สายน้ำ ความรุนแรง และเขตอันตรายที่ 8

สวัสดีครับ Silver Gaze ครับ

วันนี้เราจะมาคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่สงขลา ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ระดับน้ำกำลังลดลง ในขณะที่สถานการณ์ก็ค่อยๆ คลี่คลายลงตามลำดับ หากแต่สิ่งหนึ่งที่ไม่คลี่คลายลงเลย ก็คือความกังวลของคนเสพข่าวที่มีต่อข่าวความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเขต 8 (โลกสมมุติ) เพราะสถานการณ์ในที่ดังกล่าว ไม่ต่างอะไรเลยกับโลกหลังวันสิ้นโลก

คำถามของผมคือ
ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเขต 8 มันถือเป็นเรื่องที่น่าตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ ? 

เพราะถ้าเราเอาข้อมูลจากหลายๆ ที่มาค่อยๆ วิเคราะห์ เราจะได้ข้อสรุปที่ค่อนข้างน่าสนใจออกมาคล้ายคลึงกัน ว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเขต 8 เกิดขึ้นจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่
1. ความเสื่อมโทรมของสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากค่านิยม วัฒนธรรม รวมไปถึงแก่นสันดานตัวผู้อยู่อาศัยโดยตรง
2. ผลประโยชน์และสิ่งผิดกฏหมาย ซึ่งเป็นผลมาจากอำนาจมืดที่ปกคลุมอยู่ในพื้นที่
หรือไม่ก็รวมๆ กันนั่นแหละ

ซึ่งพอเราได้ข้อสรุปแบบนี้ แล้วเรานำข้อสรุปเหล่านี้มามองไปที่รอบๆ ตัว ผมว่าผมไม่รู้สึกว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเขตที่ 8 นั้นเป็นเรื่องที่ไกลตัวเลยนะครับ เพราะถ้าพูดกันตรงๆ ไม่ว่าจะภาคไหน ที่ไหน เขตไหน ในประเทศไทย เหตุการณ์ความรุนแรงเหล่านี้ ก็พร้อมจะเกิดขึ้นได้เสมอ เนื่องจากปัจจัยหลักสองอย่างที่ทำให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ถูกกระจายอยู่ทั่วประเทศของเรามาตั้งนานแล้ว 

ยกตัวอย่างเช่น แถวที่พักอาศัยของผมก็ได้
คือถ้าคุณผ่านสถานที่ที่มีชื่อว่า ‘สะพานกระทิง’ อยู่บ่อยๆ คุณจะไม่แปลกใจเลยถ้าเขตๆ นี้น้ำท่วม แล้วเกิดเหตุการณ์แบบเดียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเขต 8 เพราะโอเคว่าบริเวณ 4 แยกที่มีรถไฟฟ้าผ่าน มันก็อาจจะเป็นโซนของเขต ‘สะพานกระทิง’ ที่ดูศิลิไวซ์ มีร้านนู่นร้านนี่ มีตึก มีสำนักงานใดๆ อยู่มากมาย แต่หากเราเดินทางไปต่ออีกสักนิด เราก็จะได้เห็นเลยครับ ว่าผลกระทบของการที่สถานที่นั้นๆ เคยมีสถานบันเทิงอยู่เป็นจำนวนมาก นั้นส่งผลออกมาในรูปแบบใด 
เพราะถ้าเราย้อนกลับไปเป็นสิบยี่สิบปี สะพานกระทิง คือสถานที่เริงรมย์ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง มีร้านเหล้า มีบาร์ มีดิสโก้เปิดมากมาย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มันมากๆ เลย และใช่ครับ ถ้าเราเดินทางข้ามเวลามายี่สิบปี ผลผลิตจากความเมามันเหล่านั้นก็…ผลิดอกออกผลอย่างสวยงามในรูปแบบของ เด็กแว้นซ์ ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับเด็กวัยรุ่นแย่ๆ ที่คุณเห็นในเขต 8 แต่อย่างใด 

แถมเผลอๆ อาจจะแย่กว่าด้วยซ้ำ
เพราะที่นี่หลายอย่างเข้าถึงได้ง่ายกว่า เช่น ร้านกัญชาที่ก็ไม่เห็นปิดนะ ร้านน้ำท่อมที่ขายอยู่ข้างๆ ร้านราดหน้า ร้านแต่งรถที่มีอยู่เกลื่อนกลาด และอีกมากมายที่ทำให้ผมรู้ว่า ‘ถ้าที่นี่น้ำท่วม’ สภาพมันก็คงไม่ต่างหรอก 

ในขณะเดียวกัน ผลกระทบจากผลประโยชน์และสิ่งผิดกฏหมาย ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากเรามากนัก เพราะถ้าเราขยับไปอีกสักนิดหนึ่งที่ฝั่ง ‘ขวางห้วย’ ใกล้ๆ กับฝั่ง ‘เศษสาร’ เราก็จะได้พบกับเขตปกครองพิเศษ ที่มีชื่อว่า ‘เขตปกครองพิเศษร้านอาหารที่คุณจินตนาการไม่ถึง’ ซึ่งพูดกันตรงๆ เลยครับ ว่าทุกครั้งที่ผมเดินทางผ่านเขตดังกล่าว ผมก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขตนั้นมันยังเป็นส่วนหนึ่งในประเทศไทยหรือเปล่า หรือเป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศใดประเทศหนึ่งไปแล้ว 

เพราะเท่าที่ผมเห็น ประชากรประมาณ 80% ในเขตปกครองพิเศษดังกล่าว มันไม่ใช่คนไทยเสียด้วยซ้ำ และนั่นแหละครับที่ทำให้ผมค่อนข้างมั่นใจ ว่าถ้าน้ำท่วมขึ้นมา แล้วพี่ๆ กู้ภัยท่านใดจะเข้าไปในเขตนั้น พี่ๆ กู้ภัยท่านนั้น ก็อาจจะต้องฝ่าดงอาวุธสงครามเข้าไปเสียด้วยซ้ำ 

ซึ่งความจริงเหล่านี้นี่แหละครับ ที่ทำให้ผมไม่อยากที่จะพูดจาว่าร้ายคนในเขต 8 หรือไปพูดให้ร้าย ไปเรียกเหมารวม หรือโจมตีวัฒนธรรมโดยรวมของคนภาคนั้น เพราะอย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ ว่าไม่ว่าคุณจะเป็นคนดี เชื่อในการอบรมสั่งสอนของตนเอง เชื่อในศาสนา หรือแม้กระทั่งเชื่อในวัฒนธรรมใดๆ หรืออะไรก็ตาม โอกาสที่ความรุนแรงเหล่านี้จะเกิดขึ้น มันมีอยุ่แทบทุกที่ มันแค่ยังไม่ถึงตาของเราเท่านั้นเอง 

แถมแค่คิดมันก็หนักหนาแล้วล่ะ กับการตื่นขึ้นมาแล้วไม่เหลืออะไรเลย แถมยังมีคนมานั่งด่าเหมารวมใส่อีก

ส่วนตัวผมจึงคิดว่า ถ้าเราอยู่ในสถานการ์ที่มีคนโดนโจรปล้น แล้วเราไม่ได้กล้าพอที่จะไปวิ่งจับโจร อย่างน้อยๆ เราก็อยู่ให้กำลังใจคนเจ็บ ช่วยโทรติดต่อตำรวจ ช่วยโทรเรียกรถพยาบาล หรือช่วยเหลือเขาให้เขาเจ็บน้อยลง ก็น่าจะดีกว่าการไปด่าซ้ำเติมให้เขารู้สึกเจ็บมากขึ้นล่ะมั้ง 

แล้วคุณล่ะครับ คิดยังไงกับเรื่องนี้ แล้วมีเขตในบ้างที่คุณรู้จัก อยู่ใกล้ๆ เดินผ่านบ่อยๆ แล้วรับรู้ได้เลยว่าเขตเหล่านี้มีโอกาสที่จะกลายเป็นเหมือนเขต 8 ในปัจจุบัน มาแชร์กันครับ จะได้พอจะเดาๆ ได้ว่าในอนาคตเราจะโดนนำไปเหมารวมกับคนประเภทไหน ถึงจะรู้ไปแล้วป้องกันไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็เลือกได้นะ ว่าจะโดนเหมารวมเป็นเด็กแว็นซ์ หรือแซป เป็นคนติดยา หรือเป็นเด็กในแก็งค์ปาหิน
 
*** อีกเรื่องที่น่าสนใจคือเรื่องศาสนาครับ คือสำหรับคนที่เขาไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ ถ้าสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราพยายามช่วยเหลือ มันไม่ได้ยุ่งยากจนรู้สึกเหลือบ่ากว่าแรง อย่างน้อยให้เขาได้มีโอกาสทำทุกอย่างเพื่อเชื่อมตัวเองเข้ากับศาสนา แล้วคิดซะว่า ‘เรื่องเลวร้ายเหล่านี้ มันคือบททดสอบของพระเจ้า’ แล้วให้เขามีแรงในการใช้ชีวิตต่อไปก็น่าจะดีนะครับ คือบางคนอาจจะคิดว่า แดกๆ ไปเหอะ อะไรก็แดกๆ ไปเหอะ ซึ่งก็ถูกนะครับ เพราะคนที่เลือกจะกิน มันก็คือคนที่ยังมีเหตุผลให้ชีวิตต้องไปต่ออยู่บ้าง 

แต่ลองคิดในสถานการณ์ที่คุณไม่เหลืออะไรเลย จนในที่สุดแม้กระทั่งสัญญาที่คุณมีให้กับพระเจ้า คุณก็รักษาไว้ไม่ได้สิครับ ผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากพอสมควรนะครับ เพราะงั้นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คือเรื่องที่ดีครับ แต่ใส่ใจอีกนิดหนึ่งก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีเช่นกันครับ 

หวังว่าเราจะได้พบกันอีก
Silver Gaze
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่