรตกอยู่ที่เจ้าหน้าที่รัฐผู้กล่าวหา แต่ระบบปัจจุบันกลับผลักภาระนี้มาให้ประชาชน ทำให้ต้องเสียทั้ง เวลา (ลางาน, เดินทาง) และ ค่าใช้จ่าย เพื่อไปแก้ต่างในสิ่งที่ตนเองไม่ได้ทำผิด
ปัญหานี้เรียกว่า "ต้นทุนแฝงของความยุติธรรม" ซึ่งประชาชนไม่ควรต้องจ่ายครับ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ประชาชน "เสียเวลาน้อยที่สุด" ในยุคปัจจุบัน มีช่องทางที่กฎหมายและระบบใหม่ๆ เปิดไว้เพื่อลดภาระการเดินทางไปโรงพัก ดังนี้ครับ:
1. การโต้แย้งใบสั่ง "ออนไลน์" (ไม่ต้องเดินทาง)
ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีระบบ PTM (Police Ticket Management) เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและโต้แย้งใบสั่งได้โดยตรง
* เว็บไซต์: ptm.police.go.th
* วิธีการ: ลงทะเบียน > ค้นหาใบสั่ง > กดปุ่ม "โต้แย้งใบสั่ง"
* สิ่งที่ต้องอัปโหลด: หลักฐานภาพถ่าย (เช่น ภาพจากกล้องหน้ารถ หรือภาพหมวกกันน็อคที่ใส่ในวันนั้น) หรือคำชี้แจง
* ข้อดี: ไม่ต้องลางานไปโรงพัก เจ้าหน้าที่จะพิจารณาและแจ้งผลผ่านระบบ
2. การส่งหนังสือชี้แจงทาง "ไปรษณีย์ลงทะเบียน"
หากไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ หรือระบบมีปัญหา กฎหมายอนุญาตให้ทำหนังสือโต้แย้งส่งทางไปรษณีย์ได้ครับ
* ถึง: ผู้กำกับการสถานีตำรวจ (ที่ออกใบสั่ง)
* เอกสาร: หนังสือปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมแนบสำเนาใบสั่ง และหลักฐานภาพถ่าย
* ผลทางกฎหมาย: ถือว่าท่านได้ "โต้แย้ง" ตามกระบวนการแล้ว หากเจ้าหน้าที่ยังยืนยันจะปรับ เขาต้องทำเรื่องฟ้องศาลเอง ท่านไม่ต้องไปจ่ายค่าปรับและรอหมายเรียกจากศาล (ซึ่งมักจะยุติไปเองหากหลักฐานเราชัดเจน)
3. สิ่งที่ควรมีติดตัว (เพื่อลดเวลาคุยหน้างาน)
เพื่อป้องกันปัญหาแต่เนิ่นๆ หากเจอด่านตรวจ:
* กล้องติดหมวก/ติดรถ: คือพยานปากเอกที่ดีที่สุดและเถียงยากที่สุด
* การยืนยันให้บันทึกในใบสั่ง: หากเจ้าหน้าที่เขียนใบสั่งเล่ม (เขียนมือ) ให้ขอเจ้าหน้าที่ระบุในช่องหมายเหตุว่า "ผู้ขับขี่ปฏิเสธข้อกล่าวหาและยืนยันว่าสวมหมวก" (แม้เจ้าหน้าที่มักจะไม่ยอมเขียนให้ แต่การทักท้วงไว้ก่อนจะมีประโยชน์)
สรุป:
แม้ระบบจะยังไม่สมบูรณ์และยังกินเวลาประชาชน แต่การใช้ช่องทาง ออนไลน์ หรือ ไปรษณีย์ คือวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาสิทธิโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปปะทะคารมที่โรงพักครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่